รถยนต์ไฟฟ้าจากโตโยต้า จากของแรร์วันวาน
วันนี้กลายเป็นรถที่ทุกคนสามารถหาซื้อได้จากโชว์รูมทั่วประเทศกับ Toyota bz4X 2025 เปิดตัวขายเมื่อปีที่ผ่านมา

ทีมงาน Ridebuster มีโอกาสสัมผัสรถรุ่นนี้อย่างเป็นทางการ รถยนต์ไฟฟ้าจากโตโยต้า กลับมาครั้งนี้อย่างตั้งใจเป้นตัวเลือกของทุกคนที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่มั่นใจ
รถทดสอบ : Toyota BZ4X 2025
- ระบบขับเคลื่อน :มอเตอร์ไฟฟ้า ขับเคลื่อนล้อหน้า
- พละกำลังขับ : กำลังสูงสุด 227 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 269 นิวตันเมตร
- พื้นที่ในการโดยสารสูงสุด : 5 ที่นั่ง
- แบตเตอร์รี่ขนาด 73.11 กิโลวัตต์ สามารถใช้งานได้จริง 71 กิโลวัตต์
- รองรับการชาร์จ DCสูงสุด 150Kw ,AC สูงสุด 22KW
- ราคาจำหน่าย 1,529,000 บาท
รายงานข้อมูลการทดสอบ
ในการขับทดสอบของเรา ด้านอัตราประหยัดของเรา มีผู้โดยสารทั้งหมด 3 คน
- ผู้ใหญ่ 1 คน
- เด็ก 1 คน (อายุ 3.3 ขวบ หนัก 15 กก.)
ขับบนสภาวะการขับขี่การจราจร เส้นทาง คลองหลง-ปักธงชัย โดยออกเดินทางผ่านถนนรังสิต-นครนายกไปเลี้ยวเข้าเส้น 33 แล้วตัดออกทางหลวง 304 เลี้ยวซ้ายที่อำเภอกบินบุรี ขึ้นเขาปักธงชัย แล้วแวะชาร์จ

ทดสอบ โดยเติมไฟที่ 80% และ ขับจนไฟอยู่ในระดับต่ำจนเหลือ 23% ใช้ความเร็วเดินทาง 90-120 ก.ม./ชม.แล้ว แต่สภาพการจราจร
- ระยะทางขับขี่ 231.6 ก.ม.
- เติมไฟฟ้า 41.17 กิโลวัตต์
คำนวนเป็นอัตราประหยัดในการทดสอบได้ 5.62 ก.ม./กิโลวัตต์
ส่วนการทดสอบอัตราประหยัดในเมือง วิ่ง 61.1 ก.ม.เติมไฟฟ้า 7.7 กิโลวัตต์
คิดเป็นอัตราประหยัด 7.93 ก.ม./กิโลวัตต์

คำนวน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่อกิโลเมตร (ที่ กิโลวัตต์ ละ 9 บาท)
- ในเมือง 1.134 บาท/กิโลเมตร
- นอกเมือง 1.6 บาท / กิโลเมตร
ทางด้านการชาร์จไฟฟ้า
ความเร็วการชาร์จDC สูงสุด 150 กิโลวัตต์
ทดสอบโดยตู้ Elexa ความเร็วสูงสุด 150 กิโลวัตต์ ในปั้ม PT ช่วงถนน 346 (ชาร์จคันเดียว)
ความเร็วสูงสุด ที่ทำได้ 137 KW
(หากสภาพอากาศร้อนจัดและขับขี่มาด้วยระยทางไกลและความเร็ว อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพการ)
การทดสอบอัตราเร่ง

การทดสอบอัตราเร่ง Toyota Bz4X 2025 ขับเคลื่อนล้อหน้า ใช้ผู้โดยสารกลุ่มเดียวกัน ได้ผลทดสอบดังนี้
- อัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม. ดีที่สุด 8.0 วินาที
- อัตราเร่ง 80-120 ก.ม./ช.ม .ได้5.19 วินาที
- ความเร็วสูงสุด ทำได้ 165 ก.ม./ช.ม. (167 ก.ม./ช.ม บนหน้าปัด)


รีวิวเบื้องต้น Toyota BZ4X 2025 FWD
เป็นรุ่นย่อยใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในการปรับโฉมครั้งนี้ Toyota bz4X ขับเคลื่อนล้อหน้า เป็นรถที่มีความน่าสนใจใน 2เรื่องสำคัญ คือ
- ระยะทางในการขับขี่
- ราคาตอบโจทย์
ตัวรถภายนอกเหมือนกับรุ่นปกติ ด้วย การแต่งแต้มภาพหรู ให้แก้มข้ามสีดำมาครบ และล้อ 20 พร้อม ยาง Dunlop sport Maxx สื่อสารว่า รถคันนี้มีความหรูหราและสปอร์ต ทำให้มีกลิ่นอาย Lexus จางๆ

ทางด้านภายใน ให้จอขนาด 14 นิ้ว ตรงกลาง มีแผนที่ในตัว ซึ่งลิงค์กับระบบของรถ สามารถจัดการแบตเตอร์รี่ได้หากเราใช้แผนที่ของทางโตโยต้าในระหว่างการใช้งาน
น่าแปลกใจที่รถคันนี้แม้ไม่ใช่ เครื่องเสียง JBL แต่ก็มีคุณภาพเสียงแน่นคับแก้ว
เบาะนั่งออกแบบมาค่อนข้างใหญ่เดินทางไกลสบาย เบาะหลัง อาจมีความเตี้ยจนทำให้รู้สึกนั่งแล้วตัวจมไปบ้างแต่อยุ่ในท่าที่สบาย สามารถปรับได้ 2 ระดับ
ตัวรถไม่ได้ตัดฟังชั่นจากญี่ปุ่น เช่น พวงมาลัย เบาะอุ่นร้อน ,เบาะเป่าลม รวมถึง กระจกไพรเวซี่กลางทางด้านหละงด้วย
เรื่องการขับขี่ จุเสำคัญทีทำให้รถรุ่นนี้แตกต่างจากรถยนต์รุ่นอื่น คือการเซทรถที่ทำออกมาได้ลงตัวเกินคาด
Toyota bz4x เป็นโครงการพัฒนาที่ลงมือร่วมกันระหว่าง ซูบารุ และโตโยต้า

ใต้เรือนร่างรุ่นนี้ พกมอเตอร์ตัวเดียวกำลังขับสูงสุดเพียง 227 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 269 นิวตันเมตร ขับหน้า
ด้วยโจทย์ความง่ายมั่นใจในการใช้งาน โดยเฉพาะในประเทศเหมือนหนาวอาจจะต้องขับฝ่าหิมะ หรือ มีผิวถนนลื่นในหลายสภาพอากาศ รถขับหน้าช่วงยให้ความมั่นใจในการขับขี่ที่ดีกว่า พอสมควร
จุดขายหลักรถคันนี้ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในสเป็คชีท เพราะมันแพ้รถจีนทั้งหมด
แต่เป็นการ Enchanted ความสามารถของสิ่งที่ดูธรรมดาไม่ให้ธรรมดามากกว่า
ระบบช่วงล่างหลัง ใช้ระบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ทางด้านหน้า ด้านหลังแบบปีกนกอิสระ 2 ชั้น ช่วงล่างเซทมาให้ยืดยุบไว มีความนุ่มนวลแต่ตอบสนองเร็ว

เห็นได้ชัดจากเวลาขับขี่ไปบนถนน จังหวะคอสะพาน รถจะตอบสนองได้ดี มอบความมั่นใจ และสบายไปพร้อมกัน มีความผสมผสานระหว่างความเป็นซูบารุ และ ความเป็นรถหรูอย่าง Lexus
เป็นช่วงล่างที่ทำมาจบ สายครอบครัว สายเดินทางน่าจะชอบ
อัตราเร่ง ทำได้0-100 ก.ม./ช.ม.เฉลี่ย 8.1 วินาที
เป็นอัตราเร่ง ที่อยู่กึงกลางระหว่าง มอบความสปอร์ตและให้ความสบาย

แม้จะไม่เร็วทะลุมิติ แต่เทียบกับรถที่มีขนาดใกล้เคียงกัน อย่าง Subaru Outback ตัวล่าสุด เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ทำได้ 11.0 วินาที เจ้า bz4x คันนี้ทำได้น่าสนใจ พอสมควร
ส่วนการชาร์จ DC ชาร์จคันเดียวได้เร็วที่คือ 140 KW และ เฉลี่ยที่ 120-130KW
อาจไม่เร็วที่สุดบนตาราง แต่สอดคล้องกับการใช้งานและสภาวะการของตู้ชาร์จ ในปัจจุบัน
แต่ทั้งนี้ในภาวะการชาร์จ 2 คัน จะวิ่งอยู่ที่ 60-90 Kw เท่านั้น ขึ้นอยู่กับ ความสามารถของตู้ และบริบทของรถที่มาร่วมชาร์จไฟฟ้า
เปรียบเทียบคู่แข่ง
ด้วยราคาของ Toyota bz4xในปัจจุบัน ถือเป็นราคาที่ต้องฝ่าฟันกับรถจีน
ส่วนใหญ่รถกลุ่มนี้จะเป็นพรีเมี่ยมแบรนด์ มักใช้เทคโนโลยี 800 โวล์ต ซึ่งมีจุดเด่นในการรองรับการชาร์จที่ค่อนข้างไว้ได้ระดับ 350-400 Kw
แต่สภาพการในปัจจุบัน ตู้ชาร์จส่วนใหญ่ยังไม่วิ่งเร็วในระดับดังกล่าว มีเพียงผู้ให้บริการบางรายในบางจุดเท่านั้น (ณ ปี 2026) ที่พอจะมอบความเร็วดังกล่าวได้
คู่แข่งที่จะมีความใกล้เคียงกันที่สุด คือ Deepal S07 ที่มีการปรับปรุงช่วงล่างล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว และมีความสามารถในการชาร์จใกล้เคียงกัน (เทียบในสเป็คใกล้กัน)
ช่วงล่างของ Deepal ใหม่จะค่อนข้างมีความสปอร์ตจนอาจรู้สึกนั่งไม่สบายในความเร็วต่ำ
ความคุ้มค่า
จุดขายของ Toyota bz4x ไม่ใช่ความคุ้มค่าคุ้มราคา และไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในสเป็ค รายละเอียดทางเทคนิค
แต่เป็นสัมผัสจากตัวรถที่ได้จากการขับขี่
มันคือรถที่เป็นรถจริงๆ ไม่ใช่ คอมพิวเตอร์ติดล้อ แล้วเรียกตัวเองว่า “รถ”

รถคันนี้ พัฒนา โดยบริษัทที่มุ่งมั่นในการขับขี่จริงๆไม่ว่ าโตโยต้า และซูบารุ ซึ่งต่างทำออกมาได้อย่างลงตัว
เพียงแค่มันแพ้เวลาพูดถึงความคุ้มค่าหรือ เวลาเราเปรียบว่า เงินที่จ่ายเราได้อะไร แต่โตโยต้าก็แบบนี้มาช้านาน พวกเขามักมอบอะไรที่ไม่อยู่บนหน้ากระดาษ
บางทีความคุ้มค่า มันไม่ได้เกี่ยวกับรถต้องสเป็คดีที่สุด แต่มันอาจหมายถึง รถที่คุณอยากจะใช้ชีวิตอยู่กับมันมากที่สุด
ถ้านั่นคือสิ่งที่มองหา Toyota bz4x อาจเป็นคันนั้นที่ตามหา
คุณอาจต้องจ่ายแพงกว่า แตา่ความคุ้มค่า บางทีไม่ได้วัดที่เงินที่จ่าย
แต่อาจวัดที่เราได้ใช้มันบ่อยมากแค่ไหน นั่น ก็เป็นอีกทางของคำว่า”คุ้มค่า”