รู้ไว้ก่อนซื้อ ข้อดี ข้อเสีย รถ Hatchback

แบ่งปันเรื่องนี้

กลายเป็นรถที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในระยะไม่กี่ปีทีผ่านมา เมื่อรถยนต์จากผู้ผลิตหลายเจ้ารเม่มีทรวดทรง 5 ประตู กลับมาตอบโจทย์อีกครั้ง หลังจากเคยทำออกมาขานเมื่อนานมาแล้ว

รถทรง 5 ประตู หรือ แฮทช์แบ็ค เป็นที่เห็นจนชินตาในปัจจุบัน หลายคนเริ่มอยากได้รถสไตล์นี้มากขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ทำออกมาในสไตล์แบบนี้ จนวันนี้คนไทยเริ่มคุ้นชิน และวันนี้เราขันอาสาผ่าดู ข้อดี ข้อเสียรถระเภทนี้กันสักหน่อย

ข้อดี

1.พื้นที่ใช้สอยกว้าง

สิ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยในรถยนต์แฮทช์แบ็ค 5 ประตู ประการแรก หนีไม่พ้น พื้นที่ใช้สอย ที่มีมากกว่ารถซีดาน 4 ประตู ด้วยการวางห้องโดยสารต่อเป็นชิ้นเดียว มีเพียง 2 ส่วน คือ ห้องเครื่องและห้องโดยสาร โดยประยุกต์เอาห้องสัมภาระเข้ามาไว้ในห้องโดยสาร

ส่งผลให้สามารถออกแบบจัดวางที่นั่งโดยสารตอนหลังมีประสิทธิภาพมากกว่า ตลอดจนความจุของห้องสัมภาระท้ายก็มากกว่า รถหลายรุ่นสามารถแบ่งการเก็บสัมภาระออกเป็น 2 ชั้น ได้ด้วย ยิ่งทำให้มันมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น

แต่ถ้าคดส่านั่นยังไม่พอ รถ 5 ประตู ส่วนใหญ่จะมาพร้อมฟังชั่นสามารถปรับพับเบาะนั่งหลังได้ ตามต้องการ คุณสามารถเปลี่ยนพื้นที่โดยสาร เป็นพื้นที่สัมภาระก็ทำได้ง่ายสบายมาก

รถ Hatchback

2.ใช้งานได้หลากรูปแบบ

ด้วยการประยุกต์ห้องสัมภาระท้ายเข้ามาไว้กับห้องโดยสาร รถแฮทช์แบ็ค ส่วนใหญ่จึงมาพร้อมฟังชั่นใช้งานหลากหลายกว่า ซีดาน เช่นในวันปกติ ขับรถรับส่งลูกใช้ เบาะนั่งตอนหลังเพื่อขนผู้โดยสาร หรือวันไหนต้องการซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ เข้าบ้านก็สามารถปรับพับเบาะหลัง แล้วเปลี่ยนเจ้าเปี้ยกคันน้อย เป็นรถขนของก็พอไหว

ในรถบางรรุ่น อาทิ   Honda  Jazz   สามารถ ปรับที่นั่งได้ มากถึง 3 โหมด เพื่อสนองความต้องการ ที่หลากหลาย

 

3.ช่วงเก็บของสูงกว่า

ด้วยการยืดหลังคา ยาวมาถึง ด้านท้ายรถ ทำให้ เมื่อเทียบ กับรถนั่ง 4 ประตู ซีดาน ที่เก็บของ หรือ พื้นที่สัมภาระของ แอทช์แบ็ค โดยส่วนใหญ่จะมีมากกว่า ด้วยความสูงของช่วงท้ายที่มีหลังคายาวจนถึงบั้นท้ายนั่นเอง

ถึงแม้จะมีที่เก็บของสูงกว่า แต่ในกรณีคุณใช้พื้นที่ห้องสัมภาระเต็มที่ สัมภาระก็จะบดบังทัศนวิสัยในการขับขี่ทางด้านหลัง รถ Hatchback

 

4.คล่องตัวกว่า

ข้อดีของรถ แฮทช์แบ็คข้อหนึ่งไม่ว่าจะเป็นรถขนาดใดก็ตาม คือ ช่วงตูดสั้นของมัน เพิ่มความคล่องตัว และ ประสิทธิภาพในการควบคุมดีกว่า  รถซีดาน ที่มีห้องสัมภาระท้ายยืนออกไปอีก

การเป็นรถท้ายกุด ทำให้อาการบังคับควบคุม โดยเฉพาะ การเปลี่ยนเลน หรือ เข้าโค้ง เป็นไปตามทิศทางพวงมาลัยง่ายดายกว่า รถซีดาน  เวลาเข้าโค้ง รู้สึกถึงแรงเหวี่ยงน้อยกว่าพอสมควร จนนักขับส่วนใหญ่ถูกใจรถ 5 ประตู เนื่องจากบังคับควบคุมง่าย ยิ่งถนนโค้งเยอะ แฮทช์แบ็คจะได้เปรียบ

จนรถอย่าง   Honda Civic  Type R   เปลี่ยนมาใช้ ทรง 5 ประตู และในยุโรป ก่อกำเนิด รถ 5 ประตู ตัวแรง  Hothatch   อีกหลายรุ่น

 

ข้อเสีย

1.เก็บเสียง-กลิ่นแย่กว่า

มาทางด้านข้อเสียของรถ 5 ประตู แฮทช์แบ็คกันบ้าง ประการแรก เลย คือเรื่องการเก็บเสียง และ กลิ่นแย่กว่า รถซีดานชัดเจน การใช้พื้นที่ห้องโดยสารร่วมกับห้องสัมภาระ  ส่งผลให้เสียงที่เข้าสู่โครงสร้างทางด้านหลัง จะเข้ามารบกวนในส่วนของพื้นที่การโดยสาร ทันที

เช่นเดียวกัน กรณี คุณ วางวัตถุ อะไรก็ตามที่มีกลิ่นรุนแรง ด้วยการเป็นพื้นที่เดียวกัน แค่แบ่งกั้น ด้วยเบาะนั่ง หรือ แผ่นบังเก็บของ มันไม่ช่วยลดกลิ้นไม่พึงประสงค์ได้เลย ผิดกับรถซีดาน  ที่คุณยังมีผนังห้องอีกชั้นกันระหว่างคุณกับด้านหลังอีกที

รถ Hatchback

2.ความรู้สึกปลอดภัยน้อยกว่า

ด้วยการเป็นรถตูดสั้น ยิ่งรถมีขนาดเล็กมากเท่าไร  ก็ยิ่งรู้สึกว่า มันเหมือนจะมีภัยมาถึงตัวเร็วขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคุณดวงซวยโดยชนท้าย ต้องยอมรับว่า รถแฮทช์แบ้ค เมื่อโดนชน เท่ากับ การชนจะเกิดขึ้นกับโครงสร้างของห้องโดยสารทันที ผิดกับ ซีดาน เมื่อโดนชน จะมีระยะของ ห้องสัมภาระท้ายก่อน จึงถึงห้องโดยสาร

นี่เป็นเหตุผลว่า ทำไม ขับรถเล็กบางครั้งแล้วรู้สึกถึงพลังงานบางอย่าง สัมผัสได้ว่ามันไม่ปลอดภัยสักเท่าไร มันเป็นเรื่องของจิตวิทยา ยกตัวอย่างเช่น   Honda  Brio  ที่มาพร้อมประตูหลังแบบกระจก ทำให้ ผู้ใช้ รู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างมาก เวลาขับบนถนน โดยมีรถบรรทุกขับตาม หลัง  เป็นต้น

 

3.แอร์เย็นช้ากว่า

อาจมีปัจจับ อื่นเข้ามาเกี่ยวข้อ แต่งเราต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่า รถแฮทช์แบ็คมีขนาดห้องโดยสารในภาพรวมใหญ่กว่า ซีดาน เนื่องจากควบรวมเอาพื้นที่สัมภาระท้ายมาในห้องโดยสารด้วย

ถึงการมีพื้นที่มากกว่าจะเหมือนเป็นข้อดี แต่ในทางกลับกัน มันทำให้ระบบปรับกาศ ต้องทำงานหนักมากกว่า  เนื่องจากพื้นที่ใหญ่กว่า ขณะที่การกั้นพื้นที่แยกส่วนของซีดาน  กลับให้ความสบายเฉพาะพื้นที่ คุณไม่ต้องเผื่อแอร์ให้สัมภาระ เพราะไม่ได้ว่าขนผักขนปลา เสียหน่อย
เรื่องนี้จะเห็นได้ชัดเวลาจอดรถตากแดด ยามกลางวัน เทียบเวลา แอร์เย็นเร็วกว่า ระหว่าง แฮทช์แบ็ค และซีดาน ชัดว่า ซีดานแอร์จะเย็นเร็วและทั่วถึงมากกว่า

รถ Hatchback

4.การโดยสารตอนหลังไม่สบายเท่า

ถ้าสังเกตให้ดี  รถซีดานหลายรุ่น จะทำเบาะนั่งแบบตายตัว นั่นเพื่อยัดที่บุนั่งให้ความสบายสุงสุดเท่าที่จะทำได้ ส่งผลให้เวลานั่งโยสาร รู้สึกสบายกว่าพอสมควร เมื่อเทียบกับแฮทช์แบ็ค ที่ส่วนใหญ่ทำได้เพียงพอใช้ โดยมากการจัดที่นั่งโดยสารของรถซีดาน จะออกแบบให้มีความลงตัวกว่าเพื่อความสบายสูงสุด

 

5.กินน้ำมันกว่า

เป็นเรื่องที่มีการพิสูจน์ในต่างประเทศแล้วว่าเป็นเรื่องจริง และจากประสบการณ์ทดสอบขับประหยัดในรถหลายรุ่น เป็นที่น่าสังเกตว่า รถแฮทช์แบ็คจะซดน้ำมันกว่ารถซีดานยู่เล็กน้อย ไม่เกิน 0.5 ก.ม./ลิตร

สาเหตุที่รถแฮทช์แบ็คซดน้ำมันมากกว่า มาจาก การออกแบบให้ท้ายตัด เวลาขับขี่ จะเกิดลมหมุนทางด้านท้ายรถ  และยิ่งเพิ่มขึ้นถ้าขับรถเร็ว ลมหมุ่นนี้ จะฉุดรถ เวลาเราเร่ง จะต้องใช้คันเร่งมากกว่า ขณะที่ซีดาน ทรงทรง 3 กล่อง ทำให้ มีพื้นที่หลังคาเฉพาะจุด ลมที่ไหลลงมาจากห้องโดยสาร ช่วยเพิ่มความเร็วลมทางด้านท้ายรถ ลดอาการลมหมุนที่เกิดขึ้นมรแอทช์แบ็ค (รวมถึงรถอเนกประสงค์ด้วย)

 

จากทั้งหมด เราพอสรุปได้ว่า รถ แฮทช์แบ็ค มีดีทางด้านการพื้นที่ใช้สอยและความอรรถประโยชน์มากกว่า กลับกัน คุณต้องเผชิญกับ อีกหลายเรื่องที่เป็นข้อเสียของมัน ถึงจะมีหลายเรื่องอยู่บ้าง ก็ต้องมาดูว่า แอทช์แบ็คตอบความต้องการคุณได้ จริงๆหรือไม่

 

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments