Honda  ADV 150 สไตล์ลุยได้สบายครบครัน

การเกิดเป็นคนตัวใหญ่ในสังคมไทย น่าจะเรียกว่า ใช้ชีวิตกันค่อนข้างลำบาก ตั้งแต่ รถสองแถวหลังคาเตี้ย ไปจนถึงการนั่งในรถประจำทาง-รถตู้อันแสนแคบ สำหรับรถมอเตอร์ไซค์ ที่เหมาะกับคนอย่างเราๆ ก็ดูจะต้องเป็นคนคันใหญ่ ราคาค่าตัวก็แสนกว่าบาทขึ้นไป แต่การมาของ   Honda ADV 150   กลับเปลี่ยนความคิดนี้ไปตลอดกาล

เป็นไปได้หรือไม่   ที่มอเตอร์ไซค์ขาดเล็ก จะเหมาะกับคนไทยไซส์ฝรั่ง เรื่องนี้เป็นที่สงสัยสำหรับผมมายาวนาน โดยเฉพาะในตลาดวันนี้รถมอเตอร์ไซค์มีมากมายหลายรุ่นก็จริงที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนเกียร์ออโต้ หรือที่บ้านเราเรียกว่า รถ เอที   หากก็น้อยมากที่จะเหมาะกับคนตัวใหญ่ใหญ่ไซส์หมี ที่เพียงอาจจะต้องการรถสักคันขับไปตลาดได้ สมรูปร่างของเขา

ตั้งแต่เปิดตัวในอินโดนีเซีย   Honda  ADV 150  เป็นที่สนใจของผม ด้วยส่วนหนึ่งจากความสนใจ   Honda  X-ADV   เป็นทุนเดิม ตอบโจทย์ ประกอบกับเจ้าเก่าคันที่บ้าน   Honda  Zoomer X   โฉมแรกเริ่มแก่หลังจากผ่านการใช้งานมายาวนาน จนอาจถึงคราวจะต้องเปลี่ยนไปสู่คันใหม่ในเร็วๆนี้

Honda  ADV 150   ในงาน   Toyko Motor Show  2019

ตัวรถเอที สายลุยคันนี้ ผมเจอครั้งแรกที่งาน   Tokyo Motor Show  2019   ไม่กี่วัน ก่อนที่มันจะเผยโฉมรุ่นขายจริงในประเทศไทย

หน้าตาตัวรถออกแบบครั้งแรก เรียกว่าตีโจทย์แสกหน้าคนไทย ที่คงจะเบื่อกับเส้นสายสปอร์ต ที่มีมากมายหลายรุ่น รถเอที จำนวนหนึ่งหลายเป็นรถสไตล์ชิค น่ารัก เน้นใช้งานง่าย ขณะที่รุ่นยอดนิยมคนไทย   Honda PCX   ถูกวางเป็นสายหรูหรา สร้างภาพลักษณ์พรีเมี่ยม

ทีมพัฒนา Honda  ADV  150  จึงคิดว่า ทำไมไม่ทำรถเอที ที่สามารถลุยได้พอหอมปากหอมคอ เหมาะกับการเดินทางทั้งในเมืองและนอกเมือง สะท้อนแนวคิด “Urban Explorer”

ตัวรถเห็นครั้งแรก หลายคนคงสะดุดตากับทรวดทรงถอดแบบมาจากรุ่นใหญ่ Honda  X-ADV   750  ให้ทรวดทรงหน้าตาฉลามบุกโดดเด่นมาแต่ไกล ด้วยไฟหน้า 2 ตา ส่องสว่าง ด้วยชุดไฟหน้า  LED  ติดตั้งกระจกบังลมหน้าสามารถปรับได้ 2 ระดับ ใช้งานง่ายเพียงดึงและยกสไลด์ สะดวกในการปรับระดับ ทุกเมื่อตามสภาวการณ์

ด้านข้างสังเกตรถมาพร้อมนั่งสูง ส่วนตัวผมชอบรถที่มาพร้อมเบาะนั่งสูงด้วยว่า มันทำให้ท่านั่งสบายไม่ชันเข่าเท่าไรนัก คนตัวสูงขายาวยังไง ก็สามารถยืนเหยียบพื้นได้เต็ม รถรุ่นนี้มีความสูงจากพื้น 795  มม.แถมมีความสูงจากพื้น 165 มม. มากกว่า    Honda  PCX  ประมาณ 28 มม.

ท้ายรถ โดดเด่ยด้วยไฟท้าย   LED  ทรงกระดูกน่องไก่ ผมว่ามันดูแปลกประหลาดดี และด้วยความต้องการให้มีดีเอ็นเอลุย รถรุ่นนี้จึงออกแบบชุดล้ออัลลอยออกมาแตกต่างกันระหว่างด้านหน้าและด้านหลัง ติดตั้งล้ออัลลอยขอบ 14 และ 13 ตามลำดับ รวมถึงเลือกใช้ยางติดรถแบบพิเศษ ลวดลายดอกยางให้ความรู้สึกดูลุยสักหน่อย

สำหรับผมความรู้สึก รถทั้งคันเรียกว่า ดูน่าสนใจอย่างมาก โดดเด่นสง่างาม เป็นงานออกแบบฉีกแนวจากรถรุ่นอื่นๆ ที่วางขายในตลาดปัจจุบัน

ได้เวลาลองของ ขึ้นคร่อม   ADV 150  สัมผัสแรกชอบท่านั่งมากๆ ผมสูง 182 ซ.ม. พิกัดตัวใกล้ๆ 100กก.  ท่านั่ง ค่อนข้างนั่งสบาย ท่านั่งออกมาในท่าทางหลังโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย แฮนด์แบบแท๊ปเปอร์บาร์มีความกว้าง ช่วยให้คุมรถได้ง่ายมากขึ้น  บางคนอาจรู้สึกว่ามันดูเก้งก้างบ้างก็ไม่แปลก ถ้าไม่เคยขี่รถสายทัวร์ริ่งมาก่อน คนตัวสูงวางเท้าที่พื้นเต็มฝ่าเท้า หันมองคนข้างๆ ไซส์คนไทยปกติ ต้องเต้นระบำเขย่งปลายเท้า

ตรงหน้าได้จอ Full  Digital LCD   บอกค่าต่างๆการขับขี่มีขนาดใหญ่บอกค่าต่างๆ ครบเครื่องตอบโจทย์การใช้งานในจอเดียว ไม่มีปัญหา เรื่องแดดจัดว่าจะมองไม่เห็น

การสตาร์ทเครื่องยนต์ใช้ระบบบิดคล้ายใน   Honda  Click 150 -PCX  มันทำงานร่วมกับ Honda smart key system ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน

เครื่องยนต์สูบเดียวขนาด 150 ซีซี ทำงาน ขุมพลังชุดนี้เป็นเซทเดียวกับ   Honda PCX  รุ่นปัจจุบันเพียงมีการปรับปรุงเรื่องของท่อทางเดินอากาศทั้งฝั่งไอดี และส่วนฝั่งไอเสียจัดการปรับใหม่  ทั้งทางเดิน และหม้อพักปลาย จัดการยกปลายสูงขึ้น รองรับการลุยมากขึ้น แรงม้าและแรงบิดไม่ได้เผยว่าเปลี่ยนไปมากเท่าไร สำหรับผมคาดว่าไม่น่าแตกต่างกันนัก

ออกตัวไปครั้งแรก บิดสัมผัสความรู้สึกอัตราเร่งไม่ต่างจาก  Honda  PCX   เท่าไร ไม่ค่อยแปลกนักด้วยการใช้ชุดเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อนเดียวกัน

ตอนผ่านด่านสลาลอม ผมรู้สึกว่าการให้แฮนด์บาร์กว้างช่วยให้รถควบคุมง่าย ประกอบกับการออกแบบรถให้ มีล้อขนาดต่างกัน ด้านหน้าใช้ขอบ 14 พร้อมยาง110-80 ด้านหลังใช้ยาง 130-70 ช่วยตอบโจทย์การบังคับควบคุมได้ดี และให้ความนุ่มนวลไปพร้อมกัน

ไม่นานผมขับมาเจอทางวิบาก โช๊คอัพ   Honda  ADV 150   มีระยะยืด-ยุบยาวกว่าพี่ชายสายหรูของมัน การให้ระยะยืดและยุบมากกว่า ประมาณ 2 มม. รวมถึง ระยะความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องมากขึ้น 28 มม. ช่วยเพิ่มความสบายในการโดยสาร ตลอดจนยังรองรับการเดินทางในเส้นทางสมบุกสมบัน อาทิ การเจอถนนทางลูกรัง อย่างทางหินกรวด ที่มีหินขนาดใหญ่รอคุณอยู่มากกมาย ไม่มีปัญหา

เส้นทางแบบนี้แม้ว่าจะเป็นทางจำลอง รถก็โชว์ความสามารถในการบุกด่านฝ่าฟันได้ง่าย และไม่ทิ้งความสบายในโดยสารไปมากนัก ถึงจะต้องมีสะดุ้งสะเทือนบ้างตามทำนองทางวิบาก จะลำบากเล็กน้อย กับสาวกมืออาชีพ ที่ชอบยืนขี่ ผมรู้สึกว่า มันให้ท่าขี่ประหลาดๆ สักหน่อย และที่ยินทางด้านหน้าไม่ได้มากมายนัก

เมื่อย้ายมายังสถานีอัตราเร่ง ความรู้สึกไม่ต่างจาก  PCX   มากจนรู้สึกได้ เว้นเพียงการออกตัวในช่วงแรกเหมือนพุ่งว่าเล็กน้อย (จนแทบอาจคิดว่าไม่แตกต่าง) การยังคงใช้การขับเคลื่อนแบบสายพาน ทำให้มันยังนุ่มสบาย และต้องยอมรับว่า ถ้าจะต้องไปเล่นกันบนทางวิบากสุดหินจริงจัง อาจทำได้เพียงหอมปากหอมคอเท่านั้น และไม่ได้เหมาพกับทางวิบากจริงจัง ชนิด บุกป่าฝ่าดง มันอาจเหมาะเพียงขับไปบนถนนทางลูกรัง ลุยออฟโรดระดับ 2-3 ไม่โหดมาก ไม่ต้องปีนป่านอะไร

เมื่อถึงช่วงจำลองการซอกแซกในเมือง ผมรู้สึกชอบรถรุ่นนี้มากขึ้น มันสามารถควบคุมได้ง่าย ความสูงจากพื้นเพิ่มขึ้น มีข้อดี ในการเอนรถเบี่ยงเอี้ยวตัวดีกว่า ต้องขอบคุณโช๊คอัพ  Showa  พร้อมซับแท้งค์ 2 ตัว ทำให้ รถมีความยึดเหนี่ยวพื้นถนนดีขึ้น มั่นใจกว่า

จากที่ขับอีก 2-รอบ ผมประเมินว่า   Honda  ADV 150   มีจุดเด่นในเรื่องระบบกันสะเทือนที่มีความนุ่มนวลมากกว่า มันจึงตอบสนองดีกว่าในการขับขี่ เหมาะกับเมืองไทย ที่มีถนนปะ ซ่อมทางบ่อย ตลอดจนฝาท่อ กทม.  คอยต้อนรับ รวมถึงด้วยการให้ดิสก์เบรก ทั้งทางด้านหน้าและหลัง ช่วยทำให้ระยะในการเบรกสั้นลงกว่า PCX   เล็กน้อย

แถมยังเปลี่ยนจากระบบ   Combine Brake   มาเป็น  การให้ระบบเบรกป้องกันล้อล็อคทางด้านหน้า ผมถามทีมวิศวกรที่มาสังเกตการณ์ทดสอบ ว่า ทำไมถึงไม่ให้ ABS  บรกหน้า-หลังเลย  เขากล่าวว่า การให้  ABS   ทางด้านหน้าถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน  ระบบเบรกป้องกันล้อล็อคทางด้านหน้า ช่วยให้รถทรงตัวอยู่ได้ และไม่พับ เมื่อล้อถูกล็อกตาย จนรถเกิดเสียหลักคว่ำลงไป แต่กับผมมองว่า เหมือนยังขาดๆ ไปนิด ถึงฟังจะมีเหตุผลที่ดีก้ตาม

ลงมาจาก   ฮอนด้า เอดีวี 150  มันเป็นมอเตอร์ไซค์รุ่นหนึ่งที่ผมเริ่มสนใจ ด้วยการออกแบบเด่นมีสไตล์ พร้อมลุย ขับสบาย เรื่องเดียวที่ยังไม่ถูกใจคือ เครื่องยนต์มันเล็กไป ต่อการใช้งานได้ครอบคลุม โดยเฉพาะการเดินทางไกล แต่ถ้าคุณใช้ชีวิตต่างจังหวะ ขับไปมาไม่ไกลมาก เน้นรถที่มีความประหยัด ขับสบายเมื่อต้องเจอถนนหนทางที่ไม่สู้ดีนัก

เจ้านี่ผมว่าตอบโจทย์ตรงจุด และถูกจริตคนไทย ..  โดยเฉพาะคนที่หารถขับได้ทุกสถานการณื จ่ายตลาด หรือ ออกทริปเดินทางเมื่อต้องการ แต่จะดีกว่า นี้ ถ้ามันมีเครื่องยนต์ 300 ซีซี และให้  ABS   มาหน้า-หลัง 

Comments

comments