Ford Ranger Limited 4×4 ลุยออฟโรดช่วยหมู่บ้านเลตองคุ

ให้คะแนนเรื่องนี้

ทีมงาน Ridebuster ได้มีโอการขับ Ford Ranger ลุยบนเส้นทางแม่สอด-หมู่บ้านเลตองคุ เจอทั้งโค้งนับพัน ทางฝนตกตลอด และทางออฟโรดสุดท้าทาย เพื่อทำภารกิจเพื่อชุมชนแสนห่างไกล “Mission Possible”

ก่อนผู้เขียนจะได้ไปร่วมทริปทำกิจกรรมเพื่อสังคมหรือ CSR ที่ชักชวนโดยฟอร์ด ประเทศไทย ก็คิดไว้ก่อนแล้วว่างานนี้คงมีอะไรมากกว่าขับรถขนของไปแจก ไปสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้กับชุมชนที่อยู่ห่างไกลเป็นแน่แท้ ซึ่งหลังจากที่ได้ขึ้นเครื่องบินจากสนามบินดอนเมืองเหาะผ่านฟ้าสู่สนามบินแม่สอด พวกเขาเหล่าทีมงานค่ายวงรีสีน้ำเงินก็ได้มอบภารกิจให้พวกเราตั้งแต่เริ่มต้น…

Ford Ranger Limited 4x4

ถ้าจะให้พูดถึงแต่เรื่องรถเราเองคิดว่ามันคงไม่ครบรสการผจญภัยเท่าไหร่ เนื่องจากกิจกรรมของฟอร์ดได้มอบหมายภารกิจให้แก่สมาชิกรถแต่ละคัน โดยรถคันที่ผู้เขียนขับมีสื่อร่วมชะตากรรมตลอดระยะเวลา 3 วัน 2 คืน อยู่สองท่าน ได้แก่ คุณท็อป (เพื่อนสนิท) จากเว็บไซต์ Autodeft.com กับพี่ระพี จาก TNN24 ซึ่งภารกิจแรกของพวกเราคือการขับเจ้า Ford Ranger Limited 4×4 สี่ประตูเกียร์ออโต้ 10 สปีด ไปรับถังน้ำขนาด 1,000 ลิตร พร้อมด้วยเครื่องกรองน้ำ

Ford Ranger Limited 4x4

Ford Ranger Limited 4x4

เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราจึงมุ่งหน้าไปยังปลายทางในวันแรก ณ อำเภออุ้มผาง ต้องขับรถราว 3 ชั่วโมงครึ่ง กับระยะทางกว่า 167 กม. ลัดเลาะไปตามแนวสันเขาอันปกคลุมด้วยเมฆหนาครึ้ม มีฝนตกหนักสลับเบาในบางช่วง ยิ่งไปกว่านั้น ทางโค้งของถนนเส้น 1090 ยังขึ้นชื่อเรื่องจำนวนที่มาถึง 1,217 โค้ง จนถึงตัวอุ้มผาง

ผู้เขียนได้รับหน้าที่เป็นพลขับไม้แรก โดยเจ้าเรนเจอร์สีน้ำเงินของเราใช้เครื่องดีเซลเทอร์โบเดี่ยว 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร 180 แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตรที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แล้วส่งกำลังไปยังล้อหลังหรือระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Part-Time และไม่มีระบบดิฟล็อคมาให้ (รุ่น Wildtrak มี)

Ford Ranger Limited 4x4

ต้องบอกว่าการขับรถกระบะสี่ประตูยกสูงขับเคลื่อนสี่ล้อ พร้อมกับสัมภาระน้ำหนักมากถ่วงอยู่ท้ายรถ บนเส้นทางคดเคี้ยวอันเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนนั้น ถือว่าเป็นเสมือนบททดสอบผู้ขับขี่และตัวรถเป็นอย่างมาก โดยตลอดเส้นทางโค้งเกินหลักพันทำให้เห็นข้อดีของ Ranger หลายสิ่ง อาทิ ช่วงล่างที่ซับแรงสะเทือนได้ดีแม้จะวิ่งผ่านหลุมบ่อเล็กๆ หรือจังหวะหยอดหลุมโตที่มีน้ำท่วมขัง ขณะที่จังหวะเข้าโค้งแรงก็ยังสามารถควบคุมตัวรถให้อยู่ในไลน์ได้สะดวก แต่จะต้องเบรกให้ได้ระยะสัมพันธ์กับองศาโค้ง มิฉะนั้น ตัวรถจะมีอาการหน้าดื้อจากการหักมุมเลี้ยวเพิ่มในโค้งกระทันหัน และจังหวะที่กดคันเร่งออกจากโค้งตัวรถจะเริ่มท้ายกวาดออก แต่นับว่าดีที่ระบบควบคุมการทรงตัวกับระบบป้องกันล้อหมุนฟรีสามารถเข้ามาตัดกำลังได้ทันท่วงที เราจึงไม่ต้องอาศัยฝีมือในการแก้อาการรถมากนัก

Ford Ranger Limited 4x4

จบสิ้นวันแรกไปเราได้ลองขับเรนเจอร์บนทางออฟโรดกันอย่างหนำใจ วันต่อมาต้องออกจากอุ้มผางมุ่งหน้าหมู่บ้านเปิ่งเคลิ่ง ติดชายแดนไทย-พม่า ซึ่งผู้เขียนไม่ได้ขับปล่อยให้พี่ระพีหวดบนเส้นทางโค้งเป็นระยะทางกว่า 83 กม. ทางนี้สภาพถนนลาดยางมีดีสลับแย่กันไป คนขับต้องออกลวดลายโยกพวงมาลัยซ้ายขวาหาช่องหลบหลุมกันจ้าละหวั่น จากนั้นเมื่อถึงจุดพักแรกก็ต้องเดินทางต่อไปยังหมูบ้านเลตองคุ อันเป็นเป้าประสงค์หลักในการมาทำกิจกรรมกับฟอร์ดครั้งนี้

เส้นทางจากหมู่บ้านเปิ่งเคลิ่งไปยังหมูบ้านเลตองคุนั้น มีสภาพทางถนนซีเมนต์สลับกับทางออฟโรดที่มีตั้งแต่ดินหนังหมู หินลอย และลำธารเล็กๆ เป็นระยะทางราว 17 กม. ซึ่งไม้แรกในการขับเข้าไปนั้นเป็นหน้าที่ของพี่ระพีคนเดิม ส่วนผู้เขียนกระโดดไปนั่งเบาะหลังเพื่อเอนกายงีบพักผ่อน ทว่าความจริงแล้วนอนไม่ได้เลย เพราะเส้นทางเข้าไปนั้นโหดใช้ได้ ทำเอาหัวสั่นหัวคลอนตลอดจนถึงจุดหมาย

ภารกิจ “Mission Possible” ช่วยพัฒนาหมู่บ้านเลตองคุได้ตามที่เราคิด

เมื่อเดินทางถึงบ้านเลตองคุ ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 100 ปี ทัพสื่อมวลชนได้ร่วมแรงร่วมใจทำภารกิจ เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนเขตวัฒนธรรมพิเศษกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการบูรณะสะพานไม้ที่ชำรุดที่ใช้เป็นทางเข้าออกหลักระหว่างหมู่บ้านกับชุมชนภายนอก รวมถึงร่วมแรงร่วมใจกันปรับปรุงและฟื้นฟูโรงเรียน ตชด. บ้านเลตองคุ โดยเปลี่ยนหลังคาโรงอาหารที่ชำรุดทรุดโทรม ปรับปรุงพื้นกระเบื้องยางในห้องเรียนเพื่อให้เด็กๆ เรียนหนังสือได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทาสีอาคารเรียนใหม่ ติดตั้งเสาไฟโซลาร์เซลล์เพื่อเพิ่มแสงสว่าง ติดตั้งเครื่องกรองน้ำและแท้งก์น้ำเพื่อให้ชุมชนมีน้ำสะอาดในการอุปโภคบริโภค และปรับปรุงระบบแสงสว่างให้สุขศาลาประจำหมู่บ้าน

ขากลับเรามีเทคนิคขับออฟโรดมาฝากผู้อ่าน

หลังเวลาผ่านพ้นไปหนึ่งคืนที่หมู่บ้านเลตองคุ เช้าตรู่ทีมงานฟอร์ดก็ได้นัดทัพสื่อฯ ให้อาบน้ำกินข้าวพร้อมออกเดินทางกลับไปยังตัวอำเภอแม่สอดก่อนถึงเวลาขึ้นเครื่องบินกลับ ซึ่งล้อของรถในขบวนเริ่มหมุนตั้งแต่เวลา 6.45 น. เพราะขากลับได้รับรายงานว่าเส้นทางออฟโรดที่เราจะต้องผ่านไปนั้นอาจมีฝนตก จนทำให้ดินกลายเป็นเลนไม่สามารถขับรถกลับไปสะดวก เนื่องด้วยยางติดรถเป็นแบบ H/T ไม่มีคันใดในขบวนใช้ยาง A/T เลย

การขับบนสภาพทางดินลื่นหรือมีหินลอย ไปจนถึงการปีนไต่หรือต้องขับรถลงทางชันมากๆ บนเส้นทางออฟโรด โหมดขับขี่ที่ต้องใช้คือ 4L เพราะในโหมดนี้อัตราทดเกียร์จะเปลี่ยนไปเพื่อให้มีแรงบิดกับแรงหน่วงจากเครื่องยนต์สูงสุด ซึ่งในรถคันที่ผู้เขียนขับนั้นขาดของเล่นประจำกายรถ 4×4 อย่างดิฟล็อคที่ไว้ช่วยปั่นให้รถขึ้นทางลื่นแถมชันได้สะดวกกว่าปกติ แต่ยังดีที่มีทีมงานผู้มากประสบการณ์คอยอำนวยความสะดวกในทุกจุดอันตราย

Ford Ranger Limited 4x4

สำหรับข้อควรปฏิบัติของผู้ขับขี่เมื่อต้องขับบนทางออฟโรดมีหลายข้อ ได้แก่

1.ผู้ขับขี่ต้องเตรียมพร้อมสภาพกายและใจตนเองให้สมบูรณ์ หากรู้ตัวว่าเป็นคนเมารถง่ายก็ควรกินยาแก้เมารถเสียแต่เนิ่นๆ เพราะบางเส้นทางรถจะถูกเขย่าดิ้นไปมาจนมีอาการท้องไส้ปั่นป่วนได้

2.จำไว้ว่าต้องประเมินสภาพเส้นทางเบื้องหน้าให้รอบคอบกว่าปกติ หรือคิดว่ามันอันตรายเป็นพิเศษ เนื่องจากดินแต่ละที่ที่เราขับรถผ่านมีสภาพต่างกัน รวมถึงในบางหลุมบ่อน้ำขังก็อาจลึกกว่าปกติจนตัวรถติดหล่มไม่สามารถหลุดขึ้นมาได้

3.ตำแหน่งเบาะนั่งควรอยู่สูงขึ้น พร้อมกับตั้งพนักพิงให้ชันตั้งตรง เพราะเราจะสามารถเห็นสภาพทางที่อยู่เบื้องหน้าได้ชัดเจน พร้อมกับปรับกระจกมองข้างซ้ายขวาให้มองเห็นแนวล้อหลังได้ชัดเจน เพื่อลดการขับรถแล้วไปเบียดกับสิ่งกีดขวางด้านข้างจนเกิดอันตรายได้

4.ต้องจับพวงมาลัยด้วยมือสองข้างเสมอ และห้ามจับแบบนำนิ้วโป้งเข้าไปล็อคอยู่กับพวงมาลัย เพราะเวลาที่รถดิ้นไปตามเส้นทางอันลื่นรถเด้งซ้ายไปขวา พวงมาลัยจะหมุนจนนิ้วของเราเข้าไปติดและควบคุมรถไม่ได้

5.อย่าตื่นตระหนกเวลารถท้ายปัดไปมา หรือหมุนพวงมาลัยเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็วเกินไป เพราะนอกจากรถจะไม่ไปตามทางที่คิดไว้แล้ว มันอาจหมุนเปลี่ยนทิศจนมุ่งไปสู่สถานการณ์ที่ไม่คาดคิด

6.กรณีที่เดินไปเป็นหมู่คณะ ควรเว้นระยะห่างกับรถคันหน้ามากสักหน่อย ใช้วิทยุสื่อสารกับผู้นำขบวนตลอดจนรถคันอื่นๆ อยู่เสมอ

7.เชื่อฟังคำแนะนำของผู้บอกทิศทาง หรือคนมีประสบการณ์ทั้งที่นั่งอยู่ในรถหรือยืนอยู่นอกรถ เพราะในบางจังหวะเราไม่สามารถมองเห็นว่าเห็นอยู่ในตำแหน่งถูกต้องหรือยัง การดูสัญญาณมือหรือฟังเสียงจากคนบอกไลน์จะช่วยให้ผ่านอุปสรรคเบื้องหน้าได้ปลอดภัย

ทีนี้มาดูเทคนิคการขับรถออฟโรดขั้นสูงที่หลายคนไม่ทราบมาก่อน

1.การขับรถออฟโรดโดยเฉพาะรถกระบะที่ใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ ควรล็อคตำแหน่งเกียร์ไว้ที่ 2 ในโหมดเกียร์ 4L เสมอเมื่อเจอสภาพทางทางโคลนลื่นสูงชัน เพราะถ้าให้ระบบเกียร์อัตโนมัติจัดการแทน ในตอนที่คุณกำลังปั่นรถดันสู่ยอดเนิน บางครั้งมันจะตัดเปลี่ยนเกียร์หรือเลือกเกียร์ผิดจังหวะ ทำให้ขาดกำลังแรงบิดหรือมีแรงบิดมากเกินไปจนล้อหมุนฟรีทิ้ง

2.หักพวงมาลัยเท่าไหร่ คืนกลับมาเท่านั้น โดยเรื่องการหลงพวงมาลัยของคนขับออฟโรดมือใหม่นี่ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะบางสถานการณ์เราต้องหมุนพวงมาลัยซ้ายขวาไปมา ตรงนี้เองที่บางคนไม่ได้จำว่าหมุนไปตำแหน่งไหนมาบ้าง พอถึงทางที่ต้องเปลี่ยนทิศก็เกิดสับสนจนรถวิ่งไปคนละทางที่คิดไว้

Ford Ranger Limited 4x4

3.การขับขึ้นทางชันในสภาพทางดินโคลน จะต้องเลี้ยงรอบเครื่องให้รถมีแรงบิดส่งไปสู่ล้อทั้ง 4 แบบสม่ำเสมอ พยายามกดคันเร่งเรียนๆ ไม่ให้กระโชกโฮกฮากหรือเบาแผ่วจนรถขาดแรงบิด กรณีที่ต้องเหยียบส่งต่อก็ให้กดคันเร่งเนียนๆ เพื่อเร่งรอบเครื่องสูง เพียงแค่นี้รถของคุณก็จะขึ้นสู่ยอดเนินได้แบบสบายๆ

4.นอกจากเรื่องการเลือกโหมดขับขี่ เลือกตำแหน่งเกียร์ หรือเลี้ยงรอบเครื่องให้สัมพันธ์กันแล้ว การหมุนพวงมาลัยก็ยังเป็นส่วนสำคัญในการนำพารถให้ผ่านอุปสรรคไปได้ โดยเฉพาะในทางที่มีความชันและเต็มไปด้วยโคลนเลน การพวงมาลัยหักไปซ้ายสุดแล้วหักกลับขวาสุดอย่างรวดเร็วแบบสม่ำเสมอกัน มันช่วยให้หน้ายางมีการยึดเกาะทางเพิ่มขึ้น เรียกว่าล้อจะปั่นเศษดินโคลนให้กระเด็นออก พร้อมด้วยหาพื้นผิวที่แข็งมีแรงเสียดทานได้มากกว่าไปในจังหวะเดียวกัน

ทริปการเข้าไปทำกิจกรรมกับฟอร์ด ประเทศไทย นอกจากจะได้ทำบุญให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกลกันดาร ยังเป็นเหมือนกับบทเรียนชีวิตที่ช่วยให้เรารู้เรื่องการขับรถออฟโรดขั้นสูงมากขึ้น ตลอดเวลา 3 วัน 2 คืน บนเส้นทางครบทุกชนิด เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าหากมีรถสมรรถนะดี กับคนขับที่มีประสบการณ์ มีสติ และพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นทางยากเย็นแค่ไหน เราก็สามารถไปถึงยังจุดหมายที่คิดไว้ได้อย่างแน่นอน

ทีมงาน Ridebuster ขอขอบคุณบริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด สำหรับกิจกรรมดีๆ

ติดตามข่าวสารและบทความดีๆ จากพวกเรา Ridebuster.com

Comments

comments