5 นิสัยขับรถคนไทย ที่ทำให้บ้านเราเป็นนักขับยอดแย่

แบ่งปันเรื่องนี้

การจราจร บอกวินัยคนในชาติ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงมากที่สุดในสามโลกเลยก็ว่าได้

หลายครั้งหลายหนที่เราใช้ชีวิตขับรถบนถนน ได้เห็น พฤติกรรมต่างๆ มากมายของคนไทย ในการขับรถ จนวันนี้เราควรมาพูดกันอย่างเปิดอกกันไปเลยว่า พฤติกรรมเหล่านี้ควรเปลี่ยน เราควรเตือนคนที่เราเดินทางไปด้วยว่า สิ่งที่พวกเขาทำอยู่นั้น เป็นพฤติกรรมที่แย่ในสังคมถนน

1.ช้าชิดขวา

พูดปากจะถึงรูหูมาเป็นประจำ แต่ไม่เคยเลยที่เราจะไม่เห็นถนนตามต่างจังหวะ คลาคล่ำ ด้วยรถยนต์ขับช้าแล้วชิดขวา ในเลนที่สมควรวิ่งได้เร็วที่สุด ก็ไม่แน่ใจว่าคนพวกนี้เขาเป็นอยู่อเมริกามานาน จนลืมไปแล้วมั้ง ว่า ถนนเมืองไทย รถเร็วอยู่ขวา รถช้าอยู่เลนกลางหรือเลน ซ้าย

พฤติกรรมช้าชิดขวา เป็นเรื่องที่เราเห็นบ่อยมากจนเริ่มชิน ก็ได้แต่ถอนหายใจว่า ตำรวจ หรือผู้บังคับใช้กฎหมายไม่ทำอะไร เลย ดีแต่ตรวจจับรถขับเร็วเกินกำหนด ทั้งที่รถช้าชิดขวา ก็มีกฎหมายบอกทนโท่ว่าผิดกฎหมายเหมือนๆ กันนั่นแหละ

จากที่ผมมีโอกาสเข้าไปส่องในกระทู้เว็บดังและในหลายๆ กลุ่ม ที่มีพูดถึงเรื่องช้าชิดขวา ส่วนใหญ่จะพบว่า เรื่องทำนองเดียวกันว่า คนขับช้าชิดขวา จะขับตามกฎหมายกำหนด ไม่นานก็จะมีกลุ่มคนประเภทนี้มาบอกว่า อยากเร็วก็แซงไป โดยเชื่อว่า ตัวเองทำถูกกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายจราจร กำหนดให้ขับเร็วได้สูงสุด 90 ก.ม./ช.ม. เท่านั้น ดังนั้น ถ้าขับความเร็วเท่านี้ ฉันจะอยู่เลนไหนก็ได้ไม่ผิดกฎหมาย …

2.วิ่งไหล่ทาง

เวลารถติดทีไร เราจะได้เห็นพฤติกรรมวิ่งไหล่ทางเป็นประจำ จนชินตา บางเส้นทางเช่นทางด่วน บางขุนเทียน-สุขสวัสดิ์-บางนา จะเห็นพฤติกรรมนี้เป็นประจำด้วยรถยนต์หนาแน่นเต็มพื้นที่ คนไทยจำนวนหนึ่งที่หัวหมอ จึงนิยมวิ่งไหล่ทางยาวๆ เพื่อเลายงการจราจรติดขัดมันเสียเลย

อันที่จริงพฤติกรรมนี้ส่วนหนึ่งมาจากคนเมืองในยามเช้าที่เจ้าหน้าที่เร่งระบายรถ จะไล่ให้ลงข้างทางเพื่อยัดจำนวนรถไม่ให้มีท้ายแถวสะสม ในหลายพื้นที่ จนผู้ขับขี่จำนวนมากชินว่า สามารถลงไหล่ทางได้ เมื่อรถมีการจราจรหนาแน่น ทั้งที่วัตถุประสงค์ของไหล่ทาง คือเพื่อให้รถเสียจอดรอความช่วยเหลือ หรือเป็นทางสำหรับรถฉุกเฉินเข้าถึงอุบัติเหตุได้อย่างรวดเร็ว

 

3.จี้ตูด

คนไทยจำนวนหนึ่งชอบขับรถจี้ท้ายคันหน้า โดยไม่มีเหตุผลอันควร การกระทำดังกล่าว เป็นการสร้างความรบกวนไม่พอ ยังก่อให้เกิดอุบัติเหตุชนท้ายได้ง่ายอีกด้วย

การขับรถจี้คันหน้าอย่างกระชิด มีผลเสียมากกว่าผมดี เพราะเวลาเบรก เราต้องกดเบรกแรงมากขึ้นเพื่อให้รถหยุดในระยะที่สั้นลงกว่าปกติ ในทำนองเดียวกัน คุณจะไม่มีโอกาสหักหลบ เบี่ยงหลบ หรือเปลี่ยนเส้นทางจากเดิมได้เลย และตามหลักการขับรถที่ถูกต้อง เวลาเราเหยียบเบรก เพื่อหยุดรถ จะมี ระยะคิด, ระยะกระทำ และที่เหลือคือระยะที่เบรกทำงาน จนรถหยุด ซึ่งต้องมีระยะเวลาและระยะทางเผื่อด้วย จึงจะไม่ชนท้ายเขา และเช่นกัน ก็ไม่มีใครมาชนท้ายเรา ถ้าต่างคนต่างเว้นระยะห่างจากคันหน้า

 

4.ตัดหน้ากระชั้นชิด

ใครขับต่างจังหวัดบ่อยๆ คงเคยเจอ รถขับตัดหน้าระยะกระชั้นชิดอยู่เป็นประจำ พฤติกรรมนี้ โดยมากจะเกิดในช่วงที่มีจุดกลับรถ

สาเหตุของปัญหาตัดหน้ากระชั้นชิด แบ่งออกเป็น 2 ข้อสำคัญ ด้วยกัน คือ

1.อยู่ใกล้จุดกลับรถมากเกินไป เราจะพบว่า กรณีนี้ รถที่ออกจากซอย มักจะรีบออกมาแล้วตบเข้าเลนขวาโดยทันที ไม่สนใจรถที่ขับมาในทางตรง โดยเฉพาะบรรดารถบรรทุกขนาดใหญ่ทั้งหลาย

2.รถทางตรงมาใกล้แล้วค่อยออก สาเหตุของการตัดหน้ากระชั้นชิดแบบนี้ มาจากการตัดสินใจและกะระยะความเร็วของคนขับผิดพลาด จนตัดสินใจว่าจะออกรถในนาทีสุดท้าย ซึ่งสุ่มเสี่ยงมากขึ้น เนื่องจาก รถทางตรงเล็งเห็นแล้วว่า รถที่รออยู่ไม่ออก จึงมักเพิ่มความเร็วขึ้นจากที่ชะลอมาก่อนหน้านี้ ทำให้มักเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น

 

5.ไม่เปิดไฟเลี้ยว

คนไทยจำนวนไม่น้อย ไม่นิยมเปิดไฟเลี้ยว เวลาเลี้ยวรถ เปลี่ยนเลน หรือปรับทิศทางจากที่เป็นอยู่ ด้วยความเชื่อว่า ถ้าเปิดแล้ว รถคันหลังจะไม่ให้ หรือจะทำให้การเข้าออกเลนลำบาก และอื่นๆ อีกมากมายที่ไม่มีเหตุผลสนับสนุน

 

การเปิดไฟเลี้ยว นับเป็นสิ่งที่ควรทำเบื้องต้น เวลาที่เราขับรถ ตามกฎหมายเองก็มีเปิดเผยว่า เราควรเปิดไฟเลี้ยวก่อนเลี้ยวรถประมาณ 50-100 เมตร ส่วนการเปลี่ยนเลน ไม่ได้บังคับในกฎหมาย แต่ควรทำเพื่อให้รถข้างหลังที่ตามมาทราบว่า คุณต้องการเปลี่ยนช่องทางจราจร

แต่การเปิดไฟเลี้ยวก็ไม่ได้หมายความว่า ทำให้คุณเป็นอภสิทธิ์ชนขึ้นมาทันที  เราต้องให้สัญญาณร่วมกับการมองหาช่วงที่เหมาะสมในการเปลี่ยนช่องทางเดินรถ

สำหรับการเปิดไฟเลี้ยวเวลาเข้าหรือ ออกจากซอย เพื่อให้รถคันหลังได้ทราบทิศทางการเดินรถ หรือ รถคันที่มาจากทางด้านข้างในทิศทางเดินรถตรงข้ามกับที่เราจะไปได้ทราบว่า เรากำลังจะออกจากซอย ให้ระวัง

 

ถึงแม้เราจะยกขึ้นมาเพียง 5 พติกรรมยอดแย่บนถนน เมืองไทย แต่ที่จริงยังมีอีกมากมาย ที่เขียน คงจะได้นับอีกหลายสิบข้อเลยทีเดียว จนบางทีเราเริ่มรู้สึกว่า ปัญหาจราจรในเมืองไทย ส่วนหนึ่งก็มาจากพฤติกรรมการขับขี่ด้วยส่วนหนึ่ง จะมาโทษว่าถนนไม่ดี ทั้งหมดจนเป็นต้นเหตุ คงเรียกว่ามีส่วนน้อยมาก 

ยังไงปีใหม่แล้ว ควรได้เวลาปรับปรุงตัวกันเสียที 

 

 



แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments