1

นับวันรถยนต์ยุคใหม่ยิ่งมีอุปกรณ์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ผลที่ตามมาคือความต้องการไฟฟ้าขณะรถใช้งานจะพุ่งสูงขึ้นตามกัน แล้วหากวันใดที่ไดชาร์ทอันเป็นตัวสร้างกระแสไฟฟ้าในรถเกิดเสื่อมหรือเสียขึ้นมา คุณอาจจะต้องเสียเงินเสียเวลาเพื่อซ่อมมัน แต่ถ้าคุณรู้ว่าก่อนไดชาร์จจะเสียนั้นมีอาการอะไรบ้างทุกอย่างจะเบาลง ซึ่ง 4 ข้อที่บ่งบอกว่าไดชาร์จใกล้ลาโลกอยู่ในบทความนี้

 

เวลาที่เราพูดถึงไดชาร์จ หรือ อัลเทอร์เนเตอร์ (ALTERNATOR) อุปกรณ์อันมีหน้าที่เสมือนกับโรงไฟฟ้าประจำรถยนต์ ซึ่งทำหน้าที่ร่วมมือกับแบตเตอรีในการเก็บประจุไฟไว้เพื่อสตาร์ทรถ หลายคนอาจยังไม่เข้าใจอย่างแท้จริงในหน้าที่ของอุปกรณ์สองสิ่งนี้แบบถูกต้อง เราจึงเตรียมนำเสนอข้อมูลที่ทำให้ท่านผู้อ่านเข้าใจได้ง่ายๆ ว่า อาการอะไรบ้างที่แสดงออกมาหากไดชาร์จในรถคันเก่งของท่านเริ่มเสื่อมสภาพลง 

 

 

1.สตาร์ทรถลากยาวขึ้น

 

ข้อแรกนี้หลายคนมักคิดว่าแบตเตอรีเสื่อมเป็นเพียงสาเหตุเดียวเท่านั้นที่ส่งผล ทว่าความจริงแล้วหากไดชาร์จเสื่อมสภาพมันจะไม่สามารถปั่นกระแสไฟกลับเข้าแบตฯ ได้เต็มเหมือนเดิม ดังนั้นจึงทำให้เวลาสตาร์ทจะมีเสียงลากยาวขึ้นสักพักจนเครื่องยนต์ติด แม้ว่าคุณจะตรวจเช็คแบตฯ ว่ามีแรงดันไฟฟ้าอยู่ที่ 12 โวลต์ แต่นั่นก็บอกไม่ได้ว่าแบตฯ ยังสมบูรณ์อยู่ แต่ท่านต้องดูค่า CCA ของแบตฯ ว่าอยู่ในระดับเท่าใด เช่น แบตฯ ขนาด 75 แอมป์ มีค่า CCA 580 ซึ่งกรณีที่ไดชาร์จเสื่อมสภาพไฟที่เข้าสู่แบตจะทำได้ไม่เต็มที่ เวลาที่ตรวจวัดอย่างละเอียดอาจพบว่าค่าแรงดันไฟอยู่ที่ 12 โวลต์ จริง แต่ค่า CCA ลดมาเหลือ 200 นั่นแปลว่าไดชาร์จเสื่อมหรือแบตฯ เสื่อมได้เหมือนกัน 

 

 

2.ไฟหน้าสว่างน้อยลง แอร์ทำงานไม่เต็มที่ อุปกรณ์ไฟฟ้าเริ่มผิดปกติ

 

ท่านเคยสงสัยไหมว่าทำไมเวลาเราใช้รถไปนานๆ แล้วไฟหน้าถึงสว่างน้อยลง ไม่ก็รู้สึกได้ว่าพัดลมแอร์เบาลงกว่าตอนซื้อมาใหม่ แม้จะมีการเปลี่ยนหลอดไฟใหม่ไปจนถึงล้างระบบแอร์พร้อมตรวจเช็ครอยรั่วต่างๆ แล้ว แต่อาการของไฟหน้าและแอร์ก็ยังทำงานด้อยประสิทธิภาพอยู่เช่มเดิม หากท่านเจอปัญหาเช่นนี้มันอาจเกี่ยวข้องกับไดชาร์จได้เหมือนกัน โดยเราแนะนำว่าให้ผู้อ่านลองไปช่างผู้ชำนาญเพื่อตรวจสอบดูว่าไดชาร์จของท่านปั่นกระแสไฟได้ตามปกติหรือเปล่า

 

 

3.ดูจากไฟเตือนรูปแบตฯ บนมาตรวัดความเร็ว

 

รถยุคใหม่ทุกคันมีเซ็นเซอร์ไว้คอยตรวจจับความผิดปกติของรถมากมาย โดยผู้ใช้รถสามาถซื้อตัวเสียบ OBDII แบบไร้สายมาไว้ตรวจดูสถานะต่างๆ ของรถได้แบบเรียลไทม์ แต่ถ้าเจ้าของรถคนใดไม่อยากเสียเงินเพิ่มก็แค่ตรวจดูจากบนมาตรวัดความเร็วได้ แม้ว่าไฟรูปแบตฯ ที่เตือนขึ้นมาอาจเป็นข้อความที่บ่งบอกถึงความผิดปกติร้ายแรงของไดชาร์จหรือแบตเตอรี แต่มันก็เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนให้ผู้ใช้ตื่นตัวก่อนที่ระบบจะเสื่อมหรือพังไปไวกว่า 

 

 

4.เสียงดังแปลกๆ จากไดชาร์จ

 

เรื่องเสียงดังแปลกๆ จากไดชาร์จเป็นเรื่องที่ผู้เขียนพบเจอกับรถของตนเอง โดยตอนแรกคิดว่าเป็นเสียงผิดปกติจากเครื่อง ทว่าความจริงแล้วพอหลังจากมีเสียงนี้ระบบไฟในรถยนต์ก็เริ่มทำงานผิดปกติ แอร์เย็นน้อยลง ไฟในห้องโดยสารกระพริบตามรอบการทำงานของเครื่องยนต์ ซึ่งหลังจากไปหาช่างก็พบว่าไดชาร์จเสื่อมสภาพจนไม่สามารถปั่นไฟสร้างกระแสไฟฟ้าได้เต็มประสิทธิภาพ แน่นอนว่าผู้เขียนได้ทำการเปลี่ยนไดชาร์จลูกใหม่ ผลคือเสียงเงียบเป็นปกติรวมถึงระบบไฟฟ้าภายในรถกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม

 

ปัญหาเรื่องไดชาร์จในรถยนต์จะส่งผลเกี่ยวข้องกับแบตเตอรี ดังนั้นหากเป็นไปได้ในกรณีที่รถของท่านใช้แบตฯ แบบเปียกก็หมั่นเช็คน้ำกรดให้อยู่ในระดับปกติอยู่เสมอ เพราะรถที่วิ่งใช้งานบ่อยๆ ไดชาร์จจะปั่นกระแสไฟไปเก็บอยู่ตลอดจนอาจทำให้น้ำกรดเดือดระเหยออกมา ซึ่งถ้าไม่เติมน้ำกรดเพิ่มความสามารถในการเก็บกักไฟจะลดน้อยลง ส่วนคนที่ใช้แบตฯ กึ่งแห้งก็ทำเช่นเดียวกับแบตฯ เปียก และรถคันไหนที่ติดตั้งแบตฯ แห้งจะต้องอาศัยเครื่องมือในการตรวจเช็ค หรือใช้วิธีเปลี่ยนแบตตามอายุการใช้งาน เช่น 2 ปี เปลี่ยนทีก็น่าจะช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นได้

 

ติดตามข่าวสารและบทความดีๆ จากพวกเรา Ridebuster.com

 

แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่