โช๊คอัพเสื่อม 4 อาการบอก ถึงเวลาต้องเปลี่ยน

แบ่งปันเรื่องนี้

รถยนต์ใหม่แรกๆ มันก็ดีอยู่หรอก จนเมื่อใช้ไปนานๆ ก็จะพบว่ามีการเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา สำหรับช่วงล่าง ระบบกันสะเทือน มีหลายอุปกรณ์ที่ทำงานเกี่ยวข้องเกี่ยวเนื่องทำให้รถยึดเกาะถนน แต่หัวหน้างานสำคัญที่สุด ก็ไม่พ้น โช๊คอัพ  มันอาจเสื่อมสภาพไปแล้วโดยคุณไม่รู้มาก่อน

ตามปกติแล้ว โช๊คอัพ (Shock absorber) ในรถยนต์ที่เราขับขี่ทุกวัน จะมีอายุการใช้งาน โดยประมาณ อยู่ที่ 100,000 -120,000 กิโลเมตร ตามการเปิดเผยของู้ผลิตรถยนต์หลายๆ ราย ตัวเลขดังกล่าวนี้ เป็นระยะทางคร่าวๆ เท่านั้น มันจะเสื่อมช้าเร็วแค่ไหน อีกส่วนสำคัญ ก็คงไม่พ้น สภาพถนน ที่คุณจะต้องเดินทางในทุกวัน มีสภาพเป็นอย่างไร

ถ้าอย่างบ้านคุณอยู่ในชนบทผ่านทางลูกรังบ่อยๆ ก็ย่อมแน่นอนว่า โช๊คอัพ อาจจะเสื่อมไวกว่า คนที่อยุ่ในเมืองที่ขับบนถนนทางเรียบๆ เป็นประจำ

โช๊คอัพเสื่อม ได้ไง  .. .เรื่องนี้มีหลายสาเหตุ แต่หลักๆ แล้วมาจาก

  1. การใช้งานอย่างสมบุกสมบัน เช่น การบรรทุกหนัก หรือโดยสารเกิน
  2. การขับรถด้วยความเร็วบ่อยครั้ง หรือ ขับในเส้นทางที่มีทางโค้งต่อเนื่องบ่อยครั้ง
  3. การขับขี่ในเส้นทางที่ไม่ใช่ถนนบ่อยครั้ง
  4. การเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน

ด้วยหน้าที่ของ “โช๊คอัพ” (Shock Absorber)  หน้าที่ของมันคือจำกัด และรับแรงกระแทกที่เกิดจากถนนกระทำต่อล้อยาง ให้เกิดการสั่นสะเทือนน้อยที่สุด และทำให้รถมีการทรงตัวดีที่สุด ดังนั้นถ้าชิ้นส่วนนี้เสียหายหรือเสื่อมสภาพ จะทำให้การเกาะถนนน้อยลง และควบคุมรถยากขึ้น มันมีผลมากต่อการขับรถให้ได้ดังใจ อันโยงถึงความปลอดภัย ดังนั้น วันนี้เราควรมาสังเกตอาการโช๊คเสียกันว่า มันเป็นอย่างไร

  1. ร่อนเมื่อขับด้วยความเร็ว  อาการรถร่อน ให้นึกถึงเหมือนคุรขับรถแล้วเล่นสเก็ตไม่มีความมั่นใจ ปกติ อาการนี้จะเป็นเพียงช่วงรถเกิดการลื่นไถล เช่น เหิรนน้ำ หรือขับในพื้นผิวที่ลืนเป็นพิเศษ อาการร่อนของช่วงล่าง หมายถึงจะต้องมีโช๊คมากกว่า 1 ต้น ที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งควรตรวจสอบโดยเร็วครับ
  2. โคลงตัวผิดปกติ อาการโคลงตัวผิดปกติ เป็นอาการที่สังเกตได้ง่าย และบ่งบอกถึงอาการ โช๊คอัพ เสื่อมสภาพ แต่อาจจะยังไม่ถึงขั้นเสียหายจนต้องเปลี่ยน เมื่อ โช๊คเสื่อม หรือช่างบางคนอาจเรียกว่า โช๊คล้า
     จะมีอาการตึงตัวของการยืด-หดช้าลง คล้ายคนแก่ ส่งผลให้ เวลาคุณเร่งความเร็วออกตัว ถ้าเป็นรถขับหลัง เช่นรถกระบะ จะมีอาการหน้าเชิด หรือเวลาเบรก แล้วหน้าทิ่มมากกว่า ปกติ ถ้าพบเช่นนี้โช๊คอัพเสื่อม หรือาจเพิ่มเริ่มเสื่อมแล้วแน่นอนครับ
การตรวจสอบ โช๊คอัพ เสื่อม รถ Subaru
  1. ห้องโดยสารมีอาการนุ่มผิดปกติ อาการนุ่มผิดปกติ เกิดขึ้นได้เมื่อรถโช๊ตเสื่อมสภาพด้วยการไม่สามารถซับแรงสะเทือนได้ อาจจะทำให้เกิดการกระดอนผิดจังหวะ เป็นอันตรายอย่างมาก ต่อการขับขี่ อาการนี้จะพบเมื่อโช๊คต้องทำงานถึงขีดจำกัด หรือ ยืดสุด เช่น จังหวะ ขึ้น-ลงขอสะพาน ผ่านลุกระนาดหนา
    แต่ถ้าโช๊คไม่ทำงานไม่ให้ตัวแล้ว หรือ ช่างชอบเรียกว่า โช๊คตาย จะทำให้รถมีอาการแข็งเป็นไม้กระดาน ขับแล้วสะเทือนไม่นิ่มนวล  แบบนี้ต้องรับเปลี่ยนโดยด่วน
  2. อาการโช๊ครั่ว หมายถึงการที่น้ำมันในโช๊คเกิดการรั่วออกมาภายนอกโช๊ค เป็นอาการที่สังเกตได้ง่าย ทำให้ไม่มีแรงดันจะรับแรงกระแทกจากพื้นถนน โดยมาก อาการนี้จะเกิดขึ้นเมื่อใช้งานโช๊คสมบุกสมบันเกินไป หรือ อาจถึงเวลาตามอายุการใช้งาน โดยมากซีลยางจะเสื่อมสภาพก่อน ทำให้มีอาการน้ำมันรั่วออกมา

การทดสอบ โช๊คอัพเสื่อม

อย่างไรก็ดี ถ้าคุณไม่ใช่นักขับช่างสังเกต เราสามารถตรวจสอบการเสื่อมสภาพรถได้ด้วย ตัวเอง ด้วยการการจอดรถ บนพื้นเรียบระนาบเสมอ จากนั้น เอาน้ำหนักตัวยันผ่านมือลงไปที่แต่ละล้อ  แล้วปล่อย ถ้ารถ มีอาการคืนตัวปกติ ไม่โยกซ้ำ ถือว่าผ่าน ถ้า มีอาการโยกซ้ำ 2-3 ที แสดงว่า โช๊คอัพเสื่อม  เพราะ การกระดอนนนั้นมาจากการคืนตัวของสปริง
จนโช๊คอัพไม่สามารถทำงานได้ดั่ง ที่มันควรจะเป็น ก็ได้เวลาที่ควรต้องจัดหา โช๊คชุดใหม่

 



แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments