7 เหตุผลน่ารู้ ทำไม “รถยนต์ไฟฟ้า” เป็นนวัตกรรมเปลี่ยนโลกตัวจริง

แบ่งปันเรื่องนี้

เริ่มเข้ามาขายในประเทศไทยบ้างแล้ว สำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า  ตามการสนับสนุนของนโยบายภาครัฐบาลที่เริ่มมองอนาคตอันกว้างไกลและก้าวต่อไปอุตสาหกรรมยานยนต์ นวัตกรรมการขับขี่ที่มาพร้อมความลงตัวในการใช้งานแห่งโลกอนาคตถูกโจมตีหลายครั้ง และตั้งคำถามว่ามันจะเป็นความหวังของยานยนต์ในอนาคตจริงหรือไม่ และในวันนี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไรขวางกั้นการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมมันจะมาเปลี่ยนโลก เปลี่ยนชีวิตคุณ

 

1.ความเข้มงวดเรื่องสิ่งแวดล้อม

คนไทยอาจจะไม่มองเรื่องสิ่งแวดล้อมสำคัญเท่าคนต่างชาติ แต่ในต่างประเทศ รถยนต์ไฟฟ้าเกิดขึ้นจากความต้อวการในการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้เกิดขึ้นในสัง่คมคนเมือง

จุดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้าคือการเป็นรถไร้ซึ่งไอเสีย หรือที่นิสสันนำมาโฆษณาว่า   Zero  Emission  มันไม่ปล่อยไอเสียจากตัวรถเลย แม้ว่าจะมีการถกเถียงว่าในแง่ความเป็นจริง รถยนต์ไฟฟ้าจะมีการสะสมมลภาวะที่โรงไฟฟ้ามากขึ้นในอนาคต เพราะเมื่อคนใช้เยอะ โรงไฟฟ้าก็ต้องผลิตไฟฟ้าเยอะขึ้นด้วย รวมถึงแบตเตอร์รี่ก็อาจะยังเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต

kia-soul-Ev007

2.ประหยัดกว่า

รู้หรือไม่ครับว่ารถยนต์ไฟฟ้า ที่กำลังมาเหล่านี้มีความประหยัดมากกว่ารถยนต์ใช้น้ำมันพอสมควร แน่นอนการใช้ไฟฟ้าทำให้มูลค่าพลังงานที่จะเสียต่อหน่วยขับเคลื่อนเปลี่ยนไปและน้อยลง เนื่องจากไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ทุกบ้านมีอยู่แล้วในปัจจุบัน การมีรถไฟฟ้า ก็เหมือนคุณมีเครื่องใช้ไฟฟ้า โตๆ อีกเครื่อง

ในกรณีนี้ขอยตัวอย่างรถยนต์   Kia Soul EV   ที่เริ่มวางจำหน่ายโดยบริษัท เกีย ประเทศไทย แล้วในงาน  Motor Expo   แบตเตอร์รี่มีความจุปริมาตรเต็มทั้งสิ้น 30 กิโลวัตต์ ชั่วโมง ซึ่งปกติแล้ว แบตเตอร์รี่รถยนต์ส่วนใหญ่จะชาร์จได้เพียง 95% ของความจุแบตเตอร์รี่ หริดคิดเป็น28.5 กิโลวัตต์ชั่วโมงที่ต้องใช้ชาร์จจริง

ค่าไฟฟ้าบ้านเรือนสำหรับอยู่อาศัยปัจจุบัน คิดเป็นการเหมาจ่าย 150 หน่วย (กิโลวัตต์ชั่วโมง) อยู่ที่ 3.2484 บาท ต่อหน่วย และ มากกว่า 150 หน่วยแต่ไม่เกิน  400 คิดอัตราหน่วยละ 4.2218 และหากเกินกว่า 400 หน่วย คิดอัตราหน่วยละ 4.4217 โดยในแต่ละครั้งสามารถเดินทางได้ สูงสุด 250 กิโลเมตร

 

หากนำมาคำนวณการชาร์จแบตเตอร์รี่จนเต็ม ในแต่ละครั้ง และความคุ้มค่าในการเดินทาง จะได้อัตราการค่าใช้จ่ายดั้งนี้

การคำนวณค่าไฟฟ้า   ค่าไฟฟ้าชาร์จแบตเตอร์รี่จนเต็ม อัตราค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่อกิโลเมตร
ชาร์จเมื่อใช้ไฟไม่เกิน 150 หน่วย 92.57 บาท 2.7 บาท/กิโลเมตร
ชาร์จไฟเมื่อใช้ไฟระหว่าง 150-400หน่วย 120.32 บาท 2.07 บาท/กิโลเมตร
ชาร์จไฟเมื่อใช้ไฟเกิน 400 หน่วย 126  บาท 1.98 บาท/กิโลเมตร

 

หากนำมาเปรียบเทียบกับรถยนต์ใช้น้ำมันในปัจจุบันแล้ว ถือว่ามีค่าใช้จ่ายถูกกว่าในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

 

3.ซ่อมง่าย

ประเด็นที่ถูกหยิบยกมาพูดคุยในเวลานี้อย่างมากถึงรถยนต์ไฟฟ้า คือเรื่องของการซ่อมและดูแลง่าย เนื่องจากชิ้นส่วนกลไกขับเคลื่อนไม่หลากหลายเท่ารถยนต์ใช้เครื่องยนต์ที่มีความซับซ้อนเชิงกลไกในระบบเครื่องยนต์มากกว่า

รถยนต์ไฟฟ้ามีชิ้นส่วนหลักทางด้านระบบขับเคลื่อนเพียงตัวเดียวคือ มอเตอร์ไฟฟ้า กับแหล่งพลังงานหลัก แบตเตอร์รี่ของรถ การลดชิ้นส่วนหลายอย่างที่ไม่จำเป็น ทำให้รถซ่อมง่ายและดูแลง่ายมากขึ้น ผู้ใช้มีความกังวลในแง่การขับขี่น้อยลง แม้ว่าจะมีความทันสมัยมากขึ้นก็ตาม

 

4.ตอบสนองสมรรถนะ

ทราบหรือใครับว่าประเด็นที่บริษัทรถยนต์ผลักดันให้รถยนต์ไฟฟ้าเกิดขึ้น ก็เนื่องจากมันสามารถตอบสนองสมรรถนะในการขับขี่ได้มากกว่านั่นเอง หัวใจหลักสำคัญอยู่ที่มอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งมีแรงบิดมหาศาลตอบการขับเคลื่อนดีกว่าเครื่องยนต์ที่ต้องรอจังหวะรอรอบการทำงานช่วงกำลังเสียก่อน แต่มอเตอร์ฟ้ามีแรงบิดหรือแรงหมุนในทันทีที่ได้รับไฟฟ้าไปผลักแกนมอตอร์ให้หมุน

หลักการดังกล่าวทำให้รถมอเตอร์ไฟฟ้าเกิดแรงบิดสูงสุดตั้งแต่เริ่มการทำงาน รถจะออกตัวได้เร็ว มีภาวะแบกน้ำหนักน้อยกว่ารถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ เนื่องจากสามารถรีดแรงบิดสูงได้ทันที  ไม่ต้องรอรอบ และที่สำคัญ มอเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ให้แรงบิดสูงมากกว่าเครื่องยนต์

Chevrolet-Bolt-3

ยกตัวอย่าง   Kia Soul EV   ที่กล่าวไปแล้วเมื่อสักครู่ กำลังแรงบิดสูงสุดมอเตอร์ไฟฟ้าเทียบเท่ากับ 285 นิวตันเมตร ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับแรงม้าเพียง 81 แรงม้า หากนำแรงม้า มาเทียบกับเครื่องยนต์สันดาปภายในปัจจุบัน คุณจะค้นพบว่ากำลังมันเท่าเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร เท่านั้น แต่มีแรงบิดมากกว่า 1.5 เท่าตัวเลยทีเดียวครับ

 

5.ที่ไหนก็ชาร์จได้

ข้อเสียของรถยนต์น้ำมันข้อหนึ่งที่เราดูจะมองข้ามมันเป็นเส้นผมบังภูเขา คือว่ารถยนต์ปัจจุบัน จะเติมพลังงานต้องไปเฉพาะที่และเสียเวลาในการเติมพลังงาน แม้ว่าจะเป็นเวลาเพียงเล็กน้อย แต่ทุกวันนี้สำหรับหลายคน เวลามีค่ายิ่งกว่าทองเสียอีกจริงไหมครับ

ไฟฟ้ามีอยู่ทุกที่ และไม่ได้เป็นอันตรายจนสามารถระเบิดตูมตามได้ และการใช้ไฟฟ้าเราเริ่มชินกับพวกมันมากพอสมควร รถยนต์ไฟฟ้า จึงเหมือนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่วิ่งได้ คล้ายกับมือถือในปัจจุบัน คุณสามารถไปหาที่เสียบปลั๊กชาร์จไฟฟ้าตรงไหนก็ได้ จะชาร์จที่บ้านก่อนออกไปทำงานก็ได้ หรือ ไปที่ทำงานจะไปเสียบชาร์จที่นั่นก็ได้ ตามห้างสรรพสินค้าก็ได้

2017-Toyota-PriusPHEV-07

การไร้ข้อจำกัดเรื่องสถานที่เติมพลังงานจะทำให้ชีวิตสะดวกขึ้นอีกระดับหนึ่ง ถึงแม้ปัญหาสำคัญคือ รถยนต์ไฟฟ้าขับได้ระยะทางจำกัด แต่ถ้าใช้ในเมืองเป็นสำคัญน่าจะสะดวกพอสมควรเลยทีเดียว

6.พื้นฐานเทคโนโลยีอนาคต

บางคนบอกว่ารถยนต์ไฟฟ้ายังไม่ใช่ตัวจริงเทคโนโลยีโลกอนาคต แต่ความจริงแล้วมันคือพื้นฐานของเทคโนโลยียานยนต์ทันสมัยที่สำคัญเลยทีเดียว

แม้ว่าหลายคนจะมองว่า เทคโนโลยียานยนต์พลังงานไฮโดรเจนจะเป็นคำตอบในอนาคตมากกว่า หรืออนาคตรถใช้น้ำเติมแล้วขับได้ ทั้งหมด ก็ยังคงต้องพึ่งพิงระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ซึ่งเซลล์เชื้อเพลิง หรือพลังงานภายนอกจะถูกนำมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานขับเคลื่อนตัวรถในรูปแบบการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ดังนั้นยังไงเสียรถยนต์ฟ้า จึงจะยังเป็นหัวใจสำคัญทางด้านเทคโนโลยียุคต่อไป หลังยุคเครื่องยนต์สันดาปภายใน

7.ต้นทุนผู้ผลิตถูกลง

แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้า จะเป็นเทคโนโลยีก้าวหน้ายุคใหม่ แต่หัวใจสำคัญข้อหนึ่งทีไม่สามารถปฏิเสธได้เลย คือว่า รถยนต์พลังงานไฟฟ้า มีชิ้นส่วนน้อยลงกว่ารถยนต์ใช้เครื่องยนต์ในปัจจุบัน การมีเพียงแบตเตอร์รี่ , มอเตอร์ไฟฟ้า และหน่วยควบคุม  เพิ่มเติมเพียงชิ้นส่วนประกอบอื่น ๆ เท่านั้น  ทำให้รถยนต์ไฟฟ้า ไม่มีความยุ่งยากซับซ้อนของชิ้นส่วนมากเท่ารถปัจจุบัน เมื่อชิ้นส่วนน้อยลงต้นทุนการผลิตก็น้อยลงตามไปด้วย

 

เป็นอย่างไรบ้างครับ เล่ามานี่คงจะเริ่มเห็นใช่ไหมครับว่า รถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นนวัตกรรมเปลี่ยนโลกยุคต่อไป คำถามเดียวที่ยังไม่มีใครตอยได้ คือมันจะเฟื่องฟูจริง ๆ เมื่อไร แต่เมื่อวันนั้นมาถึง เราสมควรพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงครับ



แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments