ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัยในหน้าฝน

เข้าสู่หน้าฝนมาได้สักพักใหญ่แล้วใช่ไหมครับ กับฤดูอันเปียแฉะที่เราต้องเผชิญปัญหาในการใช้ชีวิตมากมาย นอกจากฝนตกรถติดแล้วการขับรถให้ปลอดภัยยังสำคัญไม่แพ้กัน หลายคนที่เป็นมือใหม่หัดขับ และมือเก๋า อาจยังสุ่มเสี่ยงในการขับรถให้ปลอดภัยในหน้าฝน และวันนี้เราทริคดีๆ มาแนะนำกัน

 

1.เช็คสภาพรถให้มั่นใจ ก่อนอื่นเลยเมื่อเริ่มยางเข้าหน้าฝน ควรจะเช็ครถให้มีความมั่นใจสูงสุดเท่าที่เราพอจะทำได้ สิ่งสำคัญที่ควรตรวจเช็คในฤดูนี้ คือ

  • 1.ช่วงล่างระบบกันสะเทือนว่าทำงานเป็นปกติหรือไม่
  • 2.เบรกยังใช้งานได้หรือเปล่า
  • 3.ยางรถมีสภาพเป็นอย่างไรบ้าง
  • 4.ใบปัดน้ำฝนยังใช้การได้ดีหรือไม่

ทั้ง 3 สิ่งหลักๆ นี้ เป็นของสำคัญในการทำให้คุณขับรถปลอดภัยเบื้องต้นในการขับขีรถท่ามกลางฝนตกครับ

 

2.ตัวช่วยเพิ่มเติม รู้จักตัวช่วยเพิ่มเติมปัจจุบันฝนแทบจะไม่เป็นปัญหาในการขับขี่ เนื่องจากรถมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมาย ทั้งการไล่ฝ้า , การควบคุมอุณหภูมิในรถ รวมถึงการหน่วงเวลาและควบคุมใบปัด ตลอดจน การเปิด-ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ หรือ จะเป็นการปัดฝน ผู้ขับขี่ สมควร ศึกษาให้ดี เพื่อใช้งานให้เป็นประโยชน์ สูงสุดครับ

นอกจากนี้อุปกรณ์ประดับยนต์บางอย่างยังเหมาะที่จะใช้ในหน้าฝน อาทิ น้ำยาเซรามิคเคลือบกระจกลดการเกาะตัวของน้ำ ซึ่งทำให้ทัศนวิสัยดีเยี่ยมครับ

Driving Rain (1)

รู้จักพื้นถนนยามฝนตก

ในประเทศไทยมีถนนมากมายหลากรูปแบบ โดยมากเราจะเห็น 2 แบบใหญ่ คือ ถนนลาดยางมะตอย หรือคนยุคเก่า อาจจะเรียกว่า ถนนดินดำ ส่วนอีกแบบคือถนนปูนซีเมนต์ ทั้ง 2 แบบ  แตกต่างกันตรงคุณภาพวัสดุการเสียดทาน และรวมถึงการยึดเกาะถนนด้วย

ปกติผมเชื่อว่าเราจะได้ยินคำว่า “ฝนตกถนนลื่น” บ่อยมาก จนกลายเป็นความคิดฝังหัวเรา แล้วมันจริงหรือไม่

ฝนตกถนนลื่นเป็นเรื่องจริง แต่จริงในช่วงแรกที่ฝนตกเท่านั้น เนื่องจากฝุ่น ทราย ตลอดจนคราบน้ำมันที่อาจรั่วไหลจากรถยนต์บางคัน เมื่อถูกน้ำจากฝนชะล้าง เมื่อตอนเริ่มตกใหม่ๆ จะเกิดการแยกชั้นระหว่างน้ำและฝุ่น พวกมันจะยังไม่ไปไหน จนกว่าน้ำจะไหลไปทางใดทางหนึ่ง ทำให้ปัญหาเรื่องถนนลื่นจะเกิดตอนช่วงฝนตกใหม่ๆ มากกว่า เมื่อฝนตกหนักขับกลางพายุ

เมื่อคุณขับท่ามกลางฝนตกหนัก ในบ้านเราก็จะพบปัญหาสำคัญอีกประการ คือ แอ่งน้ำขังบนถนน  อันเกิดจาก 2 สาเหตุ 1. สภาพถนน และ 2. ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา

ในกรณีที่ฝนตกหนักจนมีน้ำขังบนถนน ผู้ขับขี่ต้องระวังเรื่องการเหิรน้ำ ซึ่งเป็นภาวะสุ่มเสี่ยงต่อการลื่นไถลและเกิดอุบัติเหตุได้

เหิรน้ำ คืออะไร

การเหิรน้ำ คือ อาการที่ยางไม่สามารถรีดน้ำที่มีจำนวนมากบนถนนได้ทัน เนื่องจากเราขับรถด้วยความเร็วสูง จนทำให้เมื่อยางสัมผัสกับผินน้ำที่มีลักษณะเป็นแอ่ง มีความลึกระดับหนึ่ง ยางจะไม่ได้สัมผัสพื้นผิวถนนโดยตรง แต่รอบล้อที่หมุนด้วยความเร็วสูง จะทำให้ล้อและยางลอยตัวเหนือน้ำในช่วงเวลาสั้นๆ จนพื้นพื้นที่น้ำขังไป

การเหิรน้ำ เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเกิดอันตรายจนนำไปสู่อุบัติเหตุได้ในหน้าฝน ถ้าเป็นไปได้ควรเลี้ยงพื้นที่หรือเลนที่มีน้ำขัง จะดีกว่า

ในกรณีที่คุณขับรถแล้วพบว่า ตัวเองกำลังเหิรน้ำ โดยเฉพาะเวลาขับด้วยความเร็วสูง สิ่งที่สำคัญเลย คืออย่าแตะเบรกทันที เพราะ จะทำให้รถ อาจเสียการควบคุมได้  ให้คุณเลี้ยงคันเร่งไว้ ก่อนค่อยๆ ผ่อนคันเร่งลงเล็กน้อย เพื่อลดอาการเหิรน้ำที่เกิดขึ้นครับ ที่สำคัญจับพวงมาลัยให้มั่น ไม่เปลี่ยนทิศทาง จนกว่าจะพ้นผืนน้ำ ครับ

ถ้าพบว่า คุณเจออาการเหิรน้ำในระหว่างช่วงหน้าฝนบ่อยครั้ง อาจหมายถึงยางที่ใช้ดอกใกล้หมดแล้ว หรือ ยางหมดสภาพการใช้งานแล้ว จนร่องดอกยางไม่สามารถรีดน้ำได้

 

 

วิธีขับขี่ให้ปลอดภัย

ทีนี้ก็ได้เวลาที่เราจะมาเรียนรู้หลักการขับขี่ปลอดภัยในหน้ากันแล้ว วิธีการขับขี่ในหน้าฝนก็ไม่ได้ยากอะไรมากมาย แต่สำคัญต้องมีสติตื่นตัวตลอดเวลา

1.ชะลอความเร็ว ไม่ว่าจะใช้ความเร็วเท่าไร เมื่อพบว่ากำลังเข้าเส้นทางที่ฝนตก หรือ ฝนกำลังเริ่มลงเม็ด ต้องลดความเร็วทันที โดยเฉพาะช่วงฝนเริ่มตกใหม่ๆ เนื่องจาก ภาวะฝนตกใหม่ ถนนจะลื่น ส่วน เวลาฝนตกหนัก การลดความเร็ว จะช่วยให้สังเกตการสภาพถนน แอ่งน้ำหรือ เพื่อนร่วมทางรอบข้างได้ดีกว่า

2.เว้นระยะห่าง การมีน้ำบนพื้นถนนทำให้ประสิทธิภาพในการเบรกจนหยุดรถเป็นไปได้ยากกว่าพื้นแห้ง ระยะทางที่คุณจะใช้เบรกรถจนจอดสนิท แทบจะเรียกว่า X2   จากภาวะถนนแห้งปกติ ดังนั้นการเว้นระยะห่างจากคันหน้า ช่วยได้ 2 เรื่อง คือ 1. คุณมีพื้นที่เบรกเพิ่มขึ้น และ 2. คุณมีพื้นที่เปลี่ยนใจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อคันหน้าเกิดอุบัติเหตุ

3.หลีกเลี่ยงการเบรกอย่างรุนแรง เราไม่ได้ห้ามไม่ให้คุณเบรกรถ แต่แค่อยากบอกว่าอย่าเบรกอย่างรุนแรงเท่านั้น สาเหตุที่ผู้เชี่ยวชาญการขับขี่ทั่วโลก ไม่แนะให้เบรกอย่ารุนแรง มาจากเดิมทีเบรกรถยนต์ยุคเก่าไม่มีระบบเบรกป้องกันล้อล็อค หรือ  ABS  ถ้าเบรกรุนแรงล้อจะล็อค และไม่สามารถควบคุมรถได้

ปัจจุบันรถอาจมีเทคโนโลยีป้องกันล้อล็อคแล้ว แต่การเบรกรุนแรงจนถึงจุดหนึ่ง จะกระตุ้นให้ระบบทำงาน ซึ่งการเบรกที่มีประสิทธิภาพที่สุด ควรจะใช้น้ำหนักเบรก 80%  ของแป้นครับ

4.เปิดไฟหน้า เวลาฝนตกฟ้าครึ้มใช่ไหใ อย่าลืมเปิดไฟหน้า เพื่อเป็นจุดสังเกตเพิ่มแก่เพื่อนร่วมทาง ตลอดจนในเวลานี้เป็นโอกาสดีที่จะใช้ไฟเสริม เช่นไฟตัดหมอกเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ได้ในระดับหนึ่ง

5.หากฝนตกหนักจนไม่สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย ให้จอดรถในพื้นที่ปลอดภัย เช่นปั้มน้ำมัน หรือ สถานที่ใดๆ ก็ตามที่ไม่ใช่พื้นที่ริมถนนทางหลวง เมื่อฝนซาลง ค่อยเดิมทางต่อก็ได้ครับ

 

Comments

comments