3 สัญญาณเตือนว่าควรเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนบนรถคันโปรด

เข้าถึงฤดูฝนทีไรใบปัดน้ำฝนทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา ในรถหลายคันเริ่มมีปัญหากวาดน้ำบนกระจกได้ไม่หมด จะดีกว่าหรือไม่หากเรารู้ว่าเมื่อใดถึงเวลาเหมาะสมในการเปลี่ยนใบปัดน้ำฝน

 

เวลาฤดูฝนย่ากรายเข้าสู่ประเทศไทยทีไร เชื่อได้เลยว่าประชากรในกรุงเทพฯ รู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมาทันที ไม่ใช่เพราะความเปียกแฉะจากน้ำ หากแต่เป็นเรื่องสภาพการจราจรที่สุดแสนจะติดขัด น้ำระบายไหลลงท่อไม่ทัน และอื่นๆ ที่ทำให้คนขับเกิดความหงุดหงิด ทว่าอีกหนึ่งปัญหาที่มักเวียนมาบรรจบครบหนึ่งปีก็คือ ใบปัดน้ำฝนที่ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ดีเช่นเดิม มาดูกันว่าเหตุผลใดที่ทำให้คุณต้องเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนกันบ้าง

 

 

 

1.ใบปัดเริ่มส่งเสียงดัง ปัดแล้วสะดุด

 

เริ่มประเด็นนี้กันด้วยเสียงดังครืดคราดเวลาเปิดใช้งานก้านปัดน้ำฝน โดยหลายคนมักพบเจอปัญหาสุดจะน่ารำคาญนี้จากหลายสาเหตุ ทั้งการที่ไปใช้น้ำยาฉีดกระจกไม่ให้น้ำเกาะ หรือรถบางคันเปลี่ยนไปใช้ใบปัดน้ำฝนที่สร้างแรงกดบนกระจกมากเกินไป อย่างไรก็ตามหากรถของท่านเคยใช้งานได้เป็นปกติอยู่ตลอด แต่อยู่มาวันหนึ่งเวลาปัดน้ำฝนในสภาพฝนตกปกติแล้วมีเสียง หรือสังเกตุเห็นว่าก้านปัดน้ำทำงานไม่ลื่นไหลเหมือนเดิม ก็ให้สันนิษฐานเบื้องต้นว่าใกล้เวลาเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนแล้ว

 

 

2.มีรอยน้ำเป็นเส้นยาวบนกระจก

 

เมื่อใดที่ใบปัดน้ำฝนของคุณเริ่มมีอาการปัดน้ำแล้วมีร่องเส้นรอยน้ำลงเหลืออยู่ จากเดิมที่เคยปัดกว่าได้หมดเกลี้ยงไม่ทิ้งรอยน้ำเอาไว้ นั่นแหละคืออีกหนึ่งสัญญาณที่บอกว่าคุณควรจะเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนได้แล้ว แต่หากเพิ่งปรากฏเพียงเส้นเดียวยังไม่ถึงขั้น 4-5 เส้น คุณก็ยังพอใช้งานได้จนกว่าจะเริ่มรู้สึกไม่ไหวกับของเดิม เพราะโดยทั่วไปแล้วยางปัดน้ำฝนมักมีอายุการใช้นานแค่ 1 ปี ไม่ว่าคุณจะจอดตากแดดหรือจอดรถในร่มก็ตาม

 

 

3.ปัดแล้วมีคราบน้ำ ปัดแล้วมองกระจกไม่ชัด

 

ข้อสุดท้ายนี้เรียกว่าใบปัดน้ำฝนของคุณใกล้ถึงขั้นสิ้นชีพวายชีวาแล้ว เพราะอาการดังกล่าวบ่งบอกว่ายางใบปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพเกือบถึงที่สุดแล้ว เพราะหากคุณไม่ยอมเปลี่ยนการปัดน้ำฝนแต่ละครั้งจะกลายเป็นการลดทัศนวิสัยเวลาขับขี่ มากกว่าช่วยให้คุณมองเห็นได้ชัดเจนขณะขับขี่ในสภาพอากาศฝนตก ดังนั้นหากคุณพบว่าใบปัดน้ำฝนบนรถคุณมีอาการเช่นนี้ ก็ให้รับเปลี่ยนเป็นคู่ใหม่ทันทีเพื่อความปลอดภัยของคุณเอง

ติดตามข่าวสารและบทความดีๆ จากพวกเรา Ridebuster.com



Comments

comments