Home » เปิดตำนาน Ford Ranger ทำไมวันนี้ขึ้นแท่น กระบะเบอร์ 3
Bust History

เปิดตำนาน Ford Ranger ทำไมวันนี้ขึ้นแท่น กระบะเบอร์ 3

ฟอร์ดแม้ว่า ในวันนี้พวกเขาจะได้รับยอดกระบะที่ค่อนข้างแข็งแกร่งจนสามารถอยู่รอดสู้ศึกกระบะซบเซาบ้านเราได้

แต่กว่าจะมีวันนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับค่ายวงรีสีน้ำเงิน พวกเขามีความตั้งใจตั้งแต่วันแรกที่ทำตลาดจนวันนี้และไม่เคยหยุดยั้งในการเลือกทำสิ่งใหม่ ให้แก่ตลาด ตลอดการนำเสนอรถยนต์ Ford Ranger

จุดเริ่มต้น Ford Ranger เอเซีย

ชื่อ “ฟอร์ด เรนเจอร์” มีวางขายมานาน แต่สำหรับไทยและอาเซียน มันเพิ่งแผ่ขยายมาในช่วงปีพ.ศ. 2541

โดยฟอร์ด ได้ร่วมกับ มาสด้า คอร์เปอร์เรชั่น ตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในไทยร่วมกัน ในชื่อ บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย จำกัด เราเรียกโรงงานแห่งนี้ว่า “โรงงาน เอเอที” ตั้งอยู่ในจังหวัดระยอง

ฟอร์ด ได้เริ่มส่งกระบะเข้าสู่ตลาด ในปี พ.ศ. 2541 แนะนำ Ford Ranger รุ่นแรก ด้วยหน้าตาที่ไม่เหมือนกระบะรุ่นไหนในยุคดังกล่าว สร้างจุดเด่นด้วยหน้าตาที่คุ้นเคย คล้ายหลุดมาจากภาพยนตร์อเมริกัน

มีกระจังหน้า สีเทา 8 ช่องเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ นส่วนใหญ่ มักเรียกรถรุ่นนี้ว่า “รุ่นกระจังหน้า 8 ช่อง” เปิดตัวครั้งแรกในงาน มอเตอร์โชว์ปีดังกล่าว

การเข้าสู่ตลาดต้องต่อสู้กับแบรนด์ญี่ปุ่น ไม่ใช่เรื่องง่ายของฟอร์ด และพวกเขาตั้งใจสร้างความแตกต่างตั้งแต่วันแรกด้วยคำว่า “กระบะนิรภัย”

แม้คำนี้จะยากสร้างความหมายในช่วงที่มันเริ่มทำตลาด ในยุคที่คนไทยยังไม่สนใจความปลอดภัยเท่าวันนี้

แต่ฟอร์ดก็เป็นกระบะรุ่นแรกที่เริ่มใส่ระบบความปลอดภัยชั้นนำมาให้ เช่นระบบเบรกป้องกันล้อล็อค , คานเหล็กกันกระแทกที่ข้างประตู และถุงลมนิรภัยคู่หน้า

กลายเป็นกระบะที่สามารถปกป้องชีวิตผู้ใช้ และให้ความปลอดภัยในทุกเส้นทาง

เริ่มสร้างมาตรฐานใหม่ ให้คนไทยกลุ่มหนึ่งสนใจถ้าจ่ายเท่ากัน ทำไมไม่เลือกรถที่พร้อมขับพาถึงบ้านได้อย่างมั่นใจกว่า

ต้นตำหรับ กระบะแคปเปิดได้

แต่การสร้างรถที่ปลอดภัยไม่ได้ทำให้ฟอร์ดยืนใจผู้บริโภคในทันที จนกระทั่งการมาของระบบกระบะแคปเปิดได้

Rear Access System หรือ RAS ได้สร้างให้คนไทยเปิดใจกว้างมากขึ้นในรถพวกเขา

โดยเฉพาะคนที่มีงบประมาณค่อนข้างจำกัดต้องใช้รถทั้งเพื่อครอบครัว และทำงานในประจำวัน

กระบะแคปเปิดได้ ไม่เพียงช่วยให้ไม่จำเป็นต้องซื้อรถกระบะสี่ประตู ยังลดเวลาขึ้นลงรถ สะดวกในการใช้งาน

ผมยังจำวันที่ไปเดินโลตัสติวานนท์ เมื่อเกือบ 30ปี ก่อน วันนี้มีเรนเจอร์สีเงินแคปเปิดได้ มาโชว์ตัว มันทำให้ผมตื่นตาตื่นใจ มากว่า รถมันเปิดแบบนี้ได้ด้วยหรือ ในยุคที่ไม่มีใครคิดว่ามันจะเป็นไปได้

ไม่เพียงเท่านี้การทำประตูแบบนี้ทางฟอร์ด ชี้ว่ามันปลอดภัยกว่าเดิมอีก 20% ส่วนหนึ่งก็มาจากการทำให้ประตูปิดทับกัน กลายเป็นโครงสร้างที่มีความแข็งแรงมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันบนถนน

เริ่มต้น ขายกระบะแต่งจบจากโรงงาน

แต่การขายรถอย่างเดียวไม่ช่วยให้ ฟอร์ดได้รับความสนใจ และมองว่าในขณะที่ลูกค้าซื้อรถเปล่าไปแต่งกันเอง ทำไมไม่มีรถแต่งเสร็จจากโรงงาน

นั่นทำให้เกิด รุ่นพิเศษที่เรียกว่า Ford Ranger “Wildtrak” ออกมา วางเป้าหมายในการแต่งเติมของที่จำเป็นสำหรับลูกค้า ติดตั้งบันไดข้าง สปอร์ตบาร์ ราวหลังคา มาให้อย่างครบเครื่อง และยังเป็นสัญลักษณ์ มาจนปัจจุบัน

อาจมีราคามากกว่ารุ่นปกติ แต่ช่วยให้ลูกค้าบริหารเงินครั้งเดียว ไม่ต้องซื้อรถออกมาแล้วแต่งอย่างไม่รู้จบ

เบ่งพลัง จนทะลุ 200 ม้า

ปี พ.ศ. 2552 ฟอร์ด ตัดสินใจ เดินเกมเครื่องยนต์ทรงพลังเป็นครั้งแรก เปลี่ยนจากขุมพลัง WL มาใช้เครื่องยนต์ ดูราทอร์ค รุ่นใหม่ โดยเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร ทำกำลังสูงสุด 154 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร

ส่วนขนาดยอดนิยม 2.5 ลิตร ก็เบ่งพลังขับสูงสุดมาเป็น 140 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร

ด้านตัวรถใช้ไอเดียจากรถที่ช่ือว่า Ford Ranger MAX เผยโฉมงานปลายปี 2008 มีความโค้งมล ให้ความสปอร์ต เปิดขายทั้งรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ขับเคลื่อนสองล้อรวมถึงขับสองยกสูง ออกทำตลาด

แต่ เรื่องพลังขับมากินใจลูกค้า ก็อีก3 ปีให้หลัง เมื่อ Ford Ranger T6 ออกทำตลาด มันมามาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 5 สูบ 3.2 ลิตร ทำกำลังขับสูงสุด 200 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร

กลายเป็นกระบะรุ่นแรกที่มีตัวเลข 200 แรงม้า จนหลายคนเริ่มหันมามองฟอร์ดจริงจัง เพราะมันทรงพลังแรงเหลือใช้

Ranger T6 รุ่นประสบความสำเร็จตัวจริง

เครื่องยนต์กำลัง 200 แรงม้า เป็นเพียงส่วนหนึ่ที่ทำให้ลูกค้า หันมาสนใจ Ford ในวันนี้ แต่ความสำเร็จของ FordRanger 2011 ที่มีรหัสตัวถัง T6 มีหลายองค์ประกอบส่งเสริมกัน

อย่างแรก,ที่หลายคนเห็นแล้วสัมผัสได้ทันที คือ ฟอร์ด ตั้งใจทำกระบะรถรุ่นนี้อย่างมากมันถูกถ่ายทอดออกมาทางวีดีโอ ทางโซเชี่ยลหลายตอน เพื่อสื่อถึงความมุ่นของวิศวกรฟอร์ด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหันไปใช้ศูนย์การออกแบบ และวิศวกรรม ที่ออสเตรเลีย ช่วยเติมเต็มความเป็นฟอร์ดเข้ามา

เริ่มจากภายนอกตั้งรถที่มาพร้อมกระจังหน้า 3 แถบ ตัวรถที่ดูมีความสปอร์ตและหรูหราไปพร้อมกัน

ตลอดจนตัวรถที่มีขนาดใหญ่มหึมา กว้างขวางนั่งสบาย ดูโอ่โถง ต่างกับคู่แข่งชาวญี่ปุ่นอย่างชัดเจน

ทางด้านเครื่องยนต์ก็ทรงพลัง ทั้งรุ่น 5 สูบ 200 แรงม้า ยังมีรุ่นใช้งานทั่วไป เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร 150 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร

หลับตาหวนคิดถึงครั้งแรกที่ขับฟอร์ด เรนเจอร์ได้ เส้นทางขับทดสอบจากตัวเมืองเชียงราย ลัดเลาะขึ้นดอยช้าง ซดกาแฟอร่อย

รถขับขึ้นทางลาดชันสบายกำลังเหลือ เป็นกระบะขับชิล ช่วงล่างมีความนุ่มนวลนั่งสบาย มีกำลังขับมั่นใจ ลุยดีมีกำลังเหลือ ไม่ต้องลุ้น

ยิ่งกว่านั้น ฟอร์ดยังซ่อนของบางอย่างไว้ เช่น เฟืองท้าย LSD ใน Wild Trak ทุกรุ่นแม้ไม่ใช่ขับสี่

จนกลายเป็นกระบะที่คนสนใจยอดฮิต และสร้างรากฐานเรนเจอร์มาจนวันนี้

ครั้งแรกเพิ่มพวงมาลัยไฟฟ้าในกระบะ

ในปี 2015 Ford Ranger T6.2 เริ่มแนะนำทำตลาด รุ่นนี้เปลี่ยนใบหน้าใหม่ ให้ความคมเข้มมาดแมนดุดัน จนถูกใจคนจำนวนมาก ไม่เว้นแม้แต่ผู้เขียน

แต่สิ่งที่ดีกว่าหน้าตาของมัน คือ ฟอร์ดท้าทายตลาดด้วย ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า พลิกความเชือตลาดกระบะ ที่เคยมองว่า พวงมาลัยไฟฟ้าใช้งานไม่ดี ไม่ทนสำหรับงานหนักอย่างกระบะ

การใส่พวงมาลัยไฟฟ้ามาให้ ช่วยสร้างการรับรู้ใหม่ “กระบะเป็นรถของใครก็ได้ในบ้าน”

ไม่เพียงเท่านี้ เริ่มมีการแนะนำในส่วนของมาตรวัดแบบจอภาพเข้ามา รวมถึงระบบ Sync ที่ช่วยให้หน้าจอเครื่องเสียงรองรับการเชื่อมต่อจากมือถือได้ง่าย และสะดวกในการใช้งานขึ้น จนกลายเป็นมาตรฐานในปัจจุบัน

เปิดตำนาน กระบะบินได้

ในปี 2018 ฟอร์ดได้ท้าทายตลาดแต่งครบจบจากโรงงาน ด้วยการเปิดตัวรถกระบะ Ford Ranger Raptor ออกขายเป็นครั้งแรกในโลก

รถรุ่นนี้ตกเป็นข่าวมาตั้งแต่ปี 2016 ว่า ฟอร์ด จะทำกระบะจัดเต็มจบจากโรงงานมาให้ลูกค้าได้ใช้ ก่อนจะเผนโฉมในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 หรือ (2018) ที่ประเทศไทย

รหัส Raptor เป็นรหัส พร้อมซิ่งพร้อมลุยที่ได้รับความนิยมในอเมริกาขายดีในตระกูล Ford F-150

การนำมาพัฒนาต่อยอดใน Ford Ranger ทางฟอร์ด มีการปรับปรุงหลายสิ่ง เพื่อให้ตอบสนองในการขับขี่ดีขึ้น

เริ่มจากการพัฒนาแชสซีใหม่ที่มีความแข็งแกร่ง แกร่งว่าเรนเจอร์ปกติ พร้อมรับงานโหด

ติดตั้งระบบช่วงล่างหลังใหม่แบบ Watt Link มาพร้อมโช๊คอัพ Fox 2.5 ที่มีเทคโนโลยี Internal By Pass Valve ปรับค่าได้ทั้งหมด 9 ระดับ เพื่อให้เมะาสมทั้งทางลุย ทางถนน ตืดตั้งล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง BF Goodridge KO 02

ส่วนเครื่องยนต์ติดตั้งเครื่องยนต์ตัวใหม่ ดีเซล 2.0 ลิตรเทอร์โบคู่ มีการพัฒนาในการขับขี่โดยเฉพาะเพื่อให้ตอบสนองได้ดี

โดยเฉพาะการนำเสนอโหมดการขับขี่พร้อมลุยความเร็วสูง หรือ Baja สำหรับความสนุกสนานในทางลุย

เครื่องยนต์มีกำลังแรงสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ตอบสนองในการขับขี่ดีขึ้น

Ford Ranger Raptorเปิดขายครั้งแรกในราคา 1,699,000 บาท

ในวันนั้น โซเชี้ยลตั้งคำถามว่ าราคาขนาดนี้จะขายใคร เพราะ กระบะแต่งจบจากโรงงานส่วนใหญ่ทำราคา 1.2-1.3 ล้านบาท

เมื่อเริ่มทำตลาดประกฏว่าได้รับความสนใจจากลูกค้าชาวไทยโดยเฉพาะ กลุ่มคนมีรายได้เอยะตามต่างจังหวะ จนกลายเป็นรถที่ประสบความสำเร็จในการทำตลาด เหนือความคาดหมาย

เนื่องจากในช่วงแรกของการโปรโมทตัวรถ ทางฟอร์ด พยายามสร้างจุดขายที่เหนือกว่า จึงนิยมสร้างภาพ เป็นกระบะที่สามารถกระโดดได้ จนได้ฉายา “กระบะบินได้”

เครื่องใหม่ลดขนาด

ในปีเดียวกัน ฟอร์ด ยังเดินเกมเครื่องยนต์ขนาดเดียวในตลาดประเทศไทย

แนะนำขุมพลังรุ่นใหม่ รหัส Ford Eco Blue เครื่องยนต์ 2.0 ลิตรดีเซล แบ่งเป็นรุ่น เทอร์โบเดี่ยวและเทอร์โบคู่ ขายเคียงข้างกับรุ่นเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร ที่มีการปรับปรุงพลังใหม่ เป็น 160 แรงม้า ให้แรงบิดสูงสุด 385 นิวตันเมตร

เครื่องยนต์ รุ่นใหม่ในรุ่นสูงมีกำลังเท่ากับ Ford Ranger Raptor ภายหลังนำมาใส่รุ่น Wildtrak เพิ่มเติมให้กำลังขับสูงสุด 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ชูจุดเด่นการใช้ระบบเทอร์โบชาร์จคู่

นอกจากนี้ยังเพิ่มรุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบเดี่ยวเข้ามา ทำกำลังขับสูงสุด 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร

ทั้งคู่ติดตั้งเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด เป็นกระบะรุ่นแรกที่มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติมากอัตราทด ด้วยเกตุผลเพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานสมูท และควบคุมการปล่อยไอเสีย

ย้อนเทรนด์ กระบะเบนซิน

ความตั้งใจของฟอร์ดในการทำตลาดไม่หยุดแค่นี้ เมื่อฟอร์ด ตัดสินใจเปิดรถรุ่นใหม่ Next Gen Rangerในปีพ.ศ. 2565 (2022)

โดยฟอร์ด นำเสนอรูปโฉมใหม่ทั้งหมด ในทรงเหลี่ยมแบบรถอเมริกันในยุคนี้พร้อมเอกลักษณ์ ไฟ C พร้อมเติมฟังชั่นในการใช้งานต่างๆ เข้ามามากมาย เช่น ฝาท้ายมีไม้บรรทัด ,ที่เหยียบข้างรถ ,​หรือ จะเป็น จุดชาร์จปลั้กนอกรถ

ภายในได้จอตั้งระบบเชื่อมต่อใกม่ Sync 4A และหน้าจอมาตรวัดแบบใหม่ ขนาด 10 และ 12 นิ้ว ตามลำดับ

แต่ที่เด็ดสุด คือ การแนะนำ Ranger Raptor เจน 2 กลับมาอีกครั้ง พร้อมพลังขับตามคำเรียกร้อง

ฟอร์ด นำเสนอเครื่องยนต์เบนซิน V6 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ เบ่งพลังเป็น 397 แรงม้า แรงบิดมากถึง 583 นิวตันเมตร มากกว่ารุ่นเดิมเกือบเท่าตัวแรงที่สุดในตลาด

เปิดราคาแล้วทำสาวกกำหมัด ด้วยราคา 1,869,000 บาท ถูกกว่าที่คาดว่าน่าจะทะลุ 2 ล้านบาทไปพอสมควร

จนหลายคนขนานนามว่า นี่แหละ แรพเตอร์ ที่ควรจะเป็น

แต่ในรุ่นปกติ ก็ยังมีการปรับขยับเรื่อย ไม่ใช่เพียงเรือนร่าง มีการแนะนำรุ่น Stormtrak ที่มาพร้อมกับ Flexible Roof Rack และสปอร์ตบาร์ ปรับระดับ เป็นกระบะรุ่นแรกแนะนำล้อขนาด 20 นิ้ว ติดตั้งให้มาด้วย

ท้าทายตลาด V6 ดีเซล

จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2567 (2024) ฟอร์ด กลับมาเอาใจตลาดเครื่องยนต์ขนาดใหญ่อีกครั้ง เปิดตัว Ford Ranger V6 ลงขายในรุ่น Ford Ranger Wildtrak แนะนำตัวในราคา 1,529,000 บาท

พร้อมจุดเด่นเครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว ให้กำลังขับสูงสุด 250 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ขึ้นแท่นกระบะพลังขับมากที่สุดในตลาดดีเซล

แนะนำรุ่นใช้งานหนัก Ford Ranger Super Duty

และในปีนี้ (2026) ฟอร์ด เปิดตลาดใหม่ด้วยรหัส Super Duty เอาใจสายใช้งานหนักจริงจัง ด้วยรถกระบะออกแบบให้สามารถบรรทุกได้สูงสุด 4.5 ตัน และ ลากจูงได้สูงสุด 4.5 ตัน

เป็นรถกระบะประเภทเดียวในตลาดที่ยังไม่มีใครทำเบ็ดเสร็จออกจากโรงงานมาขายคล้ายประวัติศาสตร์ของ Raptor

ถ้าดูจากไทม์ไลน์​ของเรนเจอร์ จากอดีต จนปัจจุบัน เราจะพบว่า กระบะอเมริกัน สร้างตำนานไว้มากมาย กว่าที่เราคิดพวกเขาเป็นผู้นำในหลายเรื่อง โดยเฉพาะการพยายามหาจุดที่พอดี สำหรับลูกค้าชาวไทย

30 ปี ฟอร์ด ประเทศไทย ในนั้น มีเรนเจอร์ เป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ และวันนี้ยืนหยัดในใจใครหลายคน เพราะมีความตั้งใจทำรถให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ มาตลอด 28 ปี

แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่

Comments are closed.