Toyota Fortuner ลุ้นปรับโฉมใหญ่ปีหน้า รับอนาคต เครื่องไฮบริด

แบ่งปันเรื่องนี้

ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา Toyota Fortuner ถือเป็นรถยนต์แนวว PPV/SUV อันดับต้นๆที่คนไทยเลือกใช้มาโดยตลอด และดูเหมือนว่าทางค่ายกำลังจะอัพเกรดให้มันน่าสนใจขึ้นไปอีกขึ้น ด้วยการยัดขุมกำลังแบบ Hybrid เข้าไปให้กับมันในเร็วๆนี้

Toyota Fortuner Commander

เกี่ยวกับเรื่องนี้ อันที่จริงก็ไม่ใช่ข่าวคราวที่ใหม่เท่าไหร่นัก เพราะข่าวลือเรื่องการทำ Fortuner Hybrid นั้น ได้ถูกกล่าวถึงบนโลกออนไลน์มาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2021 ณ ช่วงเวลานั้น หลายๆคนอาจยังไม่เห็นประโยชน์ หรือข้อได้เปรียบของการวางขุมกำลังแบบไฮบริดบนรถยนต์แนว SUV/PPV ในไทยที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเป็นส่วนใหญ่เท่าไหร่นัก เพราะเดิมๆเครื่องยนต์ของมันก็ให้แรงบิดที่สูงมากพอสำหรับการใช้งานอยู่แล้ว และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงก็ไม่ได้แย่จนทำให้การใช้งานมีความยากลำบากแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี ด้วยสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน จนทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงอีกครั้ง ทำให้ใครหลายคนที่อยากได้รถยนต์แนว SUV/PPV เริ่มสนใจความเป็นไปได้ของขุมกำลังลูกผสมแบบ Hybrid กับรถยนต์ประเภทนี้มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะในตอนนี้ ยิ่งประหยัดเท่าไร ยิ่งลดค่าใช้จ่ายได้มาก แถม Toyota ยังขึ้นชื่อ ในเรื่องการพัฒนาระบบไฮบริด มายาวนาน จนได้รับความวางใจ

Toyota Fortuner TRD Sportivo 2
โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ขายมาแล้วหลายปี และมีการปรับโฉมไปแล้วครั้งหนึ่ง

ถ้าวิเคราะห์ กันให้ดี Toyota Fortuner รุ่นปัจจุบัน ทำตลาดมาแล้วถึง 7 ปี เมื่อมองย้อนไปในอดีต Toyota จะทำตลาดรถแต่ละเจเนอเรชัน คราวละ 10 ปี สำหรับกลุ่ม รถกระบะ และ PPV นั่นจึงหมายความว่ามันยังมีอายุในการทำตลาดอีกถึง 3 ปี

จากตัวเลขเวลาดังกล่าว จะเห็นได้ว่ามันเป็นระยะเวลาที่ไม่มาก และคุ้มเท่าไหร่นัก สำหรับการที่จู่ๆผู้ผลิตจะพัฒนาขุมพลังใหม่ โดยเฉพาะระบบไฮบริด เข้ามาตอบโจทย์ลูกค้า

กระแสข่าว ที่ร่ำลือกันมา ชี้ว่า กลุ่มเครื่องยนต์ GD Efficient Boost ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน จะได้รับการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่เข้าไป โดยระบบที่จะนำมาใช้ เป็นระบบ Mild Hybrid ที่มาพร้อมแบตเตอร์รี่ และมอเตอร์ขนาดเล็ก จากการส่งเสริมการลงทุน รถยนต์ไฮบริดในประเทศ อินโดนีเซีย

แต่ปัญหา คือ รถรุ่นปัจจุบัน พัฒนาบน แชสซีเดิม เป็นที่ทราบกันดีว่า ยกยอดต่อมาจาก Toyota Hilux Vigo ทีมวิศวกร ยืนยัน ว่ามันคือ การ Big Revise ตัวแชสซี

จึงเป็นไปได้ว่า ในทางวิศวกรรม แชสซี ดังกล่าว ไม่รองรับ เทคโนโลยีสมัยใหม่ อย่างระบบไฮบริด อ แล้วการพัฒนาโครงสร้างใหม่ เพื่อขายรถไปอีก 3 ปี ย่อมไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน ในมุมของผู้ผลิต เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูง

ส่วนการที่บริษัท จะเอาโครงสร้างเดิมในปัจจุบัน เบ่งต่อยอดไปสู่ระบบ Hybrid ที่กล่าวกันว่า เป็นเพียงแค่ระบบ Mild Hybrid ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ หรือ ถ้าเป็นไปได้ ก็มีโอกาสน้อยมาก

อย่างที่เรากล่าวไปว่า โครงสร้าง นี้ถือว่าค่อนข้างเก่า และใข้งานมานาน แม้การเติมระบบแบตเตอร์รี่ขนาดเล็กเข้าไป จะไม่ส่งผลกระทบมาก ต่อความแข็งแรงและโครงสร้าง หาไว้ในตัวรถ ทว่านั่นไม่น่าจะใช่สิ่งที่วิศวกรคิด เพราะในห้องโดยสาร ฟอร์จูนเนอร์ ก็ไม่ได้มีที่มากมายนัก

Toyota Fortuner TRD Sportivo 2

ไม่เพียงเท่านี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทาง Toyota เริ่มแนะนำ โครงสร้างตัวถังใหม่ Toyota TNGA เข้ามาในรถยนต์ใหม่ๆ ทุกรุ่น ขาดเพียงกลุ่มรถกระบะ ในปีที่ผ่านมา บริษัท แนะนำรถยนต์ Toyota Land Cruise ที่ใช้โครงสร้าง TNGA F เข้ามาตอบลูกค้า

รถรุ่นนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า ดำรง ในฐานะ รถยนต์อเนกประสงค์ พร้อมลุยรุ่นใหญ่ เป็นสัญญาณที่ค่อนข้างชัดเจนว่า Toyota Fortuner อาจถึงเวลาใช้โครงสร้างใหม่ ในอนาคตอันใกล้ และก็มีการพูดถึงว่า อาจจะใช้โครงสร้าง TNGA-F ในฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งเป็นโครงสร้างเดียวกับ พี่ใหญ่

จากเหตุผลในข้างต้น จึงสรุปได้ว่า มันมีโอกาสและความเป็นไปได้น้อยมากๆ ที่ทาง Toyota จะนำเอาขุมกำลังแบบ Hybrid มาใช้กับรถ Fortuner รุ่นปัจจุบัน แล้ววางจำหน่ายในปีหน้า

เว้นเสียแต่ว่า…มันอาจจะได้รับการปรับโฉมครั้งใหญ่ ไวกว่าที่คิด และจากประวัติศาสตร์ บางครั้ง โตโยต้า ก้ทำเช่นนี้ เพื่อให้ทัดเทียมกับคู่แข่ง และสร้างยอดขาย ให้เติบโต

ใช่ครับ แม้เราจะระบุไปในข้างต้นว่า Toyota Fortuner เจเนอเรชันปัจจุบัน มีอายุการทำตลาดเพียง 7 ปี จากอายุการทำตลาดเฉลี่ย 10 ปี ที่ทางค่ายเคยทำมา แต่หากมองไปที่ระยะเวลาในการทำตลาดของตัวรถเวอร์ชันปรับแบบ Minor-Change ปกติแล้วก็จะมีอายุแค่เพียง 3-4 ปี เท่านั้น เพื่อกระตุ้นยอดขาย เพราะปกติตัวรถที่ปรับโฉมแบบ MC มักไม่ได้เกิดขึ้นตอนรถมีอายุครึ่งหนึ่งของการทำตลาดจริงๆ แต่จะเลื่อนจากครึ่งหนึ่งของอายุทางการตลาดไปอีกนิด

เพราะฉะนั้นจากการที่ตัวรถรุ่นนี้ ได้รับการปรับโฉมแบบ Minor-Change ไปเมื่อปี 2020 จึงทำให้อายุการตลาดของเจ้า Fortuner ยิ่งลดน้อยลงไปอีก จากเดิมที่ควรจะถูกปรับโฉมใหญ่ในปี 2025

นอกจากนี้อีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตัวรถ Fortuner เจเนอเรชันปัจจุบัน มีโอกาสจะได้รับการปรับโฉมเร็วกว่าที่ควร ก็คือเรื่องของคู่แข่งทางการตลาด ที่ในปัจจุบันล้วนพากันตีตื้น ตีคู่ หรือบางครั้งก็สามารถทำยอดขายแซงมันได้ด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก ที่จู่ๆทาง Toyota จะอยากเร่งการปรับโฉมใหญ่ของเจ้า SUV/PPV คันนี้ขึ้นมาให้เร็วอีกนิดเพื่อแก้เกม และรับมือกับสถานการณ์ทางการตลาดที่เปลี่ยนไป (จะขายชิลๆเป็นเสือนอนกินไม่ได้แล้ว เพราะคู่แข่งจี้เข้ามา)

ไม่ว่า จะด้วยการมาของ Ford Everest หรือ ไม้เบื่อไม้เมา อย่าง Isuzu MU-X ก็ทำให้ค่าย ดูจะกระตือรือล้นมากขึ้นในการทำตลาด

การปรับโฉมใหญ่ ครั้งต่อไป สมควรจะต้องมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น นอกจากการปรับเปลี่ยนแพลตฟอร์มทั้งแชสซีย์และตัวถัง เพื่อให้ตัวรถมีสมรรถนะในการใช้งานที่ดีกว่าเดิม อีกหลายสิ่งที่ยังขาดไปในตัว Fortuner รุ่นปัจจุบัน ก็คือฟังก์ชันล้ำสมัยต่างๆ เช่น ระบบความปลอดภัยขั้นสูงจำพวก ADAS จึงควรถูกใส่เข้ามาด้วย

และที่ขาดไม่ได้ก็คือระบบ Hybrid ที่จะเป็นกุญแจสำคัญในการเรียกลูกค้าให้กลับเข้ามาสู่ตัวรถรุ่นนี้เหมือนอย่างที่เคยเป็น

โดยหากระบบขุมกำลังแบบ Hybrid จะถูกนำมาใช้กับ Fortuner เจเนอเรชันใหม่ การทำงานของมัน ก็จะต้องเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างชุดมอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์ 1GD ที่ได้ชื่อว่าเป็นเครื่องยนต์ดีเซลซึ่งมีสมรรถนะดีเป็นอันดับต้นๆในตลาด ณ ปัจจุบัน แน่นอน โดยที่เครื่องยนต์จะยังคงเป็นแหล่งกำลังหลักให้กับเครื่องยนต์

ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้ามีหน้าที่มาช่วยเสริมกำลังในตอนออกตัว หรือเร่งแซง และแบตเตอรี่สำหรับระบบไฮบริดก็มีหน้าที่ หรือที่เรียกว่า Mild Hybrid ช่วยเลี้ยงระบบแอร์ หรือระบบการทำงานของตัวรถ เพื่อให้เครื่องยนต์ได้พักการทำงานตอนหยุดนิ่งอีกด้วย ซึ่งอันที่จริงก็เป็นหลักการทำงานพื้นฐานของระบบไฮบริดที่อยู่ในรถยนต์หลายๆรุ่นที่ Toyota วางจำหน่ายในปัจจุบันอยู่แล้ว

บทสรุปทั้งหมด ในครั้งนี้ ยังเป็นเพียงการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้จากข้อมูลที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน เท่านั้น หากผู้ติดตามท่านใด มีความคิดเห็นที่แตกต่าง หรือมีบทวิเคราะห์ในใจเป็นอย่างไร ก็ลองแสดงความเห็นเข้ามากันได้เลยครับ

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments