5 เหตุผล Isuzu MU-X เป็น PPV ที่น่าใช้ กว่า ฟอร์จูนเนอร์

แบ่งปันเรื่องนี้

ตั้งแต่ เปิดตัววางขาย เดือนตุลาคมปี 2020 เป็นต้นมา ก็ต้องยอมรับว่า Isuzu MU-X ได้รับความสนใจจากลูกค้าจำนวนไม่น้อย แม้ว่า พวกเขาจะไม่สามารถแซงเจ้าตลาดคู่แข่งสำคัญได้ ดังที่หมายมั่นปั้นมือเอาไว้ ทว่า ก็มีหลายอย่างที่รถรุ่นนี้น่าซื้อกว่า Toyota Fortuner

1.ใหม่กว่า

เราต้องยอมรับข้อแรกว่า Isuzu Mu-X รุ่นใหม่เปิดตัวออกมาเพียงไม่ถึง 2 ปี นับตั้งแต่ออกวางจำหน่ายให้ลูกค้าจับจอง ความสดใหม่ของมันมาพร้อมการวิศวกรรมใหม่ในหลายด้าน โดยเฉพาะเทียบกับรุ่นเดิม ขับดีต่างกันมากพอสมควร จนน่าชื่นชม

ความสดใหม่ เมื่อเทียบกับ Toyota Fortuner ที่มีการปรับปรุงมาโดยตลอด ต้องยอมรับว่า รถรุ่นนี้ขายมานานมากพอสมควร (Fortuner ขายมาแล้ว 5-6 ปี) อาจจะมีการปรับปรุงตัวรถไปบ้างก็ตามที แต่ก็ไม่ได้ต่างจากเดิมเท่าไรนักในภาพรวม รวมถึงสมรรถนะในการขับขี่ และอีกไม่นานก็จะถึงเวลา ต้องเปลี่ยนรุ่น ซึ่งน่าจะอีกไม่เกิน 2-3 ปีต่อจากนี้

ขณะที่ Mu-X ยังใหม่มาก และ น่าจะพัฒนาได้อีกเยอะ

2.มีระบบความปลอดภัยล้ำสมัย

รถสมัยใหม่ จำเป็นต้องมีความปลอดภัยในการขับขี่ ระบบ ADAS ของ Isuzu MU-X ค่อนข้างจะนำเสนอออกมาตรงใจความต้องการของลูกค้าสายครอบครัว ขณะที่ ฟอร์จูนเนอร์ อาจจะมีระบบบางอย่างมาให้ใช้เช่น เตือนมุมอับสายตา หรือ อื่นๆ ที่จำเป็น แต่ในภาพรวมยังไม่สามารถสู้ มิวได้อย่างแน่นอน ถ้าเทียบในราคาระดับเดียวกัน

ระบบ Isuzu ADAS ในบางรายงาน ชี้ว่า มันเป็นระบบเดียวกับ Subaru Eyesight มีระบบดังนี้

  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเลี้ยว
  • ระบบ Adaptive Cruise Control
  • ระบบเตือนและป้องกันการชนทางด้านหน้า
  • ระบบเตือนมุมอับสายตา
  • ระบบเตือนการออกนอกช่องทางเดินรถ

3.เครื่องยนต์เล็กกว่า ดูแลง่ายกว่า

Isuzu MU-X มีเครื่องยนต์ 1.9 ลิตร ให้เลือกตามความต้องการของลูกค้า เครื่องยนต์รุ่นนี้เรียกว่าเป็นไฮไลท์ของรุ่น เป็น PPV ที่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่สุด ให้กำลังตามรายละเอียดทางเทคนิคเท่า เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ด้วยกำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ( เครื่องยนต์ ฟอร์จูนเนอร์ 2.4 ให้กำลัง 150 แรงม้า แต่แรงบิดมากกว่าที่ 400 นิวตันเมตร)

นั่นทำให้ อีซูซุ มีค่าบำรุงรักษาต่ำ เนื่องจากขนาดเครื่องยนต์ รวมถึง ภาษีประจำปีด้วย ในอีกทาง แม้ต้องยอมรับว่า ในบางโอกาส ขุมพลัง 1.9 อาจจะไม่เหมาะ เช่นการขึ้นลงทางลาดชัน , การบรรทุกผู้โดยสารเต็มอาจเร่งแซงลำบาก แต่ถ้า คุณไม่เดินทางขึ้นเขาบ่อย ครอบครัวขนาดกลาง นั่ง 4-5 คนเป็นประจำ ไม่ได้เน้น ไป 7 คนบ่อยๆ ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย

ในส่วน ของ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ จะเป็นเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ในรุ่นเริ่มต้น และ ปัจจุบัน ยังใช้หัวฉีดเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า i-Art ด้วย ทำให้ค่าดูแล จะค่อนข้างแรงกว่าในระยะยาว รวมถึงภาษี ประจำปีบ้านเราคิดตามขนาดเครื่องยนต์ด้วย

4.เครื่องใหญ่ในราคาเบาตัว

ในกรณีที่คุณต้องการเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ กำลังม้าเยอะ ต้องบอกตามตรงว่า Isuzu ถูกกว่าพอสมควร

เมื่อไม่นานมานี้ ทางอีซูซุ นำเสนอ Isuzu MU- X 3.0 Elegance เป็นรุ่นใหม่ในราคา 1,404,000 บาท เป็นตัวเลือกที่ย่อลงมาจากรุ่น Ultimate ทำให้ราคาของมัน เป็นเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ที่มีราคาถูกสุด ถ้าเทียบกับฟอร์จูนเนอร์ คุณต้องซื้อรุ่น Legender ที่มีราคาแพง ถึง 1.7 ล้านบาท เป็นค่าตัว

นั่นทำให้ แม้แต่ MU-X ตัวท๊อปสุด ก็ยังมีราคาถูกกว่า อย่างน่าตกใจ แม้ความจริงข้อหนึ่ง คือ เครื่องยนต์ 3.0 มีการพัฒนามายาวนานมากก็ตามที

5. ความหรูหราที่มากกว่า

ต้องยอมรับว่า ถ้าเทียบกันแล้ว เจ้า มิว เอ็กซ์ ค่อนข้างดูมีความลงตัว และ หรูหราในตัวรถมากกว่า เนื่องจากการออกแบบของรถรุ่นใหม่ ทั้งภายนอกภายใน ให้ความรู้สึกพรีเมี่ยม ก้าวไปอีกขั้น

แม้ว่าเราต้องยอมรับตามตรงว่า เราไม่ค่อยชอบ ภายในสีน้ำตาล ที่จะดูเลอะเทอะเปรอะเปื้อนได้ง่าย แต่ถ้าเอาภาพรวมเรื่องหรู ก็ต้องยอมรับว่า ทำได้ดีกว่า ส่วน ฟอร์จูนเนอร์ จะออกภาพความสปอร์ตมากกว่า สไตล์นี้ก็แล้วแต่คนชอบ

6.มาตรฐานความปลอดภัยมั่นใจ

เมื่อไม่นานมานี้มีการทดสอบชน Isuzu MU-X ในประเทศ ออสเตรเลีย และรถรุ่นนี้ทำมาตรฐานความปลอดภัยได้ถึงระดับ 5 ดาว โดยรถที่ทดสอบชน ก็เป็นรถที่ส่งขายจากในไทย รวมถึง เมื่อบวกกับความปลอดภัยจากระบบ ADAS ถ้าต้องการเรื่องความปลอดภัย สำหรับครอบครัว ก็มั่นใจได้

ในภาพรวม หากเทียบกับ ฟอร์จูนนอร์ ก็ต้องถือว่า เป็นรถที่มีความน่าสนใจกว่ามาก ใทั้งในเรื่องราคาแอพชั่นที่คุ้มค่ากว่า แม้ว่ายอดขายจะตกเป็นรองกว่าเข้าตลาด แต่ถ้าเอาความคุ้มค่าครบเครื่อง ก็น่าสนใจ

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments