MG HS 2019 ดาวดวงใหม่วงการเอสยูวี ราคาเริ่ม 9.19 แสนบาท

MG HS 2019 เอสยูวีไซส์ C-SUV ใหม่ เปิดตัวพร้อมลุยตลาดฟาดฟันคู่แข่ง โดดเด่นด้วยภายในตกแต่งสไตล์หรู ผนวกกับอุปกรณติดรถจำนวนมาก ในราคา 919,000-1,119,000 บาท

ตลาดเอสยูวียุคนี้เปรียบได้กับสนามรบอันดุเดือด เพราะแต่ละฝ่ายมีขุนศึกตัวเด็ดไว้คอยฟาดฟันคู่แข่ง ล่าสุดกองทัพจากจีนแผ่นดินใหญ่พร้อมส่ง MG HS เอสยูวีตัวตายตัวแทนของ GS ที่มาในขนาด C-SUV ปรับรูปร่างหน้าตาทั้งภายนอกภายในใหม่ รวมถึงอุปกรณ์มาตรฐานติดรถชนิดจัดเต็ม ทั้งๆ ที่ตั้งราคารถไว้ระหว่าง 919,000-1,119,000 บาท

 

ทางเอ็มจีสร้างสรรค์ HS ใหม่ ภายใต้แนวคิด “ELEGANCE” มาพร้อมกับดีไซน์ที่สวยงามโดดเด่น ความสะดวกสบายเหนือระดับแบบรถซีดาน แต่ให้ความคุ้มค่ากับประโยชน์ใช้สอยที่มากกว่า พร้อมสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ไม่ด้อยกว่าคู่แข่ง อีกทั้งยังเหนือกว่าด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART และระบบความปลอดภัยที่ครบครันมากยิ่งขึ้น

กระจังหน้าดีไซน์เอกลักษณ์ได้แรงบันดาลใจ มาจากกลุ่มดาวบนท้องฟ้าที่ดึงดูดเข้าหากัน ไฟหน้าโฉบเฉี่ยวแบบ LED Projector พร้อมไฟ DRL และไฟท้ายแบบ Space Light Field ยิ่งไปกว่านั้น ไฟเลี้ยวทั้งด้านหน้าและหลังแสดงผลไล่ระดับแบบ Sequential ส่วนล้ออัลลอยให้มาขนาด 18 นิ้ว ในรุ่น D และ X และล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว ในรุ่น C

ห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุสัมผัสนุ่ม ครอบคลุมทั้งบริเวณคอนโซลหน้า และแผงประตูทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ด้านเบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้าแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ตสีดำสลับแดง มีส่วนหุ้มด้วยวัสดุ Alcantara (เฉพาะรุ่น  X) ขณะที่เบาะหลังนั่งสบายปรับพับได้แบบ 60:40 พร้อมพนักพิงปรับองศาได้และที่วางแขน

นอกจากนี้ ยังให้ไฟสร้างบรรยากาสห้องโดยสารแบบ Interactive Ambient Light ที่มีแสงต้อนรับทันทีที่เปิดประตูและสามารถปรับโทนแสงภายในห้องโดยสารได้มากถึง 64 เฉดสี รวมทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนแบบอัตโนมัติตามโหมดการขับขี่ พร้อมหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา

หน้าจอแสดงผลที่มาตรวัดแบบ Interactive Multi – Function Display ขนาด 7 นิ้ว แสดงข้อมูลทั้งเรื่องการขับขี่ ระบบความปลอดภัย ระบบความบันเทิง และระบบนำทาง พร้อมหน้าจอหลักแบบ Smart Touchscreen ขนาด 10 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมกุญแจระบบ Smart Key และปุ่ม Push Start นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้าให้ครบถ้วน

MG HS ใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ TST แบบ 7 สปีด ให้พละกำลังสูงสุดถึง 162 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 250 นิวตันเมตร ที่รอบต่ำเพียง 1,700 รอบต่อนาที ทั้งนี้ ผู้ผลิตเคลมอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไว้ต่ำกว่า 10 วินาที พร้อมรองรับน้ำมัน E85 โดยรุ่น X มาพร้อมปุ่มเลือกการขับขี่ที่สามารถปรับการขับขี่ได้ถึง 4 โหมด อาทิ โหมด Normal, Eco, Sport, Custom และยังมาพร้อมปุ่ม Super Sport บนพวงมาลัยที่ช่วยเร่งพลังการขับขี่ให้แรงขึ้น

เฉกเช่นเดียวกับเอ็มจีรุ่นอื่นๆ HS ติดตั้งระบบสาระบันเทิง i-SMART ช่วยให้ผู้ขับขี่กับรถสามารถสื่อสารกันได้ เพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Smart Command ระบบสั่งการที่สามารถสั่งการได้ด้วยเสียงภาษาไทย หรือเลือกสั่งการผ่าน MG Mobile Application บนสมาร์ทโฟน Smart Connect ที่สามารถค้นหาเพลงฮิต เพลงดังผ่าน Online Music และค้นหาร้านอาหารเด็ดสถานที่ท่องเที่ยวและโรงแรม แสดงผลการจราจร รวมถึงอัพเดตข่าวสารในปัจจุบันบนหน้าจอในรถ และ Smart Check ที่สามารถตรวจสอบสถานะ และตรวจเช็กรถได้อย่างง่ายดาย

HS ใหม่ใช้โครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) พร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัยมากถึง 25 ระบบ ประกอบด้วยระบบ Synchronized Protection System ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุที่ช่วยทั้งเรื่องระบบเบรกและช่วยรักษาเสถียรภาพในการขับขี่ 14 ระบบ อาทิ ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง CBC ระบบลดความเสี่ยงที่จะทำให้รถพลิกคว่ำ ARP ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS และมีอีก 4 ระบบที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากมุมอับสายตา ประกอบด้วย

  • ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
  • ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

รวมไปถึงระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance Systems (ADAS) มากถึง 7 ระบบประกอบด้วย

  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
  • ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)

นอกจากนี้ ยังเสริมความปลอดภัยให้อีกขั้นด้วยถุงลมนิรภัย 6 จุด และเพิ่มมุมมองที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นด้วยกล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ  (3D Around View Monitor)

NEW MG HS 2019 มี 3 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น C รุ่น D และรุ่นสูงสุด คือ รุ่น X พร้อมสีตัวถังทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีแดง Scarlet Red สีขาว Arctic White สีดำ Black Knight และ สีเงิน Silver Metallic ทั้งนี้ ทางบริษัทจะทยอย ส่งมอบรถ NEW MG HS ให้กับโชว์รูมเอ็มจี 110 แห่งทั่วประเทศ โดยลูกค้าสามารถเข้าชมและทดลองขับได้ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายนนี้ และบริษัทฯ จะทยอยส่งมอบรถให้กับลูกค้าได้ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมเป็นต้นไป

ติดตามข่าวสารและบทความดีๆ จากพวกเราทีมงาน Ridebuster.com

Comments

comments