ช่วงเดือนที่ผ่านมา ซูบารุ อาจจะตกเป็นข่าวจะมีรถยนต์ไฟฟ้าพ่อบ้าน 500 ม้า ออกมาในอนาคต จากการพัฒนาด้วยตัวเองในบริษัท
แต่ในอีกด้านพวกเขาก็ยังไม่ทิ้งเครื่องยนต์สันดาป แม้ว่าจะมีกระแสว่าอาจจะยุติการวางจำหร่ายในยุโรปในปี 2028 แต่ซูบารุ กำลังเร่งพัฒนา เครื่องยนต์บ๊อกเซอร์เทอร์โบชาร์จ ที่อาจมี Thermal Efficient สูงที่สุดในประวัติศาสตร์

ท่าทีของซุบารุ ดังกล่าว ค่อนข้างจะชัดเจนว่า ทางบริษัทตัดสินใจว่า แม้ว่าในอนาคตรถยนต์ไฟฟ้าอาจได้รับความนิยม แต่เครื่องยนต์สันดาปอย่าง บ๊อกเซอร์ จะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัก
รายงานจากหลายสื่อที่เข้าร่วมกิจกรรมซูบารุพบปะสื่อ ซึ่งโชว์ตัวรถยนต์ไฟฟ้า ต่างยืนยันไปในทางเดียวกันว่า ซูบารุ กำลังวางเป้าหมายพัมนาเครื่องยนต์บ๊อกเซอร์เทอร์ดบชาร์จรุ่นใหม่ ที่จะมีความสามารถในการพิชิต Thermal Efficient ได้สูงถึง 50% ในทศวรรษหน้า
ตามรายงานระบุว่า ในสิ้นทศวรรษนี้เครื่องยนต์บ๊อกเซอร์รุ่นใหม่ๆจากซูบารุ จะต้องมี Thermal Efficient 40% ใ นปี 2030 และ หลังจากนั้นจะต่อยอดถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้

ความตั้งใจของซูบารุ ได้จัดแสดงผ่านบางชิ้นส่วน ที่ทางซูบารุนำเสนอในการพบปะสื่อ อาทิ แนวทางการติดตั้งเทอร์โบชาร์จใหม่ ที่จะหันมาใช้ระบบเทอร์โบชาร์จไฟฟ้าแทนระบบเทอร์โบดั้งเดิมที่ทางบริษัทยึดถือมานาน
หรือจะออกแบบในส่วนของฝาสูบใหม่ เพิ่มศักยภาพในการไหลเวียนอากาศ ให้ส่วนผสมไหลเวียนดี และมีสัดส่วนที่มีประสิทธิภาพต่อการจุดระเบิดมากขึ้น
และการจะไปให้ถึงเป้าหมายของซูบารุ หมายความว่าพวกเขาต้องใช้ระบบไฮบริด ซึ่งปัจจุบันนำเสนอใน Subaru Forester รุ่นล่าสุด โดยนำระบบของโตโยต้ามาใช้ และมันอาจจะมีความสามารถมากขึ้น หรือไม่ซูบารุอาจท้ายสุดพัมนาระบบไฮบริดของตัวเองในอนาคต
นอกจากนี้ ทางซูบารุ ยังวางเป้าหมายสำคัญในการลดความซ้ำซ้อนโครงสร้าง โดยตั้งเป้าลดน้ำหนักโครงสร้ง Subaru Global Platform ที่มช้มาจนปัจจุบันลง อีก 100 กิโลกรัม เพื่อทำให้ควบคุมได้ดี ประหยัดน้ำมันมากขึ้น

แต่พร้อมกันนั้นทางซุบารุ เตรียมแนะนำแนวความคิดใหม่ ที่เรียกว่า Dynamic Stiffness Concept
ภายใต้แนวคิดนี้ ซูบารุ จะพัฒนาโครงสรา้งใหม่ที่สามารถถ่ายทอดแรงในระหว่างการควบคุมรถได้ดีขึ้น เพื่อทพให้เวลาขับขี่รู้สึกตอบสนองดีกว่าปัจจุบันราวๆ 30% ซึ่งทำให้รถควบคุมได้มั่นใจมากขึ้นกว่าปัจจุบัน
โดยไม่ได้มีเพียงเครื่อง เครื่องยนต์บ๊อกเซอร์ , ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ อีกต่อไป
ที่มา Carwatch
