ซื้อ Honda  CR-V  2017  เบนซิน หรือ ดีเซล เลือกคันไหนคุ้มกว่ากัน

แบ่งปันเรื่องนี้

ตั้งแต่เปิดตัวออกมาอย่างเป็นทางการ เราต้องยอมรับว่าเจ้ารถอเนกประสงค์ ยอดนิยมของคนไทย   Honda  CR-V   ใหม่ เป็นรถที่หลายคนใครให้ความสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแนะนำรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเข้าสู่ตลาดบ้านเรา ทำให้รถรุ่นนี้ยิ่งทวีความน่าสนใจในการคบหาอย่างมาก

สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจ และคิดไม่ตกในการเลือกซื้อรถยนต์   Honda CR-V   ใหม่ คงต้องยอมรับว่า รถยนต์อเนกประสงค์   Honda  CR-V   รุ่นนี้ เป็นรุ่นที่ตัดสินใจยากมากๆ เนื่องจาก เครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร แม้ว่าจะเป็นเครื่องยนต์รุ่นเดิม แต่ก็มีสมรรถนะที่น่าสนใจไม่น้อย 173 แรงม้า จากตัวเครื่องยนต์ ในความรู้สึกโดยไม่ต้องขับก็ประกาศชัดในเรื่องสมรรถนะในการขับขี่อยู่แล้ว

ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลเอง อาจจะไม่แรงเท่าแต่กำลังแรงบิดก็ไม่น้อย 350 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที และ 160 แรงม้า จากเครื่องยนต์ ก็เรียกว่าเป็นขุมพลังหน่วยก้านดีอีกบล็อกหนึ่ง แถมเครื่องดีเซลยังได้ชุดเกียร์ 9 สปีด อีกตะหาก

คำถามที่หลายคนคงใครครุ่นคิดตอนนี้ คงไม่พ้นว่า … จะเลือกซื้อเครื่องยนต์อะไรดีกว่ากัน

การวางไลน์อัพสินค้าที่เหมือนกัน ด้วยเครื่องยนต์แต่ละรุ่นมีทั้งรุ่น เริ่มต้น (รุ่น E) และ มีรุ่นท๊อป (รุ่น EL) ซึ่งทั้งคู่ต่างมีรายละเอียดต่างๆ ค่อนข้างคล้ายคลึงกัน โดยในการเปรียบเทียบ เนื่องจากทางกระผมเพิ่งทดสอบในรุ่น  EL   ทั้ง เบนซินและดีเซล จึงจะขอใช้เงื่อไขในการเปรียบเทียบเป็นรุ่น  EL  ทั้ง คู่เพื่อให้เห็นภาพความคุ้มค่ามากขึ้น

ภาพรวมออพชั่น ต่างกันอะไรบ้าง …

ตั้งแต่ได้   Honda  CR-V   ใหม่มาขับทดสอบ ทำรีวิว  หลายคนต่างตั้งคำถามเข้ามาไถ่ถามเรื่องความคุ้มค่าของรถยนต์   Honda  CR-V   ระหว่างรุ่นดีเซลและเบนซิน 

ด้วยในโลกโซเชี่ยลวันนี้มีคนพยายามตอบคำถามความคุ้มค่าในรถยนต์ โดยอาศัยข้อมูลจากทางเทคนิค และรายละเอียดออพชั่นในโบว์ชัวร์ มาตอบคำถามความคุ้มค่า ทั้งที่ไม่เคยขับ หรือไม่ได้ลองขับรถ ซึ่งจะบอกได้มากกว่าการวิจารณ์ตามสเป็ค

ตอนรับรุ่น 2.4 เบนซินมาขับ เมื่อมองรถภายนอก ผมมองว่า   Honda  CR-V   ใหม่ ทำให้มันมีความสปอร์ตหรูหรามากขึ้น และยังแถมความบึกบึนเอาไว้ในตัว ส่วนที่ไม่เคยชอบเลยคือด้านท้ายรถที่คล้ายกับ   Honda  BR-V   ราวกับลอกกันมาระหว่างที่ทีมออกแบบแวะทานอาหารที่โรอาหารเอเซี่ยนฮอนด้า

ตัวล้อเป็นสีทูโทนขอบ 18 นิ้ว คุนที่ขับให้ยาง   Toyo Tire Proxes R45   ตอบโจทย์การขับขี่ รุ่นนี้มีดีตรงที่ตัวรถสูงขึ้นถึง 38 มม. เพียงพอสำหรับเดินทางสมบุกสมบันมากขึ้น ได้ประตูท้ายไฟฟ้าเข้ามาตอบโจทย์

2017Honda-CRV-Gasoline-Review008
Honda CR-V 2017 Thai Version

อ่านไหม ?? อ่านรีวิว   Honda CR-V 2017   ฉบับเต็ม

ในห้องโดยสารได้ออพชั่นที่จำเป็น เช่นหน้าจอ  TFT   เพิ่มความทันสมัยตัวรถ ,แอร์ออโต้ แยกอิสระ 2 โซน,เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบดันหลัง 4 ทิศทาง , ฝั่งคนนั่งปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง ตอบความคุ้มค่ามากขึ้น ด้วยเบาะ 3แถว 7 ที่นั่ง เครื่องเสียง   Advance Touch

รุ่นเบนซิน แม้ว่าจะยกเครื่องยนต์และเกียร์แทบทั้งหมดมาจากรุ่นก่อนหน้านี้ แต่รุ่นนี้ทาง  Honda  กลับไม่ใส่  Paddle Shift   มาให้ ผมแซวทีมงานฮอนด้าตอนไปรับรถรุ่นดีเซล ว่าทำไมไม่มีมาให้ .. คำตอบสั้นและเข้าใจง่าย “แรงเครื่องเหลือเฟือ”

พอรับรุ่นดีเซลมาขับ ทุกอย่างเหมือนกันทั้งหมดในภายนอก ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแตกต่าง อย่างเดียวที่บอกว่ารถคันนี้เครื่องยนต์เบนซินหรือดีเซล คือ 1.เสียงเครื่องยนต์หลังคุณสตาร์ทเครื่อง และ 2 .ตราด้านท้ายรถที่เปลี่ยนจาก  i-vtec   ไปเป็น i-dtec

เมื่อเข้าสู่ห้องโดยสารเจ้า   Honda  CR-V   รุ่นดีเซล ให้ความรู้สึกแตกต่างออกไป นั่นก็เพราคันเกียร์ที่เคยสถิตอยู่ที่คอนโซลตรงกลางหายไป แล้วเป็นระบบเกียร์ปุ่มมาแทน

ความรู้สึกตอนขับแรกๆ ก็ประหลาดๆ ไม่น้อย “เกียร์ปุ่ม” จะทำให้เหวอ!! ในช่วงแรกๆ แต่พอปรับตัวสัก 2-3 วัน จะเริ่มคุ้นชิ้น แต่อย่าใช้คนอื่นขยับรถเยวนะ เขาจะต้องมาถามว่า “เกียร์อยู่ไหน”

2017Honda-CRV-Diesel-more-Review003
Honda CR-V 2017 Thai Version

ที่ผมยังไม่ได้ลองเรื่องระบบเกียร์ปุ่ม คือการจอดรถขวาง ซึ่งชีวิตคนไทยต้องมีโอกาสอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เอาไว้จะหาคำตอบมาให้

ภาพรวมรายละเอียดในห้องโดยสาร เหมือนกับรุ่นเบนซินทุกประการ โดยนอกจากเกียร์ปุ่มสุดแนวแล้ว เจ้ารุ่นดีเซลยังให้ระบบ   Paddle Shift   มาด้วย และมีมาให้ตั้งแต่รุ่น  E   ขณะที่คิดย้อนถึงรุ่นเบนซินไม่มีมาให้ก็บอกเลยพาลเอาเซ็ง !!

สมรรถนะ ต่างกันขนาดไหน

เมื่อเริ่มลองขับทดสอบ สิ่งที่ผมชอบนำมาใช้วัดความคุ้มค่า สำหรับผม คือ สมรรถนะ , ความประหยัด และออพชั่น

เรื่องออพชั่น อย่างที่ผมเกริ่นไปเบื้องต้นว่า  เจ้า   Honda  CR-V Diesel  มีออพชั่นเหมือนกับรุ่นเบนซินทุกประการ เว้น เพียงเกียร์ปุ่ม และ Paddle Shift   ที่ทอนออกไปในรุ่นเบนซิน

ทำให้การตัดสินความคุ้มค่าเหลือเพียงเรื่องของสมรรถนะในการขับขี่ และความประหยัด

ตารางเปรียบเทียบสมรรถนะเครื่องยนต์  Honda  CR-V 2.4 EL  และ  Honda  CR-V 1.6 DT EL

  Honda  CR-V 2.4 EL Honda  CR-V 1.6 DT EL
น้ำหนักเปล่าตัวรถ (กก.) 1,670 1,742
เครื่องยนต์ เบนซิน4 สูบแถวเรียง ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮด แคมชาร์ฟท  พร้อมระบบวาล์แปรผัน i Vtec ดีเซล 4 สูบแถวเรียง ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮด แคมชาร์ฟท  พร้อมระบบเทอร์โบ 2 จังหวะ (ทวินเทอร์โบ)
ขนาดเครื่องยนต์ (ลิตร) 2.4 1.6
กำลังสูงสุด (แรงม้า) 173 แรงม้า ที่ 6,200 รอบต่อนาที 160 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตร) 224 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที 350 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบต่อนาที
รูปแบบเกียร์  CVT   เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 
ความประหยัดในเมือง (จากการทดสอบ)  7.3 ก.ม./ลิตร 9.58 ก.ม./ลิตร
ความประหยัดนอกเมือง (จากการทดสอบ) 8.4 ก.ม./ลิตร 13.72 ก.ม./ลิตร
ความประหยัดโหมดเฉลี่ย จำลอง (จากการทดสอบ) 11.83 ก.ม./ลิตร 16.69 ก.ม./ลิตร
อัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม.  (ดีที่สุด) 11.946 วินาที 11.103 วินาที
อัตราเร่ง 80-120 ก.ม./ช.ม. (ดีที่สุด) 7.7 วินาที 8.2 วินาที
อัตราเร่ง 0-160 ก.ม./ช.ม. (ดีที่สุด) 31.2 วินาที 33.0 วินาที
ความเร็วสูงสุดบนพื้นราบ 194 ก.ม./ช.ม. 196 ก.ม./ช.ม.
Power to Weight Ratio 0.047 0.0417
Power Loading  (น้ำหนักต่อแรงม้า) 9.65 กิโลกรัม/แรงม้า 10.88 กิโลกรัม/แรงม้า

 

หมายเหตุ, การทดสอบทำโดยผู้เชี่ยวชาญ ,อัตราเร่งวัดจาก   GPS   ,ระยะทางทำความเร็วสูงสุด 3.5 กิโลเมตร ในสภาพถนนลาดยาง

หมายเหตุ 2 : การทดสอบอัตราประหยัดไม่ใช้   Econ  Mode   และ  Idling Stop   น้ำมันเบนซินใช้ E10 ออกเทน 91

 

จากที่ลองขับ   Honda  CR-V   ทั้งเบนซินและดีเซล กำลังเครื่องยนต์ที่แตกต่างกัน กลับให้สมรรนถะที่ค่อนข้างใกล้เคียงกันอย่างมาก

เครื่องยนต์เบนซิน ถึงจะดูแรงกว่าและน่าจะมีสมรรถนะในการขับขี่มากกว่าวจ​จัยที่สำคัญ คือชุดเกียร์   CVT   ของ   Honda  CR-V   รุ่นใหม่ มีการปรับอัตราทดเกียร์จากเดิม 5.047 ขึ้นมาเป็น 5.363 ข่าวดีคือมันออกตัวดีขึ้น ลดอาการเกียร์กระเด้าให้ความนุ่มนวล ตอบสนองต่อผู้ขับขี่ได้ อยากทำอะไรจัดให้ แต่อย่าหวัง​อัตรา​ประหยัด​มากนัก​ทว่าก็ปกติ​นะของรถระดับ​1.6-1.7 ตัน

IMG_2320
Honda CR-V 2017 Thai Version
2017Honda-CRV-Diesel-Review019
Honda CR-V 2017 Thai Version-Diesel

แม้ว่าเครื่องยนต์จะสมรรถนะสูงเพียงใด แต่เมื่อในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน​​เราก็มีนิสัยไ

กลับกันในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล ถ้ามองแรงบิดแรงม้า ที่ใกล้เคียงมันสมควรจะต้องทำได้ดีกว่าแน่นอน แต่จากที่ทดสอบสมรรนถะ คุณคงจะเห็นแล้วว่า อัตราเร่งที่ดีที่สุดของรถทั้งเบนซินและดีเซลกลับแตกต่างกันไม่มากนัก แถมรุ่นดีเซล ในช่วงเร่ง 80-120 ก.ม./ช.ม กลับช้ากว่าเล็กน้อย เนื่องจากตามรายละเอียดทางเทคนิคของเครื่องดีเซล แรงบิดสูงสุดจะมาที่รอบต่ำกว่า

แถมคันเร่งของเครื่องดีเซล มีอาการหน่วงตอบสนองช่วงเสี้ยววินาที ราวๆ 1 วินาที ก่อนออกตัว ทำให้อัตราเร่งที่น่าจะดีกว่านี้ กลับได้เกือบเท่าเครื่องเบนซินและช้ากว่า

ส่วนเครื่องยนต์เบนซิน เมื่อไร้ระบบ   Paddle Shift   แล้ว ชุดเกียร์   CVT   ก็โชว์ตัวตนตัวเองออกมาอย่างเต็มที เกียร์จะไม่ตัดขึ้นให้เองเหมือนในรถ   Honda  Civic  ใหม่ แต่จะลากอย่างงั้นจนกว่า คนขับจะพอใจ ทำให้อัตราเร่งของรถไม่ดีเท่าที่ควรเช่นกัน

เมื่อสมรรนถะใกล้เคียงกันมาก เราจึงต้องมาดูคำตัดสินสุดท้าย ที่น้ำหนักรถ เราจะเห็นได้ว่า เจ้า  Honda  CR-V  รุ่นเบนซิน มีน้ำหนักเบากว่ารุ่นดีเซลถึง 72 กิโลกรัม  ซึ่งเมื่อเทียบแรงม้าที่ได้จากเครื่องยนต์เบนซิน อย่างไรเสียก็ต้องมีอัตราเร่งที่ดีกว่า ไม่ว่า จะน้ำหนักต่อแรงม้า หรืออัตราสัดส่วนกำลังต่อน้ำหนัก

และในความเป็นจริง เครื่องเบนซินก็ขับได้ดีกว่า แต่ขาดอรรถรสในการขับขี่ เพราะไม่มี  Paddle Shift  เหมือนกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำแล้วไม่มีพวงเครื่องปรุงมาให้

2017Honda-CRV-Review006
Honda CR-V 2017 Thai Version-Diesel

ขณะที่เครื่องดีเซลเมื่อขับจริงบนถนน จะมีบางจังหวะที่ต้องรอรอบเทอร์โบ เช่น ชุดเกียร์คงค้างที่เกียร์สูงและไม่ตบเกียร์ต่ำ ทำให้ออกตัว หรือชิงจังหวะไม่ได้ เหยียบแล้วรถไม่วิ่งไม่พุ่ง ตามที่ควรจะเป็น จังหวะแบบนี้จะพบได้ถ้าขับในเมือง

กลับกันยามขับนอกเมืองเครื่องดีเซลคือสิ่งที่คนขับรถต้องการ กำลังแรงบิดเหลือเฟือ มากพอจะไปช่องไหนก็ได้บนถนนที่ต้องการ เครื่องจะเร่งดีในช่วงความเร็วปกติ จนถึง 160 ก.ม./ช.ม.

หาการให้เกียร์ 9 สปีด ก็ไม่ได้ความว่าชุดเกียร์จะเข้าอัตราทด 9 สปีดให้คุณทุกครั้ง แต่จะคงไว้จนกว่า ความเร็วรอบเครื่องจะได้ที่ตามที่กำหนด เท่าที่ผมลองขับดูอยู่หลายวัน คุณต้องทำความเร็วเกิน 133 ก.ม./ช.ม. จึงจะมีสิทธิได้ใช้เกียร์ 9 ในโหมด D   

ตารางเปรียบเทียบรอบเครื่องยนต์ Honda  CR-V 2.4 EL  และ  Honda  CR-V 1.6 DT EL

ความเร็วที่ใช้ในการเดินทาง รอบเครื่องยนต์ที่ใช้ (รอบต่อนาที)
  Honda  CR-V 2.4 EL   Honda  CR-V 1.6 DT EL
100 ก.ม./ช.ม. 1500 1600 (เกียร์ 8)
110 ก.ม./ช.ม. 1700 1800 (เกียร์ 8)
120 ก.ม./ช.ม. 1900 2000 (เกียร์ 8)

 

และเมื่อนำรอบเครื่องยนต์ที่ขับขี่ มาเปรียบเทียบกัน ในภาวการณ์ใช้งานจริง คุณจะเห็นว่า รอบเครื่องยนต์ไม่ต่างกันมาก และดีเซลดูจะสูงกว่า อยู่ 100 รอบต่อนาทีทั้งหมด นั่นเพราะ รถยังไม่มีโอกาสได้ใช้เกียร์ 9 ซึ่งจะทำให้ประหยัดมากกว่านี้อีก ทว่าดูจากรอบเครื่องยนต์ ถ้าใช้เกียร์ 9 แล้ว รอบเครื่องยนต์จะต่ำมาก อาจจะต่ำเกินไปด้วยซ้ำ

ดังนั้นผมจึงฟันธงว่าเกียร์ 9 มีไว้ให้เมื่อคุณขับเร็วเท่านั้น เพื่อทุนกำลังรอบเครื่องยนต์ดีเซลอันน้อยนิด เพียง 4,000 กว่า รอบต่อนาที  เมื่อใช้ความเร็วสูง นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไม เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ถึงขับได้เร็วถึง 196 ก.ม./ช.ม. คล้ายเวลาคุณปั่นจักรยานเสือหมอบ อยากไปได้เร็วใช้กำลังน้อยต้องใช้เกียร์สูงอัตราทดต่ำ

ส่วนระบบช่วงล่างทั้งคู่ต่างกันไม่มาก มีความกระด้างพอๆ กัน แต่เนื่องจากน้ำหนักตัว   Honda  CR-V Diesel   มีมากกว่า จึงทำให้เรารู้สึกถึงความหนึบแน่นมากกว่า 

2017Honda-CRV-Diesel-Review008
Honda CR-V 2017 Thai Version-Diesel

อ่านไหม ?? อ่านรีวิว   Honda CR-V 2017   ฉบับเต็ม

สรุป ความคุ้มค่า Honda CR-V   เบนซิน – ดีเซล ใครน่าใช้กว่ากัน

หลังจากขับรถอเนกประสงค์   Honda  CR-V   ใหม่ทั้ง 2 รุ่น  ผมยอมรับว่า มันมีดีต่างกันออกไปในแต่ละรุ่น และมีจุดบอดต่างกันด้วย

Honda  CR-V 2.4   ลิตร จุดบอดสำคัญ คงไม่พ้นการไร้ระบบ   Paddle Shift   และ ชุดเกียร์ที่ไม่ตัดขึ้นเองต่อเนื่อ งถ้าคุณไม่กระดิกเท้า แถมการเพิ่มอัตราทดเฟืองท้ายสูงขึ้น ยังทำให้เครื่องยนต์บริโภคน้ำมันมากขึ้นกว่าเดิม  จนอัตราประหยัดทั้งในเมืองและนอกเมืองได้เลขตัวเดียว  เป็นสิ่งที่อาจจะทำให้หลายคนคิด

กลับกันดีเซล มองแววเหมือนจะประหยัด แต่ถ้าคุณขับในเมืองบ่อยๆ ไม่ประหยัดแน่ เพรา ชุดเกียร์ 9 สปีด อัตราทดเกียร์ 1-2-3 เน้นชันสุง จะทดชิดกันเมื่อผ่านไปยังเกียร์ 4 ขึ้นไป หมายความว่าคุณต้องขับรถในความเร็วระดับหนึ่ง ซึ่งก็ตรงกับผลการทดสอบ

ที่บ่งชี้ว่า ขับในเมืองซดเหมือนกัน ถ้าไม่ใช่ระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติเข้าช่วย คุณจะเห็นอัตราประหยัด  9.58 ก.ม./ลิตร แต่ถ้าใช้ระบบ   idling Stop   ขับในภาวะเดียวกัน ตัวเลข จะได้อัตราประหยัด 12.64 ก.ม./ลิตร หรือประหยัดขึ้น ร้อยละ 20.56  เลยทีเดียว

ส่วนนอกเมืองดีเซลทำได้ดีกว่าอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นเครื่องยนต์ที่มีกำลังแรงบิดค่อนข้างสูง  ตอบสนองในการเร่งแซงได้ดี ซึ่งเมื่อดูอัตราประหยัดเปรียบเทียบแล้ว พบว่าอัตราประหยัดดีเซลดีกว่าถึง ร้อยละ 38.77

ได้เวลาตัดสินใจ ผมมองราคาจำหน่ายรถทั้ง 2 รุ่น

Honda  CR-V 2.4 EL   ราคาจำหน่าย  1,549,000 บาท
Honda  CR-V 1.6 DT EL ราคาจำหน่าย 1,699,000 บาท 

 

แล้วคำนวณราคาที่แตกต่างกัน พบว่า เครื่องยนต์เบนซินและดีเซล แตกต่างกันอยู่ 150,000 บาท

หากมองที่ราคาดาวน์รถ 20%

Honda  CR-V 2.4 EL   จะต้องดาวน์ที่ 309,000 บาท
Honda  CR-V 1.6 DT EL จะต้องดาวน์ที่  339,800บาท 
แตกต่างกัน 30,800 บาท

  

ผมนำเงินแตกต่างกัน 150,000 บาท มาคำนวณเรื่องความคุ้มค่าในการเติมน้ำมัน ดังนี้

 

  Honda  CR-V 2.4 EL   Honda  CR-V 1.6 DT EL หมายเหตุ
ราคาน้ำมัน (บาท/ลิตร) 25.33  (Gasohal E10 91) 24.54 (Regular Diesel) ส่วนต่าง 0.79 บาท
ความจุถังน้ำมัน 57 ลิตร 57 ลิตร  
สมมติฐานน้ำมันเมื่อติดแดง 5 ลิตร 5 ลิตร  
จะต้องเติมจริง 52 ลิตร 52 ลิตร   
ค่าใช้จ่ายในการเติมแต่ละครั้ง 1,317 บาท 1,276 บาท ส่วนต่าง41 บาท
นำระยะทางนอกเมือง มาคำนวณแตกต่างที่วิ่งได้ต่อถังที่เติมจริง (52 ลิตร) ต่อถังจะวิ่งได้ 436 กิโลเมตร 713 กิโลเมตร ส่วนต่าง 217 กิโลเมตร ต่อถัง
(เบนซิน)ส่วนต่างจากราคาจำหน่าย จะเติมน้ำมันได้จำนวน (ถัง) 113.89 ถัง ปัดเศษเป็น 114 ถัง  –  
(เบนซิน) นำระยะทาง (กิโลเมตร)ต่อถังมาคำนวณหาความคุ้มค่า จากน้ำมันที่นำมาใช้เติมได้จากส่วนต่างจำหน่าย 49,704 กิโลเมตร  – คนส่วนใหญ่ขับรถเฉลี่ยปีละ 30,000 กิโลเมตร จะมีความคุ้มค่า เหมือนขับน้ำมันฟรี 1 ปี 6 เดือน
(ดีเซล) นำระยะทางที่ประหยัดกว่า ของดีเซล มาคำนวณหาจำนวนถัง ที่จะวิ่งได้ระยะทางเท่าความคุ้มค่าของเบนซิน  49,704 /713 กิโลเมตร = 69.71 ถัง  
(ดีเซล) ต้องจ่ายเงินค่าน้ำมัน ให้เท่าความคุ้มค่าเบนซินทั้งสิ้น  88,949 บาท  

หมายเหตุ ราคาจำหน่ายน้ำมัน ณ วันที่  6 กรกฎาคม 2560  / สาเหตุ ที่ใช้อัตราประหยัด นอกเมืองเนื่องจากไม่มีปัจจัยสภาวะการจราจรรบกวนการทดสอบ

 

จากการคำนวณข้างต้น เชื่อว่า เพื่อนๆ คงจะเห็นแล้วว่า ค่าตัวที่ต่ำกว่า 150,000 บาท ของรุ่นเบนซิน เมื่อเทียบกับรุ่นดีเซล แล้ว มีความคุ้มค่ามากกว่าหรือไม่ อย่างไร

แน่นอนเงิน 150,000 บา ทไม่ใช่เงินที่น้อย แต่เมื่อคนไทยส่วนใหญ่ซื้อรถแบบเงินผ่อน ค่าเงินผ่อนต่างกันอยู่ 3 หมื่นกว่าบาท และเมื่อนำอัตราประหยัด จากการทดสอบมาคำนวณแล้ว เราพบว่า เงิน 150,000 บาท ที่ประหยัดกว่านั้น  เมื่อมาเจออัตราประหยัดจริงๆ จะเทียบเท่าเติมน้ำมันฟรี 150,000 บาท ในส่วนต่างตรงนั้น แต่ความจริงคือ เราแค่ซื้อรถถูกกว่า 

ส่วนดีเซลจ่ายเงินในราคาตั้งต้นแพงกว่ แต่เมื่อมาดูความคุ้มค่าจากอัตราประหยัด ก็ค่อนข้างดีกว่ามากๆ และเทียบกับ ระยะทางที่เงิน 150,000 บาท จะซื้อน้ำมันให้เครื่องเบนซินได้ เครื่องดีเซลใช้เงินซื้อน้ำมันน้อยกว่า เกือบครึ่งหนึ่ง เลยทีเดียว แต่เบนซินมีข้อได้เปรียบกว่าตรงที่สามารถใช้น้ำในได้หลากหลายกว่า

2017Honda-CRV-Diesel-Review001
Honda CR-V 2017 Thai Version-Diesel

ถ้าถามผมอย่างไรเสีย  Honda  CR-V   เครื่องดีเซลก็ดูจะน่าสนใจกว่า หากคุณมองหารถยนต์ไว้ใช้งานสักคัน ในชีวิตจริงๆ ไม่มีใครขับออกตัวเร่งปื้ดตลอดเวลา เครื่องยนต์เบนซินเกิดมาเพื่อสนองส่วนนี้ ในช่วงการใช้งานจริง ซึ่งคุณต้องการแรงบิดมากกว่าแรงม้า

และเมื่อมาดูความคุ้มค่าแล้ว  ยังไงเสียง   Honda  CR-V   ก็ชนะไปใสๆ เพียงแต่ ผมเชื่อว่า หลายคนตะขิดตะขวงใจ เรื่องส่วนต่าง 150,000 บาท ที่ไม่ว่าใครก็คิด เพราะมันหมายถึงคุณผ่อนถูกกว่า เมื่อมาคำนวณค่าใช้จ่ายรายเดือน ซึ่งถ้าพร้อมจ่ายค่าน้ำมัน  Honda  CR-V  เบนซิน ก็ไม่ขี้เหร่ ในมุมมองผม .. 

 

อ่านไหม ?? อ่านรีวิว   Honda CR-V 2017   ฉบับเต็ม

ชอบกดไลค์ใช่กดแชร์ ขอบคุณทุกกำลังใจสำหรับพวกเรา   ridebuster.com 

[ngg_images source=”galleries” container_ids=”248″ display_type=”photocrati-nextgen_basic_thumbnails” override_thumbnail_settings=”1″ thumbnail_width=”200″ thumbnail_height=”160″ thumbnail_crop=”1″ images_per_page=”20″ number_of_columns=”3″ ajax_pagination=”1″ show_all_in_lightbox=”0″ use_imagebrowser_effect=”0″ show_slideshow_link=”0″ slideshow_link_text=”[Show slideshow]” order_by=”sortorder” order_direction=”ASC” returns=”included” maximum_entity_count=”500″]



แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments