Ford Ranger Super Duty ถือเป็นกระบะแกร่งรุ่นใหม่ที่ทำออกมาตอบโจทย์คนอยากมีรถพร้อมใช้งานได้ทุกรูปแบบ ในเดือนนี้เรามีโอกาสลองขับไกลๆ กับรถกระบะคันนี้ เราจะมาสรุปข้อมูลการทดสอบที่น่าสนใจ

รายละเอียดตัวรถ
ตัวรถ Ford Ranger Super Duty ถูกวางมาเป็นกระบะเพื่อการใช้งานขั้นสุด โดยหลังวางจำหน่าย ทางฟอร์ดตัดสินใจ ยุติการจำหน่าย Ford Ranger Raptor ดีเซล เดิมที่ใช้เครื่องยนต์ 2.0 Bi Turbo ลง
โดยตัวรถมีรายละเอียดดังนี้
- รถทดสอบ : Ford Ranger Super Duty 2026
- ระบบขับเคลื่อน : เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จเดี่ยว พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด
- พละกำลังขับ : กำลังสูงสุด 210 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร
- พื้นที่ในการโดยสารสูงสุด : 5 ที่นั่ง
- ความสามารถในการลุย : ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ Part time 4WD พร้อมฟังชั้น Limited Slip หน้า-หลัง ,Trail Control , Trail Turn Asisted
ราคาจำหน่าย 1,599,000 บาท (ราคาแนะนำช่วงเปิดตัว)
รายงานการทดสอบ
ในการทดสอบของ ทีมงาน Ridebuster ตามมมาตรฐานการทดสอบของเรา พบว่า รถมีข้อมูลการขับขี่ที่น่าสนใจดังนี้
อัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม. ทำเวลา 13.0 วินาที
อัตราเร่ง 80-120 กม./ช.ม. ทำเวลา 10.39 วินาที
ความเร็วสูงสุดบนหน้าปัด 160 ก.ม./ช.ม.
ระยะเบรก 100-0 ก.ม./ช.ม. ใน 58.38 เมตร
การทดสอบความประหยัด

ในการทดสอบความประหยัดในเมืองด้วยความเร็วและตามสภาพการจราจรปกติ โดยมีเส้นทาง คลองหลวง-ถนนวิทยุ-คลองหลวงในเย็นวันศุกร์สิ้นเดือน ได้อัตราประหยัดจากการเติมน้ำมันคืนถึงที่ 8.22 ก.ม./ลิตร
ด้านการทดสอบขับทางไกล ทางทีมงานได้ดำเนินการ Single Tank Challenge โดยเติมน้ำมันออกจาก อยุธยา- เชียงใหม่-อยุธยา โดยขับไปทั้งสิ้น 1,293.9 กิโลเมตร เติมน้ำมันคืนถังไป 125.464 ลิตร คิดเป็นอัตราประหยัด 10.31 ก.ม./ลิตร และค่าใช้จ่ายในการเดินทาง3.96 บาท/กิโลเมตร


รีวิวย่อ Ford Ranger Super Duty
เจ้ายักษ์พันธุ์แกร่งถูกพัฒนาและคิดค้นมาเพื่อกลุ่มลูกค้าสายองค์กระที่ต้องการรถกรำงานหนัก แต่ดูเหมือนมันจะมีดีกว่าที่เราคาด
ตัวรถถูกออกแบบโครงสร้างแชสซีใหม่ พร้อมเครื่องยนต์ที่ปรับจูนมาให้มีความประหยัดขับทางยาวดี
จากที่ลองขับไกลในระยะ 1,000 กิโลเมตรในครั้งนี้ เราได้เห้นถึงความสามารถของตัวรถที่เหนือความคาดหมาย โดยเฉพาะอัตราประหยัดจากการมีผู้โดยสารเพียง 3 คน เดินทางด้วยความเร็ว 95-105 ก.ม./ช.ม. เป็นความเร็วที่ไม่ได้ช้าจนเกินงาม และยังใช้เวลาเท่าการขับปกติทั่วไป
เครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร ถูกเซทมาให้เดินทางไกลดี เกียร์จะขึ้นเร็วตั้งแต่ ราวๆ 95 ก.ม./ช.ม. ในโมดประหยัด และไม่ค่อยมีปัญหาต่อการขึ้นเนินเท่าไร แต่เมื่อลงเนิน เราจะบพว่าน้ำหนักตัวรถมีผลค่อนข้างมาก ทำให้มันไกลเร็ว และต้องใช้ระยะเบรกมากกว่าปกติ ซึ่งไม่แปลกนักสำหรับรถที่มีน้ำหนักมาหศาลขนาดนี้

อย่างไรก็ดี ช่วงล่างรถคันนี้ถูกเซทมาเผื่อการเดินทางแบบบรรทุก ทำให้ในยามตีรถเปล่าจะค่อนข้างแข็งและสะเทือนมากกว่ากระบะปกติ
จากประสบการณ์ที่เคยขับโดยมีน้ำหนักบรรทุกราวๆ 1 ตัน รถจะค่อนข้างให้ความรู้สึกใกล้เคียง Ford Everest พอสมควร แต่ยามเดินทางตัวเปล่าคนนั่งหลังจะรู้สึกถึงความแข็งกระด้างพอสมควร สมควรจะต้องมีน้ำหนักบรรทุกไปด้วย
แตในแง่การลุยสมบุกสมบัน รถคันนี้ตอบโจทย์ได้มากกว่แรพเตอร์และเหมาะกับสภาพการณ์ออฟดรดในไทย มากกว่า Raptor ที่เน้นในทางลุยแบบแรลลี่
การเปรียบเทียบและคู่แข่ง
อย่างไรก็ดี ด้วยศักยภาพตัวรถ Ford Ranger Super Duty ยังไม่มีคู่แข่งทางตรง แต่กระบะแหนบที่พร้อมลุยในปัจจุบัน ก็มีอยุ่ในจำนวนหนึ่ง ซึ่งฝศักยภาพ อาจจด้อยกว่าพอสมควร
โดยเฉพาะทางด้านเครื่องยนต์ที่วันนี้ฟอร์ดเป็นดีเซล 6 สูบแบรนด์เดียวในไทย
แต่ถ้าคิดว่าไม่ได้ใช้ ศักยภาพในการบรรทุกตัวเลือก อย่าง Ford Ranger Wildtrak X จะเป็นตัวเลือกที่น่าในใจมากกว่าในการใช้งาน