Honda Civic Hatchback FK เหตุใด ยอดขายไม่รุ่ง จนต้องอำลา

แบ่งปันเรื่องนี้

ส่งท้ายปี 2021 ที่ผ่านมา กลายเป็นว่า ฮอนด้า เป็นข่าวใหญ่ส่งท้ายปีในวงการยานยนต์ กับการตัดสินใจ อำลาคอมแพ็คคาร์ Honda Civic Hatchback FK พร้อมข้อมูลยืนยันว่า รุ่นถัดไป จะไม่จำหน่ายในไทย เป้นอันปิดตำนานสวยหรูค่ายนี้

ต้องยอมรับว่า ข่าวดังกล่าว ช็อก และแทงใจดำ สาวก ฮอนด้า อย่างมาก ด้วยความคาดหวังว่ารุ่นใหม่จะมาไทย หลายคนเฝ้าติดตามรถรุ่นนี้เริ่มเปิดตัวในออสซี่ และญี่ปุ่น จนคาดว่าไทยไม่น่าพลาด แต่เหตุใด บ้านเราจึงตกขบวนรถรุ่นนี้ นับเป็นถามที่น่าสนใจ

All New Honda Civic Hatchback 6

5 ปี ขายได้ เพียง 10,000 คัน เป็นเพียงปลายทาง

ประการต่อมา การออกแบบไม่รักก็เกลียด

เมื่อก่อน วันหยุด คริสต์มาสด้า เราได้ ทราบข้อมูล ยอดขายรถยนต์ Honda Civic Hatchback FK มาว่า ตลอด ตั้งแต่การเปิดตัว มาจนถึงก่อนงานมอเตอร์ เอ็กซ์โบ 2021 ก่อนที่จะมีการประกาศ เตรียมยุติการจำหน่าย มันมียอดขายเพียง 11,054 คันเท่านั้น

หรือ ตกเฉลี่ย แล้ว จะอยู่ที่ราวๆ ปี ละ 2,000 กว่าคัน ซึ่งถือว่าเป็ยอดขายที่ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับ รถยนต์ Honda Civic รุ่น ซีดาน ที่มียอดขายนับแสนคัน ตั้งแต่เปิดตัวในปี 2016 เรื่อยมา จนกระทั่งจะเปลี่ยนรุ่นใหม่ บางคนยังตามหา รถรุ่น FC กันอยู่เลย

จนต้องเรียกว่า เป็นรุ่นที่ฮอนด้า ประสบความสำเร็จมากรุ่นหนึ่ง คล้ายกับ ยุค ฮอนด้า ซีวิค ตาโตในวันวาน

แล้วทำไม รุ่น 5ประตู ขายไม่ดี ..

ใช่แล้ว นี่น่าจะเป็นคำถามที่เรา ควรจะถามว่า จริงๆ แล้ว “ทำไม Honda Civic Hatchback FK จึงขายไม่ดี” ทั้งๆ ที่ยอดขายรุ่นซีดาน เดินดีมาก ต่างกัน ด้วยสัดส่วนราวๆ 10 ต่อ 1 เลยทีเดียว ถ้าเทียบยอดขายซีดานและแฮทช์แบ็ค

หลายคนอาจจะเริ่ม วิเคราะห์ ว่า นั่นเป็น เพราะ รสนิยมคนไทย ชอบรถซีดาน ซึ่งก็อาจจะมีความจริงอยู่บ้าง

แต่เมื่อมองย้อน ตั้งแต่การแนะนำรถครั้งแรกใน วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2560 , ฮอนด้า วางหมากให้ รถ รุ่น 5ประตู จัดอยู่ในรุ่นระดับบนของไลน์อัพสินค้า

ตั้งแต่แรกเริ่ม นำเสนอเพียงเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร พร้อมระบบเทอร์โบชาร์จให้กำลังขับ 173 แรงม้า และทำแรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร มาพร้อมกับระบบเกียร์ CVT สนนราคารุ่นแรก เปิดตัวที่ 1,169,000 บาท เท่านั้น

Review-Honda-Civic-hatchback (22)

เปรียบเทียบกับ รุ่นซีดาน

  • Honda Civic 1.5 Turbo (รุ่น 4 ประตู) ราคาแพงกว่า 70,000 บาท
  • Honda Civic 1.5 Turbo RS (รุ่น 4 ประตู) รุ่น 5 ประตู ราคาถูกว่า 30,000 บาท

เรียกว่า รุ่น 5 ประตู มาติดตรงกลาง รถรุ่น ซีดานเครื่องยนต์เทอร์โบ ที่หลายคนอาจจะคิดหนักไม่น้อย ถ้าจะต้องซื้อมันมาใช้ จนกลายเป็นรถคนต้องรักกันจริง หรือชอบทรงประหลาด จึงจะซื้อ

ทรงแปลก ไร้เครื่อง 1.8 คนจึงเมิน

ตอนเปิดตัวช่วงแรก ผมยังจำได้ว่า เป็นช่วงที่ เราเว็บไซต์ ridebuster เพิ่งจะเปิดตัวออกมาใหม่ๆ ยอมรับว่า รถมีความน่าสนใจในการทำตลาดไม่น้อย เพราะที่ผ่านมา ฮอนด้า ไม่เคยทำเก๋ง 5 ประตูมาขาย

การวางเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ ฟังดูดี ในสายตาสายซิ่ง และดูเป็นรถที่มีความล้ำสมัย แต่การไร้ทางเลือก มีรุ่นย่อยเดียว เป็นประเด็นแรกที่เรามองว่าไม่ค่อยสมควรนัก

อันที่จริง Honda Civic Hatchback บ้านเรา เป็นฐานส่งออกไปยังประเทศ ออสเตรเลีย ,ที่แดนจิงโจ้ เขาไม่ขายแค่รุ่นเครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบ เท่านั้น ยังมีเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร เหมือนกับที่เราขายในตัวซีดาน วางจำหน่ายด้วย และมีราคาถูกกว่าเครื่องยนต์เทอร์โบ พอตัว

เนืองจากในช่วงเวลานั้น เครื่องเทอร์โบของฮอนด้า ยังจัดเป็นเทคโนโลยีชั้นสูง จึงถูกวางไว้เป็นรุ่นท๊อปออพชั่น

การที่ Civic Hatchback บ้านเราไม่มีเครื่อง 1.8 ลิตร เป็นเหตุผล แรกที่ทำให้ มันไม่ค่อยได้รับความนิยม เนื่องจากราคาค่อนข้างสูงพอสมควร สกัดดาวรุ่งคนงบน้อย แต่รัก แฮทช์แบ็ค จับต้องไม่ได้ ไปไม่ถึงฝั่งฝัน

ถ้านำ ฮอนด้า 5 ประตู มาเทียบกับคู่แข่งรุ่นราวคราวเดียวกันอย่าง มาสด้า 3 ในช่วงเวลาดังกล่าว ต้องยอมรับว่า รถมาสด้าออกแบบมาค่อนข้าง กลมกล่อมลงตัว ในทรวดทรงของรถมากกว่า ราคารถก็มีหลายช่วง ตามงบประมาณลูกค้า

ทรง แฮทช์แบ็คของ ฮอนด้า ดูเหมือนออกแบบให้ความรู้สึกประหลาดตา เปรียบเทียบกับ รุ่นซีดานที่ดุลงตัวกว่ามาก

Review-Honda-Civic-hatchback (31)

จุดสำคัญ คงอยู่ที่ช่วงท้าย ที่ดูเหมือน โดนเอาคัทเตอร์ มาตัด ตูด ทรง 3 กล่องออกไปแล้ว ขัดเกลาทรงเป็นสไตล์ Hatchback จริงๆ มีกลิ่นอาย ทรงท้ายลาดมากกว่า เนื่องจาก ประตูท้าย เปิดได้ทั้งบานกระจก แล้วเพิ่มจุดเด่น เบาะนั่งปรับพับได้เข้ามา เพิ่มความอรรถประโยชน์ที่ในรุ่นซีดานไม่มี

ทรงตูดสั้นๆ ดูแปลกๆ ลูกค้าบางคนจึงมองว่า ซีดานสวยกว่า แถม ราคาตัวแรก 1.169 ล้านบาท เพิ่มอีกนิดได้ ตัวท๊อป RS หรือถ้าจะเอาออพชั่นเดียวกันในซีดาน ก็ถูกกว่าเยอะพอตัว จึงทำให้ตัดสินใจยากสำหรับลูกค้า

ออพชั่นก็ขาด ดีว่ามาปรับตอนหลัง

ทรวดทรงรถก็ไม่ใช่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น รถรุ่นแรกที่ออกมา มีความขาดๆ เกินๆ บางอย่าง จนลูกค้ า หนีไปเล่นซีดาน เนื่องจาก ไม่ได้วางเป็น เกรด RS ตั้งแต่แรกเริ่มด้วย

ออพชั่นตัวรถ นอกจากเครื่องยนต์เทอร์โบ ที่ดูแล้ว เหมาะสม กับภาพความสปอร์ต กลับขาดออพชั่นบางอย่าง อาทิ ระบบ Paddle Shift รวมถึง การไม่วางรถรุ่นนี้เป็น RS ทำให้พวก บุชชิ่งช่วงล่าง ข้าวของที่ซ่อนภายในไม่ได้ นำมาใส่รุ่นนี้ จนรู้สึกไม่เฟิร์มเท่ารุ่น ซีดาน RS ซีดาน

พอ เวลาล่วงเข้าปี 2019 ช่วงปลายปี ฮอนด้าจีงจัดการ ปรับรถรุ่นนี้ใหม่ ยกระดับ มาสู่รุ่น RS เติมของเข้ามาหลายอย่างสะท้อน ความสปอร์ตมากขึ้น เช่น สีภายนอก Sonic Grey ชุดแต่งรอบคัน และ ได้ Paddle Shift แล้ว และไม่เพียงเท่านี้ ยังได้ ระบบ Honda Sensing เพิ่มเติมเข้ามาเรื่องความปลอดภัย

ทำให้ราคากระโดดเพิ่มขึ้น จาก 1,169,000 บาท มาเป็น 1,229,000 บาท เพิ่มขึ้นราวๆ 60,000 บาท จากรุ่นเดิม ซึ่งถือว่าคุ้มมากกับออพชั่นที่ให้มาอย่างครบเครื่อง

แต่ความพลาด ของรุ่น RS ก็เห็นทีจะเป็นการยัดระบบความปลอดภัย Honda Sesning มาให้ ด้วยความว่ารุ่น RS ซีดาน ก็ให้มาครบเครื่องแบบนี้ ก็เลย เอาแพ็คเดียวกัน มาใส่ในตัว แฮทช์แบ็ค

แต่คนที่ซื้อรถแฮทช์แบ็คส่วนใหญ่หลังเปิดตัว เป็นกลุ่มคนชอบการแต่งรถ ชอบรถขับสนุก เรื่องระบบความปลอดภัยที่ให้มาจึงดูสวนทางกับความต้องการ

เรื่องนี้ สะท้อนได้จากยอดขายตัวรถ ในปี 2019 -2021 ยอดขายตัวรถ ลดลงไป เหลือเพียง ไม่ถึง 2,000 คัน โดยเฉพาะปี 2020 ที่เป็นปีแรกเต็มปี ของการเปลี่ยนโฉม ยอดลดลงไปต่ำถึง 1,941 คัน ส่วนหนึ่ง อาจจะมาจากการกระทบจากภาวะ โควิด 19 ที่เริ่มระบาดในปีดังกล่าวเป็นครั้งแรกด้วย

แต่ส่วนสำคัญ คือ ตัวรถเอง มีออพชั่นล้น ทำให้มีราคาสูงเกินไป จนมีราคาสูงที่สุดในตระกูล Honda Civic จำหน่ายในไทย ซึ่งรุ่นซีดาน Turbo RS มีราคาสูงสุด เพียง 1,219,000 บาท เท่านั้น ทำให้ การคว้าเป็นเจ้าของ ยิ่งยากขึ้นไปอีก

แถมก็เหมือนไม่มีทางเลือกให้ลูกค้า บีบบังคับให้ถ้าซื้อต้องจัดเต็ม จึงทำให้ ซีดานขายดีกว่ าด้วยรุ่นย่อย ถ้าเปรียบเทียบกัน 4 ต่อ 1 จึงไม่แปลกใจ ที่ยอดขายเดินไม่ดี

คู่แข่งมีผลต่อการไม่ไปต่อ

แม้ว่า สิ่งที่เราจะกล่าวต่อไปนี้ อาจจะเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลมากกว่า แต่เราเชื่อว่า สาเหตุหนึ่งที่รถรุ่นนี้ไม่ไปต่อในรุ่นถัดไปในประเทศไทย ก็มาจากการไม่จำเป็นต้องต่อสู่กับคู่แข่งรายสำคัญ อย่าง โตโยต้า

เนื่องจากเดิมที Toyota เปิดตัว Toyota Corolla ทั่วโลก ด้วยรุ่น Sport 5 ประตุ ก่อนจะมาออกรุ่นซีดาน แล้วขายในไทย ซึ่งโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย แสดงวิสัยทัศน์ชัดเจน ถึงการไม่นำเสนอรถ 5 ประตู ในไทย ตั้งแต่การเปิดตัว โคโรลล่า รุ่นปัจจุบันในบ้านเรา ตั้งแต่แรก

ทำให้ มาสด้า เป็นคู่แข่งรายเดียวที่ ฮอนด้า ต้องแข่งด้วย หากมองยอดขายรถของรถ มาสด้า 3 เอง ในรุ่นแฮทช์แบ็ค ที่มีสัดส่วน 60/40 ของยอดขาย (จากที่เราเคยได้รับข้อมูลมาตั้งแต่ ปี 2019) จะพบว่า ยอดขาย มาสด้า 3 ก็ไม่ได้เยอะมากมายอะไรนัก

ดังนั้น เมื่อคู่แข่งรายสำคัญไม่มี ก็ไม่มีเหตุผลอะไรต้อง ทำตลาด ตัว 5 ประตูต่อไป ในอนาคต แม้ว่่ามีความต้องการจากตลาดบ้างตาม

เว้นพื้นที่ให้ไฮบริด ได้แจ้งเกิด

จิ๊กซอร์ สำคัญสุดท้ายของ การเลิกขายรุ่น 5 ประตู ส่วนหนึ่ง ก็มาจากนโยบบาย ของทาง ฮอนด้าทั่วโกล ที่ต้องการปรับเป็นรถยนต์ไฮบริดมากขึ้น

ฮอนด้า มีแผนในการนำ เสนอ Honda Civic Hybrid ในปี 2022 เราค่อนข้างมั่นใจว่ามันจะเข้ามาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในปีหน้า สู้กับโคโรลล่า

ฮอนด้าจึงต้องการพื้นที่ทำราคา รถรุ่นนี้ ซึ่งจะสูงกว่า ซีวิคปกติสักหน่อย หากมีรุ่น 5 ประตู อาจเดินได้ไม่สะดวกเท่าไรนัก

ไม่ว่าจะยังไง วันนี้ ฮอนด้า ตัดสินใจแล้ว ถึงการเตรียมยุติ การวางจำหน่าย Honda Civic Hatchback ในประเทศไทย ไม่ง่าจะด้วยเหตุผลอะไร เรามพูดได้เต็มปากว่า อนาคต รุ่นนี้ จะเป็นตำนาน ให้เราได้พูดถึง แน่นอน … เมื่อมองย้อนมาในอดีต

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments