Daihatsu Copen GR Sport เปิดประทุนพันธ์ุจิ๋ว

ในบ้านเราพูดถึงรถสปอร์ตสักคัน มันต้องแรงเรา้ใจขับสนุก แรงม้าต้องมากกำลังต้องมี นั่นเป็นสิ่งที่หลายคนต่างถวิลหาในว่าที่รถคันนี้ ตลอดหลายปี   Daihatsu   ได้พิสูจน์แล้วว่าเรื่องนี้ไม่จริง ด้วยรถสปอร์ต   Daihatsu Copen

Daihatsu Copen   อาจไม่ใช่รถที่คนไทยรู้จักอย่างแพร่หลาย แต่มันเป็นที่ชื่นชอบมากของคนญี่ปุ่น ที่ต้องการรถสปอร์ตเปิดประทุนสักรุ่นในราคาไม่แพง  เอาไว้ขับขี่กลมชิมวิวในวันว่า มีขนาดเล็กกะทัดรัดขับง่ายสะดวกต่อชีวิตในเมือง

แนวคิดรถรุ่นนี้เป็นความต้องการของไดฮัทสร้างรถ   kei car   (โครงการรถยนต์ขนาดเล็ก คล้าย อีโค่คาร์ในไทย) ที่มีความแตกต่าง รุ่นปัจจุบัน ใช้รหัสชื่อรุ่นว่า  “LA400”  เผยโฉมออกมาในงาน   Tokyo Motor Show 2013  ยังใช้ชื่อเดิม แต่เปลี่ยนจาก  Copen เป็น   Kopen   เพื่อสะท้อนถึง 2 คำ คือ  Kei car – Open ก่อนจะกลับมาใช้คำว่า   Copen   เหมือนเดิม เพื่อสะท้อนว่า มันเป็นรถ Convertible   หรือ เปิดประทุนได้

ตัวรถรุ่นนี้มีหลายเวอร์ชั่น ทั้งรุ่นคูเป้ที่ไม่สามารถเปิดหลังคาได้ และรุ่นเปิดหลังคาได้ ส่วนคันที่มาโชว์ในงาน  Tokyo Motor Show  2019   เป็นรถรุ่นใหม่เปิดตัวเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมาในญี่ปุ่น เป็นการร่วมมือระหว่าง   Daihatsu   กับพี่ชาย   Toyota   ออกรุ่นพิเศษ   Daihatsu Copen GR Sport

รถในเวอร์ชั่นพิเศษใหม่ ล่าสุดนี้แตกต่างจากทุกครั้ง ใบหน้ามีความสปอร์ตคมเข้มมากขึ้น ไปจรดบั้นท้าย มันได้ของแต่างพิเศษมากมายหลายรายการเข้ามาบรรจุเอาไว้ให้พร้อมซิ่ง เริทจาก โครงสร้างตัวถังเพิ่มความแข็งแรงมากขึ้น ชุดช่วงล่างจูนใหม่มาเป็นพิเศษ พร้อมปฏิบัติการความเร็ว ภายนอกเด่นด้วยล้ออัลลอยน้ำหนักเบา   BBS

ส่วนในห้องโดยสารติดตั้งชุดเบาะนั่ง สำหรับ 2 คน เป็นรถคู่รัก รุ่นนี้เลือกใช้เบาะทรงสปอร์ตจาก   Recaro   เข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ภายในห้องโดยสารเน้นความเรียบง่าย อาทิ พวงมาลัย 3 ก้าน เกียร์ธรรมดา เบรกมือปกติ เรียกว่าเป็นรถที่เน้นการขับขี่อย่างจริง

ถึงแม้ว่าจะมีความสปอร์ตเต็มพิกัด Daihatsu Copen GR sport  ก็หาใช่รถที่มีความแรงเร้าใจอะไรมากมายรัก มันมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาดจิ๋ว 3 สูบ 660 ซีซี เทอร์โบชาร์จ ตอบการขับขี่ด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และยังเลือกขับเกียร์ CVT ให้ความประหยัดสูงสุด 19.2 ก.ม./ลิตร ตามข้อมูลของ   WLTC

สำหรับรถรุ่นนี้ ในญี่ปุ่น วางขายในราคา 2,380,000 เยน  หรือประมาณ 690,000 บาท เป็นค่าตัว (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) 



Comments

comments