น้ำมันเชื้อเพลิง “ออกเทน 97” จำเป็นหรือไม่ ในรถใหม่วันนี้

เป็นระยะเวลากว่า 22 ปีผ่านมา หลังจากรัฐบาลบ้านเราตัดสินใจเปลี่ยนค่าออกเทนสูงสุดน้ำมันที่จำหน่ายในประเทศให้เหลือเพียงน้ำมันเบนซิน 91 และ 95 ด้วยเหตุผลการสิ้นเปลืองส่วนผสมที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศแพงเกินใช่เหตุ ทั้งที่เครื่องยนต์ส่วนใหญ่อาจไม่ได้ต้องการใช้พวกมัน

การเปลี่ยนแปลดังกล่าวลดเพดานน้ำมันมีออกเทนสูงสุดเพียงค่า 95 จนกระทั่งในระยะ 5-6 ปีที่ผ่ามา เพดานนี้ถูกทลายโดยทางอ้อมจากผู้ผลิตน้ำมัน หลังแนะนำพลังงานทางเลือกแก๊สโซฮออล E20   ออกสู่ตลาด มีข่าวลือว่า น้ำมันชนิดนี้มีค่าออกเทนสูงกว่า 95  ทั้งที่ไม่เคยมีการยืนยัน แต่มันอาจถึงเวลาที่รัฐบาลจำต้องพิจารณาทบทวนน้ำมันออกเทน 97 อีกครั้ง

เทคโนโลยียานยนต์ยุคใหม่ ต่างเปลี่ยนหันมาใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กพกเทอร์โบชาร์จ เริ่มเข้ามาวางขายในไทยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งจากผู้ผลิตแบรนด์รถยนต์ยุโรป รวมถึงปัจจุบันรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นยังเริ่มทยอยเปิดตัวแนะนำ จากรถยนต์นั่งขนาดกลางไปจนถึงขนาดเล็ก เครื่อง 1.0 ลิตร เทอร์โบ ในอนาคต

ส่วนเครื่องยนต์สมัยใหม่อีกหลายรุ่นเปลี่ยนเป็นเครื่องกำลังสูง จาก 8.0-9.0 : 1 ในอดีต ขยับขึ้นมาเป็น  10-12.5 :1 ในวันนี้ บางแบรนด์สูงถึง 14 : 1 บ่งถึงโลกวันนี้เทคโนโลยียานยนต์ไปไกลกว่าที่ภาครัฐเคยเห็นตอนคลอดนโยบายออกมา เมื่อ 23 ปีที่แล้ว

ออกเทน 97 ไทยเคยทำ… แต่ทำไมหายไป

น้ำมันออกเทน 97 หรือ ในต่างประเทศเรียกว่า   High Octane ถ้าขับรถในญี่ปุ่นเรียกว่า Premium มีผลดีต่อการใช้งานในเครื่องยนต์บางประเภท โดยเฉพาะเครื่องยนต์เทอร์โบ และเครื่องยนต์รอบจัดกำลังอัดสูง มีการพิสูจน์แล้วหลายครั้งจากทางผู้ผลิตรถยนต์และวิศวกรยานยนต์ทั่วโลก

คนไทยจำนวนมาก (ทั้งในอดีตและปัจจุบัน) มักเข้าใจว่า น้ำมันออกเทนสูงมีดีกว่า คำตอบคือใช่ แต่มันเหมาะกับรถบางแบบไม่ใช่ทุกแบบ ถ้ารถที่เราใช้เป็นเครื่องยนต์ปกติ ไม่ได้มีการปรับแต่งเครื่องยนต์ รถบ้านใช้งานทั่วไป น้ำมันออกเทนตามที่ผู้ผลิตแนะนำ (ส่วนใหญ่จะเป็นออกเทน 91 )  ถือว่าเพียงพอแล้ว ด้วยหน้าที่ของมันเพียงป้องกันไม่ให้น้ำมันถูกเผาไหม้ ก่อนจังหวะจุดระเบิดของหัวเทียน แถมในวันนี้ บทบาทออกเทนถูกลดลงไปด้วยการจ่ายน้ำมันแบบฉีดตรง   Direct injection  ไม่ใช่ ฉีดผสมกับอากาศเหมือนในอดีต

ในญี่ปุ่น มีน้ำมัน 3 เกรด คือ Regular 91 ,Premium และ ดีเซล

รายงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 จากผู้จัดการ 360 เข้าสัมภาษณ์ นาย แสวง บุญญาสุวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและเทคโนโลยี การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) แสดงท่าทีไม่เห็นด้วย ต่อนโยบายของ  สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (สพช.) ที่ออกมาประกาศเปลี่ยนค่าออกเทนน้ำมันในประเทศให้เหลือเพียง 3 สูตร คือ ออกเทน 87/ 91 และ 95   จากเดิม ที่ใช้ ออกเทน 92 และ 97  มายาวนาน

การออกประกาศนโยบายสายฟ้าแลบ มาจากการศึกษาของสพช. ในรายงานเดียวกันได้เข้าสัมภาษณ์ นาย  เมตตา บันเทิงสุข เลขาธิการของ สพช.เวลานั้น เขาชี้ว่านโยบายใหม่ฟ้าผ่า มาจากความต้องการให้คนใช้น้ำมันออกเทนที่ถูกต้อง

จากการศึกษาของ สพช. เอง พบว่าถ้าลูกค้าเปลี่ยนมาใช้น้ำมันเบนซินออกเทนต่ำกว่า ยกตัวอย่าง จาก ออกเทน 97 มาเป็น 95 สามารถประหยัดลิตรละ 0.20 บาท หรือลูกค้าที่เติมน้ำมันออกเทน97 หันมาเติมออกเทน 91 ก็จะประหยัดได้ 0.70 บาท  รวมถึงยังวางนโยบายขายน้ำมันออกเทน 87 สำหรับรถมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะ (แต่หาเติมยากมาก .. มีเพียงบางจากเท่านั้นที่ขายน้ำมันชนิดนี้ ) จะประหยัดได้ลิตรละ 1.20 บาท เลยทีเดียว

เมื่อมองความจริงพฤติกรรมเติมน้ำมันของรุ่นพ่อแม่เรา นายแสวง ในฐานะตัวแทนปตท. ชี้ว่า สาเหตุที่คนส่วนใหญ่ใช้น้ำมันออกเทนสูง เนื่องจากราคาค่าการตลาดไม่ได้ต่างกันมากนัก น้ำมันเบนซิน 100%   ออกเทน 91 และ 95 มีราคาขายต่างกันไม่มาก และคนไทยเชื่อมั่นว่า พลังออกเทนสูงมีประสิทธิภาพในการขับขี่มากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ถือว่าเป็นกลุ่มใหญ่ที่เติมน้ำมันออกเทนสูง เนื่องจากค่อนข้างเห็นประสิทธิผลการขับขี่ เมื่อเทียบกับราคาน้ำมันที่จ่าย

ในบทความดังกล่าว ไม่ได้พิสูจน์ชี้ ว่ารถแรงมากกว่าเท่าไร แต่, รศ.กัญจนา บุญยเกียรติ อาจารย์ประจำ ภาควิชาเคมีเทคนิค คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ถูกสัมภาษณ์และนำมาประกอบในบทความดังกล่าว ให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า

“การผลิตน้ำมันออกเทนระดับสูงมีผลดีต่อเครื่องยนต์ในแง่อัตราเร่ง ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์จะดีขึ้น”

ด้านนาย แสวง เสริมต่อในเรื่องนี้ออกเทน 97 ว่า  “ถ้าเอาหลักวิชาการมาพูด เรายังอยากจะผลิตที่ออกเทน 97 เพราะว่าประโยชน์มีต่อผู้ใช้รถหลายอย่าง ตามหลักวิชาการแล้วมันเป็นความจริงแม้ว่าจะเพิ่มแค่ 1% ก็ถือว่าเพิ่มแล้ว”

นอกจากนี้เขาชี้ว่า การให้ปรับลดออกเทนลง ยังทำให้ผู้ผลิตน้ำมัน (โรงกลั่น) มีต้นทุนมากขึ้น เนื่องจากมีการลงทุนทำออกเทนสูงไปแล้วเกือบหมด รวมถึงในมุมผู้ใช้รถ ออกเทนลด ราคาขายปลีกต้องลดตามไปด้วย  และจากการศึกษาของสพช. จะเห็นว่า ลดลงจริงก็ไม่มากนัก

ลดค่าออกเทน … ทำให้คนเติมน้ำมันถูกต้อง เป็นจริงแค่ไหน

21 ปีผ่านมา วันนี้เมืองไทยใช้น้ำมันออกเทน 91-95 จน ชิน แถมยังเปลี่ยนสูตรผสม  MTBE   มาใช้ เอทานอล เป็นน้ำมันแก๊สโซฮอลทั้งหมด เหลือเบนซินเพียว 100%  เพียงชนิดออกเทน 95 หลังจากภาครัฐ ตัดสินใจเลิกขายน้ำมันเบนซิน 91 ก่อนให้กลับมาขายแก๊สโซฮอล 91 แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมนัก เนื่องจากราคาขายต่างกันเล็กน้อย (ปัจจุบันต่าง 0.21 บาท/ลิตร ณ วันที่เขียนบทความ )

คำถามที่น่าสนใจ คือ การปรับลดค่าออกเทนเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ด้วยความต้องการให้คนไทยเติมน้ำมันได้ถูกต้องตามค่าออกเทนผู้ผลิตแนะนำ ไม่ใช่เสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ ในวันนี้สำเร็จแค่ไหนกัน

เรื่องนี้ไม่ต้องพิสูจน์ไกลไปยืนสำรวจหน้าปั้มน้ำมัน ทำโพล ทุกอย่างฟ้องด้วยข้อมูลของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน  จากรายงานสรุปสถานการณ์ การใช้น้ำมันและไฟฟ้าในปี พ.ศ. 2561

ในรายงานสรุปดังกล่าวชี้ว่าคนไทยยังคงยึดติดกับค่าออกเทนในน้ำมันเหมือนเดิมไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตาม ที่ทางสพช. วาดฝันไว้เมื่อ 20 ที่แล้ว และการปรับลดออกเทนน้ำมันลงจาก 97 และ 92 ลงมาเหลือ 95 และ 91  ไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมหรือความเข้าใจของคนไทย  ตามเป้าประสงค์ที่กล่าวอ้างขึ้นมา

ข้อมูลว่า วันนี้คนไทยยังเติมน้ำมันออกเทน 95 เยอะที่สุด คิดเป็น ร้อยละ 3 ใน เบนซิน 95 และ ร้อยละ 42 ในน้ำมันแก๊สโซฮอล 95 เมื่อรวมกัน คนไทยเติมน้ำมันออกเทน 95 สูงถึงร้อยละ 45 เลยทีเดียว (จากปริมาตรการใช้ต่อวัน) ส่วนน้ำมันแก๊สโซฮอล 91 มีปริมาณการเติมร้อยละ 32 ต่อวัน  มีสัดส่วนต่างกันราว 13%  ขี้ให้เห็นว่านโยบายลดออกเทนไม่ได้มีผลต่อการสร้างความคิดความอ่านในเรื่องการเติมน้ำมันให้ถูกต้องอย่างที่ควรจะเป็น

เมื่อมองความเป็นจริงในปั้มน้ำมัน ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล 91 และ 95 เปรียบเทียบราคาจำหน่ายปลีกในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะพบว่า  มีส่วนต่างอยู่ที่ลิตรละ 0.21 สตางค์เท่านั้น หรือเทียบเป็นจำนวนปริมาตรน้ำมันได้เพิ่ม ถือว่ากระจิดริดมาก เมื่อเทียบกับความแตกต่างมูลค่าระหว่างน้ำมันแก๊สโซฮอล 95 และน้ำมันแก๊สโซฮอล 95  E20 มีส่วนต่างถึงลิตร 3 บาท โดยประมาณ

ดังนั้นถ้าสรุปว่า การปรับลดออกเทนทำให้คนไทยเติมน้ำมันถูกต้องหรือไม่ คงจะไม่ได้เป็นไปได้ตามภาครัฐบาลวางแผนเอาไว้  คนใช้รถส่วนใหญ่ยังเติมใช้น้ำมันออกเทนสูง อย่างต่อเนื่อง

how-to-fuel (4)

ในรายงานสถานการณ์น้ำมันในเดือน มกราคม-กุมภาพันธ์ 2562 ชี้ว่า คนไทยยังเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล 95 E10   สูงสุดในร้อยละ 43 ของน้ำมันเบนซินรวม และยังยังมีปริมาตรการใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถึงร้อยละ 8.2

ที่น่าสนใจไปกว่านั้น ความบ้าเลขออกเทนคนไทย ทำให้น้ำมัน  E85 เพิ่มขึ้นเป็น 1.28 ล้านลิตรต่อวัน หรือเพิ่มขึ้น 12.4%   การเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากจำนวนและประเภทรถที่รองรับพลังงานทางเลือกชนิดนี้ได้ รวมถึงยังมีปริมาณสถานีน้ำมันมากขึ้น และที่ผ่านมาในทางหนึ่งคนไทยติต่าง น้ำมันชนิดนี้มีค่าออกเทน 105 จึงได้รับความนิยมจากคนบางกลุ่มปรับแต่งให้มีความสามารถรองรับกับรถของตัวเอง เมื่อประกอบกับราคาขายที่ถูกมาเพียงลิตรละไม่ถึง 20 บาท ก็สร้างแรงจูงใจให้คนมาใช้ได้พอควร

 

ออกเทน 97 มีใน  E20  จริงหรือ !!

การยกเลิก น้ำมันออกเทน 97 ไป เมื่อ 20 กว่าปีก่อน กลับหวนคืนมาในแนวทางน้ำมันแก๊สโซฮอล E20   ซึ่งมีค่าออกเทนสูง และมีการพิสูจน์จากการวัดผลพลังงานต่อหน่วยกับมูลค่าค้าปลีกว่าเหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด ไม่ว่าในแง่ความสามารถในการรองรับในรถยนต์เครื่องยนต์เบนซินแทบทุกประเภท ทุกยี่ห้อในปัจจุบัน แถมปั้มน้ำมันทุกแบรนด์มีขายน้ำมันประเภทนี้

เมื่อมองยอดขายน้ำมัน E20   ปีที่แล้วรั้งในอันดับ 3 มียอดใช้เฉลี่ย 19%  หรือเพียงวันละ 5.8 ล้านลิตร นับว่าไม่ใช่ตัวเลขที่มาก ถ้าพูดถึงว่ามีรถที่รองรับ จำนวนปั้มขายก็มาก แถมยังตกเป็นข่าวลือท่ามกลางคนใช้ว่า น้ำมันชนิดนี้ให้ออกเทน 98

ถ้าเอาตามข้อมูลประกาศ กำหนดลักษระและคุณภาพของน้ำมันแก๊สโซฮอล์  ฉบับล่าสุดที่ออกมาปี พ.ศ. 2557 มาตรวจสอบ จะพบว่า น้ำมันแก๊สโซฮอล E20   นั้น ถูกกำหนดให้มีค่าออกเทน (RON- Research Octane Number)  95  เทียบเท่าน้ำมันแก๊สโซฮอล 95 ที่มีราคาแพงกว่า 3 บาท ไม่ได้มากกว่าตามที่หลายคนเข้าใจกัน

how-to-fuel (2)

ในบางข้อมูลบนโลกอินเตอร์เน็ตจากหลายแห่ง ชี้ว่าน้ำมันแก๊สโซฮอล 91 และ น้ำมันแก๊สโซฮอล E20  ใช้น้ำมันเบนซินพื้นฐานออกเทน 87 มาผสมกับเอทานอล (ทดแทนสาร  MTBE หรือ Methyl Tertiary Butyl Ether) สูตรเดียวกันนี้ยังใช้กับแก๊สโซฮอล  E85 (ตามข้อกำหนด  E85 = ออกเทน 95) จนได้ค่าออกเทนตามที่ภาครัฐกำหนด   ถ้ามองตามข้อเท็จจริงดังกล่าว เท่ากับว่า บ้านเราไม่มีน้ำมันใดที่มีค่าออกเทนสูงกว่า 95 ตามที่เราที่เคยเข้าใจกัน  

สูตรผสมน้ำมันแก๊สโซฮอล ในปัจจุบัน จากเพจ แจ้งเตือนราคาน้ำมัน

(*ส่วนแก๊สโซฮอล 95 e10  เป็นสูตรเดียวที่พอมีข้อมูลว่า ผสมเอทานอลกับน้ำมันเบนซิน 91 และเอทานอล 10%  จึงแตกต่างออกไป)

ข้อมูลจาก ปตท. ที่เคยเปิดเผยออกมาในปี พ.ศ. 2554  ให้ความกระจ่างและชี้ชัดถึง ตัวเลขออกเทนน้ำมัน  E20   ว่ามี ค่าออกเทนสูงกว่า แก๊สโซฮอล 95 E10  จริง ไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิดจากผู้ใช้
 น้ำมัน Blue Gasohol E20  ถูกตีแผ่ข้อมูลว่า มีค่าออกเทนเฉลี่ยสูงถึง RON 98.7   และ มีค่าสูงสุด 99.3 มากกว่าที่ภาครัฐบาลกำหนด และมีความประหยัดในการใช้จ่ายประหยัดกว่าการเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล 95 ถึง ร้อยละ 6.93 ตามข้อมูลการศึกษาวิจัยของบริษัท 

อย่างไรก็ดี เนื่องจากในบทความนี้ไม่พบข้อมูลที่น่าเชื่อถือ จากผู้ผลิตน้ำมัน E20   รายอื่น จึงไม่สามารถตอบได้ว่าน้ำมัน  E20   ทุกปั้ม มีค่าออกเทนเหมือนกันหรือไม่ ตลอดจนเรายังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ปตท. มีการปรับสูตรจากวันที่เผยแพร่ข้อมูลนี้หรือไม่ 

ส่วน  E85  ไม่พบข้อมูลค่าออกเทนจากภาครัฐหรือผู้ผลิตรายใด ที่มีการยืนยันว่ามีออกเทนสูงถึง 105 ตามที่มีการพูดถึงมากในหมู่ผู้ใช้รถ

 

ใครต้องการน้ำมัน ออกเทน 97

มาถึงตรงนี้ หลายคนน่าจะพอเริ่มเข้าใจว่า น้ำมันแก๊สโซฮอลที่เราใช้อยู่ไม่ว่าส่วนผสมใด ก็ยังอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ออกเทน 95 ตามนโยบาย สพช. ที่ใช้มายาวนาน ด้วยเป้าหมายจูงให้เติมน้ำมันให้ถูกต้องตามออกเทนที่กำหนด แต่ในวันนี้น้ำมันกว่า 3 ชนิดในสถานีบริการน้ำมัน กลับทำออกมามีค่าออกเทน 95 (**จากที่ดูตามข้อกำหนดของ กฎกระทรวงว่าด้วยลักษณะและคุณภาพแก๊สโซฮอล พ.ศ. 2557) ไม่ว่า จะแก๊สโซอล 95 (E10), แก๊สโซฮอล์ E20  และ แก๊สโซฮอล E85   

กลายเป็นว่า ไม่รู้จะให้คนเติมให้ถูก หรืองงกว่าเดิม (ทำน้ำมันออกมาหลายตัวเกิน)ว่า สรุปแล้ว ฉันต้องเติมน้ำมันอะไร จนหลายคนจึงตัดสินใจเติมตามค่าออกเทนที่คุ้นเคย 95  ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่า แพงกว่า  91 E10 เพียง 0.21 บาท ต่อลิตร งั้นก็เติมออกเทนสูงไว้ก่อนทั้งที่เครื่องยนต์ในรถ อาจไม่ได้จำเป็นต้องกินหรูขนาดนั้นก็ได้ 

ถึงแม้ภาครัฐจะไม่สามารถเปลี่ยนความคิดคนในเรื่อง เติมน้ำมันใช้ออกเทนให้ถูกต้องได้ในตลอด 20 ปี ที่ผ่านมา แต่ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยียานยนต์ อาจสามารถทำเรื่องนี้ให้ถูกต้อง ได้ด้วยน้ำมัน (หรือแก๊สโซฮอล) ที่มีค่าออกเทน 97-98 ( ไม่ใช่ทำเป็นอีแอบในปั้ม เหมือน แก๊สโซฮอล e20)

ทำไม ค่าออกเทน 97 จึงสำคัญนัก นั่นมาจากการพัฒนาเครื่องยนต์เทอร์โบในรถยนต์หลายรุ่นในปัจจุบัน ทั้งรถบ้านใช้งานทั่วไป ประเภทกลุ่มรถยนต์หรูจากยุโรป 3 ทหารเสือ  Mercedes Benz , BMW   และ   Volvo  โดยเฉพาะปีที่ผ่านมา   Mercedes AMG   เข้ามาเปิดตลาด พร้อมเครื่องยนต์สมรรถนะสูง ที่ผ่านมา ก็มีรถกลุ่มนี้ทยอยเข้ามาเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่า  Lamborghini , Ford Mustang  และอื่นๆ อีกมาก รถเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความต้องการใช้น้ำมันออกเทนสูงจากผู้ผลิต 

Ford Mustang

พวกมันอาจสามารถขับได้ด้วยน้ำมันออกเทน 95 จากความสามารถในการปรับตัวของเครื่องยนต์ในปัจจุบัน แต่ก็เหมือนโดยตอนแรงม้า ไม่สามารถใช้ได้เต็มประสิทธิภาพตามข้อมูลทางเทคนิค 

วิศวกรยานยนต์ สนับสนุนน้ำมันออกเทนสูง

น้ำมันออกเทนสูงกว่ามีผลขนาดไหน ?? ต่อเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูง

เอกสารและรายงานหลายชิ้นช่วงระยะ 2-3 ปี หลัง ต่างชี้ไปในทางเดียวกันว่า เครื่องยนต์สมัยใหม่ ไม่ว่า เครื่องเทอร์โบ หรือ เครื่องยนต์กำลังอัดสูง น้ำมันออกเทนสูงสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ได้

งานวิจัยน่าสนใจชิ้นหนึ่งมาจาก SAE International ในหัวข้อ “BENCHMARKING A 2016 HONDA CIVIC 1.5-LITER L15B7 TURBOCHARGED ENGINE”  เพิ่งออกเผยแพร่เมื่อปีที่แล้ว (2018) ทางทีมวิจัยนำเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบชาร์จมาศึกษาในแง่มุมต่างๆ

หนึ่งในหัวข้อที่ถูกนำมาศึกษาคือการเติมน้ำมันที่มีความต่างกัน ทีมวิจัยเลือกเติมน้ำมันพรีเมี่ยม ออกเทน 93 (เทียบเท่าออกเทน97 )  และออกเทน 91 พร้อมเอทานอล 10%  (เทียบเท่าความสามารถจากแก๊สโซฮอล 95 – เนื่องจากเป็นการทดสอบในอเมริกา)  

ผลจากการทดสอบพบว่า  กล่องประมวลผลเครื่องยนต์สามารถเรียนรู้น้ำมันที่ใช้ และสร้างการตอบสนองต่างกัน โดยเมื่อเทียบเป็นค่า Brake  Thermal Efficiency   หรือ  BTE  (เป็นค่าที่บอกว่าความร้อนจากน้ำมันเปลี่ยนเป็นกำลังเชิงกลดีกว่าแค่ไหน) ชี้ว่า เมื่อเครื่องยนต์ทำงานในรอบสูงขึ้น น้ำมันออกเทนสูงมีผลต่อเครื่องยนต์เทอร์โบอย่างชัดเจน แม้ว่าจะมีการออกแบบให้รองรับน้ำมันออกเทนต่ำได้ก็ตาม

ในการทดสอบของ   SAE International   ได้รับเครื่องยนต์ด้วยความเร็ว 1,500 และ 2,000 รอบ ต่อนาทีในน้ำมัน ต่างชนิดกัน พบว่า เมื่อใช้น้ำมันเชื้อเพลิงออกเทนสูงกว่า จะตอบสนองดีกว่า

นอกจากนี้ทางฝั่งวิศวกรจากบริษัทรถยนต์ยังมีความพยายาม ให้ภาครัฐบาลในอเมริกาปรับเปลี่ยนเพิ่มค่าออกเทนจากเดิมสูงสุด 93 (เทียบเท่า 95)  ให้มากขึ้น เป็น ออกเทน 95 (เทียบเท่า ออกเทน 97)  เนื่องจากสามารถเพิ่มความสามารถของเครื่องยนต์  นอกจากนี้วิศวกรยานยนต์ชั้นนำหลายคน ต่างชี้ว่าน้ำมันออกเทนสูงทำให้เผาไหม้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดการปล่อยไอเสีย   Co2  ด้วย

นายแดน นิโคลสัน รองประธานทางด้านระบบขับเคลื่อนสากล   General Motor   ได้กล่าวในการให้ข้อมูลกับ อนุกรรมการสิ่งปวดล้อและพลังงานนในอเมริกา ว่า การเพิ่มออกเทนเป็นวิธีที่ง่าย ลูกค้าอาจจะต้องจ่ายเงินมากขึ้นร้อยละ 3 แต่พวกเขาได้ความประหยัดมากกว่าร้อยละ 3 และในแง่วิศวกรเราสามารถสร้างอัตราประหยัดมากกว่านั้นในระหว่างการพัฒนา ทำให้ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ดีขึ้นถ้าน้ำมันเชื้อเพลิงตอบโจทย์

นอกจากนี้รายงานจากผู้ใช้รถยนต์สมรรถนะสูงหลายราย อาทิ   Ford Mustang  เครื่องยนต์ 2.3 Ecoboost   ผู้ใช้ในต่างประเทศ ชี้ว่า ถ้าเติมน้ำมันด้วยออกเทน 91 รถ สามารถใช้งานได้ปกติ แต่เมื่อเติมออกเทน 97 จะมีความสามารถอัตราเร่งดีขึ้นผิดหูผิดตา แม้จะเป็นรถคันเดียวกันก็ตาม เป็นหนึ่งในหลายตัวอย่างชี้ว่าน้ำมันออกเทนสูง มีผลต่อเครื่องยนต์บางประเภทจริงๆ

……..

เมื่อกลับมามองดูประเทศไทย เรามีน้ำมัน 91 และ 95 อาจต้องถึงเวลาทบทวน ที่เราต้องพัฒนาน้ำมันออกเทนสูงออกมาให้ลูกค้า แม้ว่าราคาอาจแพงขึ้น และดูไม่สมเหตุผลในยุคเศรษฐกิจแย่ ต้องรัดเข็มขัด หากยังมีรถที่ต้องใช้และจำเป็นต้องใช้น้ำมันออกเทนสูงขายในตลาด แม้ไม่ใช่ทุกคนจะใช้มัน

น้ำมันเกรดออกเทน 97 วันนี้พิสูจน์ว่า มีในน้ำมันแก๊สโซฮอล E20   มันไม่ถูกโฆษณาเรื่องนี้มากนัก กลายเป็นของดีในปั้มน้ำมันที่หลายคนมองข้ามอย่างน่าเสียดาย

อย่างไรก็ดี ความจำเป็นในการเพิ่มออกเทนจากหน่วยงานที่ควบคุมกำกับดูแลนโยบายน้ำมัน อาจทำให้คนเลือกเติมน้ำมันถูกต้องมากขึ้น  มันขยายช่องว่างทางด้านการตลาดให้คนมาสนใจน้ำมัน 91 อันจะบังคับให้คนเติมน้ำมันตามค่าออกเทนที่เหมาะสมกับรถอย่างถูกต้อง

การยกเลิกเกรด 95 ที่ใช้กันมายาวนาน นอกจากทำให้เกิดช่องว่างการตลาดแล้ว ยังตรงต่อความต้องการใช้งานของรถยนต์บางประเภทที่อาจจำเป็นต้องใช้น้ำมันเกรดดังกล่าวจริงๆ ถึงจะไม่ใช่จำนวนมากก็ตาม ด้วยความสามารถของเครื่องยนต์สมัยใหม่ที่สามรรถปรับตัวเองตอบสนองต่อน้ำมันที่ใช้ น้ำมันที่มีค่าออกเทนสูงจึงจำเป็นกับรที่มาพร้อมเครื่องยนต์สมรรถนะสูง ซึ่งวันนี้มีขายอยู่เกลื่อนตลาด ถึงเทียบกับจำนวนคนใช้ไม่มาก แต่ก็ไม่สมควรจะปิดกั้นความต้องการดังกล่าวของผู้บริโภค

20 ปีทีผ่านมา เป็นเรื่องชัดเจนว่า การปรับลดออกเทนไม่ได้เปลี่ยนความเชื่อออกเทนสูงของคนใช้รถ มิหนำซ้ำ ระยะหลังภาครัฐ ยังปรับค่าออกเทนให้เป็น   Ron 95  ในน้ำมันเกือบทุกชนิด กลายเป็นไม่สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างที่ควรจะเป็น และสร้างความสับสนแก่คนใช้รถมากขึ้น

จากข้อมูล จะเห็นว่า พวกเขายังนิยมใช้น้ำมันที่คุ้นเคย จึงเป็นสาเหตุให้น้ำมันแก๊สโซฮอล 95 ยังขายดีที่สุดติดอันดับและมากวก่าแก๊สโซฮอล 91 ด้วยปัจจัยทางด้านราคาที่ไม่ต่างกันนัก

อาจจริงที่วันนี้กับเมื่อ 20 ปี ที่แล้ว เราอยู่ในบริบทสถานการณ์ ทางสังคมและเศรษฐกิจที่ต่างกันพอสมควร แต่ข้อเท็จจริงว่าคนไทยไม่ได้เปลี่ยนแปลงการใช้น้ำมันอย่างที่ควรจะป็น ไม่สามารถปฏิเสธได้ ทำไมสัดส่วนน้ำมันแก๊สโซฮอล 91 ถึงไม่มากกว่า เป็นโจทย์ที่รัฐควรไปขบคิดไม่น้อย

ส่วนน้ำมันออกเทนสูงกว่า 95 วันนี้ยืนยันจากหลักฐานของผู้ผลิตว่ามีในน้ำมันแก๊สโซฮอล E20   หากกลับไม่ได้มาจากความต้องการของภาครัฐบาล นอกจากนี้ออกเทน 97 ยังสนับสนุนเครื่องยนต์สมรรถนะสูง อย่างเครื่องเทอร์โบที่มีความนิยมและกำลังอัดสูงในเครื่องสมัยใหม่ แถมยังชี้ว่าลดการล่อยไอเสีย จนทั่วโลกกำลังถกเถียงเปลี่ยนน้ำมันเป็นออกเทนสูงขึ้น

บางทีการกำหนดมาตรการไอเสียลดมลภาวะของภาครัฐ อาจถึงเวลาต้องกลับมาทบทวนเรื่องสำคัญที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมายาวนาน ด้วยโจทย์สำคัญว่า

 “มาตรฐานออกเทนน้ำมันที่เราใช้ในประเทศไทย มีความเหมาะสมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ปัจจุบันมากแค่ไหนกัน”

เรื่องโดย ณัฐยศ ชูบรรจง

บทความนี้เกิดจากการรวบรวมข้อมูลของผู้เขียน ถือมีลิขสิทธิตามประมวลกฎหมาย

อ้างอิงข้อมูล

“BENCHMARKING A 2016 HONDA CIVIC 1.5-LITER L15B7 TURBOCHARGED ENGINE” ,2018 , SAE International website , https://www.epa.gov/sites/production/files/2018-10/documents/sae-paper-2018-01-0319.pdf

ข้อมูล ประสิทธิภาพน้ำมัน PTT Blue Gasohol E20  ,2554 , PttPlc website  , http://www.pttplc.com/th/Products-Services/Consumer/For-Vehicle/PTT-Blue-Innovation/Pages/PTT-Gasohol-Blue-E20-Test.aspx

รายงาน สถานการณ์การใช้น้ำมันและไฟฟ้า ในปี 2561 , 2561 ,สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ,เว็บไซต์, http://www.eppo.go.th/index.php/th/energy-information/situation-oil-electric

ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพน้ำมันแก๊สโซฮอล์ พ.ศ.2557 ,2557, กรมพัฒนาธุรกิจพลังงาน , http://elaw.doeb.go.th/document_doeb/424_0001.pdf

ค่าออกเทน เจ้าปัญหา คนไทยก้มหน้ารับกรรม, ,มิถุนายน 2541 ,ผู้จัดการ 360 , http://info.gotomanager.com/news/details.aspx?id=2287

Higher gas octane could boost performance — and price ,2017, USA Today , https://www.usatoday.com/story/money/cars/2017/04/26/higher-gas-octane-could-boost-performance—-and-price/100938746/

 

 

 

 



Comments

comments