เปิดตัวออกมาอย่างส่วยงาน สำหรับ Honda Step Wagon Spada e:hev พร้อมราคาจำหน่าย 1.78 ล้านบาท จนหลายคนเริ่มไต่ถามมาว่า มันน่าสนใจกว่าไหม ถ้าเทียบกับ Nissan Serena C28
พ่อบ้านญี่ปุ่น ต่างสไตล์
การมาของ Honda Step Wagon Spada e:hev ทางฮอนด้า วางจำหน่ายในเกรดเดียว แต่มันมีความเหมือนกับ Nissan serena C28 อยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะตัวตนสไตล์พ่อบ้านเหมือนกัน แถมทั้งคู่มาในแบบรถนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น

ตัวรถ ทั้งคู่ออกแบบมาเป็นทรงกล่องหน้าสั้น ตามสไตล์รถตู้ เน้นใช้งานในเมืองคล่องตัวเดินทางไกลได้ ทางเซเรน่า จะเน้นไปในแบบรถครอบครัวตอบสนอง เน้นหน้าตาทันสมัยกระจังหน้า V Motion ติดตั้งล้อ 16 นิ้ว พร้อมประตูข้างบานสไลด์ไฟฟ้า 2 ข้าง
ส่วน Nissan Serena ถูกใจใครหลายคนและเป็นซิกเนเจอร์ประจำรุ่น คือ ประตูท้ายแบบเปิด 2 บานหรือ Dual Back Door ช่วยให้ลูกค้าสามารถเปิดบานกระจกได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดประตูทั้งบาน
ข้อเสียรถรุ่นนี้สำหรับตัวรถ คือ ประตูท้ายยังเป็นเปิดด้วยมือ ซึ่งคนไทยบางกลุ่มมองว่าราคานี้ ควรเป็นประตูท้ายไฟฟ้า
ทางด้าน Honda Step Wagon Spada กลับมาครั้งนี้ ฮอนด้า ได้ยกระดับตัวรถก้าวไปอีกขั้น จัดหนักในสไตล์หรูหราทันสมัย

ถ้าเทียบรถทั้ง 2 รุ่นหน้าตาของฮอนด้า จะดูมีความภูมิฐานน่าใช้มากกว่า มีความเป็นรถก้ำกึ่ง ระหว่างรถใช้งานในเชิงธุรกิจ กับรถครอบครัว อาจเน้นไปในโทนสีเข้ม เช่นสีม่วงสีดำและสไตล์ที่ฮอนด้านิยม
ข่าวดีสำหรับคนที่มองหาความสบายในการใช้งานประตูท้ายรถคันนี้เป็นระบบไฟฟ้า เปิด-ปิดสะดวกและ มาพร้อมฟังชั่น บันทึกตำแหน่งเปิดทำให้เปิดแล้วไม่ต้องเปิดทั้งบานก็ได้
แต่ถ้าเอา 2 รุ่นมาประชันว่าใครใช้งานสะดวก คนส่วนใหญ่จะยกให้เซเรน่า จากฟังชั่นเปิดบานกระจก เป็น Killer feature ตัวจริง และสะดวกมากๆ
ภายในสายครอบครัว แต่ฮอนด้ามีความได้เปรียบ
ภายนอกดีไซน์แล้วแต่คนชอบแต่เมื่อเอาฟังชั่นมาบวกด้วยผมให้ นิสสันไป +1 แต้ม
มาภายในห้องโดยสาร ฮอนด้า เน้นไปที่ความเป็นรถพ่อบ้านเข้าท่าเข้าที ตอบโจทย์การขับจริงจัง ด้วยเบาะหนังผสมผ้า โดยหนังและผ้า
เจ้านี่มีความพิเศษ หนังสังเคราะห์คันนี้มีชื่อว่า PrimeSmooth ส่วนเบาะนั่งมีชื่อ FABTech ซึ่งตัวผ้านี่เป็นผ้าในเชิงกันเปื้อน สามารถทำความสะอาดได้ง่าย
ฝั่งนิสสันมาในโทนเดียวกัน ใช้หนังผสมผ้าเหมือนกัน และทางด้านตัวรถยังเน้นที่การใช้งานง่ายๆ ผ่านเบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง และ เบาะแถว 2แยกอิสระ ถ้ามองภาพรวมทั้งสองไม่ได้ต่างกันเท่าไรนัก
แต่ฮอนด้ามาทำการบ้านดีกว่า ใน 2 เรื่อง คือ 1 ตัวรถมีความยาวกว่านิสสัน พอตัว ด้วยความยาวตัวรถ 4,829 มม.ส่วนนิสสัน จะยาวเพียง 4,765 มม. ตัวเลขอาจไม่ได้เยอะมากแต่มีผลในมุมการใช้งานจริงอย่างแน่นอน

ต่อมา เบาะนั่ง แถว 2 มาพร้อมกับ ระบบที่รองน่อง Ottman เพิ่มความสบายยกระดับไปอีกขั้น
สำคัญที่สุด ฮอนด้าเลือกจะไม่พับเบาะแถว 3 แบบแปะข้าง ทำให้ เวลาไม่ใช้เบาะแถว 3 จะมีพื้นที่สัมภาระเหลือเฟือ
แต่นิสสัน ก็มีลูกเล่นภายในที่ดีกว่าตรงถาดทานอาหารให้มาทุกที่นั่งประกอบกับ งานออกแบบคอนโซลหน้าดูเฟี้ยวกว่าฮอนด้าในแวบแรก นิสสัน ทำได้ดีตรงจับปุ่มไปซ่อน จนลูกค้ารู้สึกโล่งต่างดูทันสมัย พร้อมจอขจนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว

ทั้งคูให้เกียร์ปุ่มเหมือนกัน เนื่องจากเหมาะและสะดวกกว่า รถพ่อบ้าน ที่ต้องเซฟในเรื่องพื้นที่ใช้สอย นิสสันมีความสปอร์ตกว่าในเรื่องพวงมาลัยตัดตูดทำให้ ภาพลักษณ์ดูวัยรุ่นขึ้นมากกว่า ของทางฮอนด้า
ข้อนี้จึงจัดว่าออกแนวเสมอกัน แต่สายกิจกรรมอย่างผมแอบปันใจไปฮอนด้าเพราะ พอพับเบาะแถว 3 แล้วโล่งกว่ากว้างกว่าพอสมควร
ไฮบริดคนละแนว
ทางด้านการขับขี่ นิสสันแนะนำ Nissan Serena C28 ด้วยเครื่องยนต์ e-Power 1.4 ลิตรที่พัฒนามาใหม่ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงถึง 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 315 นิวตันเมตร ให้อัตราประหยัดน้ำมัน 18.2 ก.ม./ลิตร

ทางฝั่ง ฮอนด้า เลือกติดตั้งเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร e:hev ตอบสนองกำลังขับสูงสุด 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 315 นิวตันเมตร จากมอเตอร์ไฟฟ้า
แต่ระบบของฮอนด้าเคยเผยว่าสามารถสร้างการวมพลังชั่วคราวได้สูงสุด 207 แรงม้าในรถบางรุ่น และระบบฮอนด้าสามารถขับร่วมได้จริง


แต่ถ้าเรามามองเรื่องอัตราประหยัดน้ำมัน ทั้งคู่กลับไม่ต่างกันมาก ตามข้อมูลจาก Eco Sticker ระบุว่า
- Nissan Serena ทำอัตราประหยัดได้ 18.2 ก.ม./ลิตร
- Honda StepWagon Spada e:hev ทำอัตราประหยัดได้ 18.5 ก.ม./ลิตร
โดยจากข้อมูลยังชี้ว่า ฮอนด้าประหยัดกว่าในทุกมิติ และปล่อยไอเสียน้อยกว่าเพียง 122กรัม ต่อกิโลเมตร เท่านั้น แม้ว่าจะติดตั้งเครื่องยนต์ใหญ่กว่า
ทางด้านระบบกันสะเทือนทั้งคู่ ยังเซทอัพเดียวกันในแบบ ด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีม
เท่าที่เคยสัมผัสทางนิสสัน เซทรถออกมาในแบบสปอร์ต มีช่วงล่างที่มีความสปอร์ต ค่อนข้างนิ่งและโคลงตัวน้อย ในระดับหนึ่ง ทางนิสสันเผยว่า รุ่นนี้พัฒนาให้ตัวรถมีความมั่นใจในการขับขี่มากขึ้น

ส่วน Honda StepWagon ในรุ่นนี้ยังไม่เคยมีโอกาสลองขับ แต่จากสไตล์ของฮอนด้าน่าจะเซทในทางสปอร์ตแต่ยังคงความสบายในการขับขี่
ที่สำคัญ ตัวรถมีความสูงน้อยกว่า Nissan Serena เล็กน้อย ซึ่งทำให้รถมีความมั่นคงมากกว่า ลดการต้านลมด้วยในการขับขี่
ปลอดภัยครบเครื่อง ฮอนด้ามีขาดไปบ้าง
ทางด้านระบบความปลอดภัยในตัวรถทั้งคู่ต่างให้มาแบบจัดเต็มครบทุกอย่าง โดยเฉพาะ Nissan ครบเครื่องทุกรายการผ่านระบบ Nissan 360 safety Shield รวมถึง มีทุกอย่างที่เรานึกออกและยังแนะนำระบบพิเศษ เช่นป้องกันการชนในมุมอับสายตา ,เตือนผู้ขับขี่เหนื่อยล้า และกระจกมองหลังอัจฉริยะ (เป็นภาพจากกล้อง)
ทางฝั่งฮอนด้า จะมีระบบคล้ายๆ กัน แต่รายการของ Honda Sensing น้อยกว่า ได้แก่
- ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS)
- ระบบชวยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS)
- ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM with LDW)
- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (LSF)
ถ้าสังเกต จะพบว่า ตัวรถขาดระบบเตือนมุมอับสายตา ซึ่งอาจมีในรถราคาต่ำกว่า เป็นเพียงกระจกข้างมองมุมอับสายตา เท่านั้น
Honda StepWagon Spada e:hev Vs Nissan Serena C28 โจทย์เดียวกัน คันไหนคุ้มกว่า
หลังจากเอารถทั้งสองรุ่นมาเปรียบเทียบรายละเอียดต่างโดยละเอียดเราจะพบว่า ทั้งคู่ต่างแลกกันคนละหมัด ต่างจุดดีจุดด้อยกันไป
ผู้เขียนคงจะข้ามในเรื่องของหน้าตาตัวรถ เพราะเป็นความชอบส่วนบุคคล

แต่ถ้าเอาเรื่องฟังชั่น ภายนอก เซเรน่าได้เรื่องประตูสองชั้น แต่ฮอนด้า ได้เรื่องประตูท้ายไฟฟ้า
ภายใน ความหรูหราฮอนด้าน่าจะโดนใจใครหลายคนมากกว่า แต่นิสสัน ก็ได้ความเรียบง่ายในการใช้งาน
ฮอนด้า เด่นกว่าตรงการเลือกใช้วัสดุ และ เบาะแถว 3 พับเรียบพร้อม ที่รองน่องให้มาเลยไม่ต้องซื้อเพิ่ม
แต่นิสสันมุ่งความรู้สึกทันสมัยกว่า ในแง่การออกแบบตัวรถ ดูตื่นตาตื่นใจ และเลือกให้ความสำคัญกับการเก็บเสียง ในห้องโดยสารด้วยกระจก Acoustic Glass ในกระจกบังลมหน้าและกระจกคู่หน้า

เรื่องการขับขี่ พอมามองอัตราประหยัด เครื่องยนต์ฮอนด้าใหญ่กว่า แต่ไม่ได้กินกว่าอย่างที่คาดแถม อัตราประหยัดทำได้ดีกว่า นิสสันในภาพรวมด้วย
จุดเด่นที่ฮอนด้าจะเสียเปรียบ คือ อัตราภาษีประจำปีน่าจะสูงกว่า นิสสัน เซเรน่า
เมื่อเรามองราคาที่ต่างกัน 90,000 บาท ถ้าให้ฟันธงเลือกอาจจะเป็นโจทย์ยาก เพราะแต่ละชอบไม่เหมือนกัน
แต่ส่วนตัว ผมมองว่า นิสสันยังคุ้มค่าน่าซื้อกว่าโดยเฉพาะ การได้ระบบ ADAS ครบเครื่อง และค่าใช้จ่ายประจำต่ำกว่า จากระบบไฮบริดที่มีความซับซ่อนน้อยกว่า
ส่วนฮอนด้านราคาแรงกว่าก็มีออพชั่นมากกว่า แต่การขาดระบบสำคัญอย่างเตือนมุมอับสายตาทำให้ต้องมาพิจารณา ก
ขณะเดียวกันตัวรถก็น่าจะมีความกระฉับกระเฉงมากกว่าด้วย ภาพรวมจึงเป็นรถที่วางใจได้ในการใช้งสาน บวกกับเครื่องยนต์ตัวนี้อยุ่ในรถหลายรุ่น ด้วย
เอาไว้หลังขับ Honda Step Wagon e:hev จะกลับมาเล่าเทียบ เพิ่มเติมอีกทีครับว่า คันไหนน่าสนใจกว่ากัน