Mercedes-Benz อาจกลายเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่หันมาล่าสถิติใหม่ๆมากมายเพื่อพิสูจน์ขีดความสามารถรถของตนเอง และล่าสุดทางค่ายพึ่งจะสามารถสร้างสถิติใหม่ได้ถึง 25 รายการ กับรถยนต์ไฟฟ้าที่ยังไม่มีกำหนดวางขายจริง

หากคุณเป็นแฟนพันธ์แท้ Mercedes-Benz คุณคงพอจำกันได้ว่าครั้งหนึ่ง รถต้นแบบ “Concept AMG GT XX” เคยบันทึกสถิติเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถวิ่งได้ไกลที่สุดในโลกต่อชาร์จมาแล้ว
และล่าสุด ทางค่ายก็ได้มีการนำรถต้นแบบคันนี้ ไปวิ่งหาสถิติ ณ สนาม Nardo Circuit ประเทศเยอรมันเพิ่มอีก ซึ่งไม่ได้เป็นการนำไปวิ่งเพื่อเฟ้นหาเวลาต่อรอบที่ดีที่สุด แต่เป็นการวิ่งทดสอบแบบ Endurance โดยมีเป้าหมายคือการวิ่งทดสอบยาวๆจนกว่าจะได้ระยะทางเท่ากับการวนรอบโลกระยะทาง 40,000 กว่า กิโลเมตรในคราวเดียว
ระยะทางที่วิ่งผ่าน ระยะเวลาที่สามารถทำได้ 2,000 km 8h 40m 5,000 km 21h 55m 10,000 km 2d 23h 16m 15,000 km 4d 11h 53m 20,000 km 6d 00h 23m 25,000 km 7d 14h 10m 40,075 km 7d 13h 24m
ผลลัพท์ที่ได้ ก็คือ ทีมและรถ “Concept AMG GT XX” สามารถวิ่งแบบยาวๆรอบสนามทดสอบ ที่มีความยาว 12.68 กิโลเมตร ไปทั้งหมด 3,177 รอบ อย่างต่อเนื่อง ด้วยความเร็วเฉลี่ย 220.5 กิโลเมตร/ชั่วโมง จนครบระยะทาง 40,075 กิโลเมตร ได้ภายในเวลาเพียง 7 วัน 13 ชั่วโมง และอีก 24 นาที รวมเวลาในการชาร์จ
ซึ่งในรายละเอียดการวิ่งจนกว่าจะครบระยะทางนี้ ก็จะมีการทำลายสถิติต่างๆมากมาย และยังรวมถึงการสร้างสถิติใหม่ นั่นคือ การขับรถยนต์ไฟฟ้าต่อเนื่องตั้งแต่ 12-168 ชั่วโมง ได้ระยะทางมากที่สุด และ การเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่วิ่งด้วยระยะทางตั้งแต่ 2,000 – 40,075 กิโลเมตร ในระยะเวลาที่สั้นที่สุด
ระยะเวลาในการวิ่ง ระยะทางในการวิ่ง 12 hours 2,750 km 24 hours 5,479 km 48 hours 10,860 km 72 hours 16,250 km 96 hours 21,632 km 120 hours 26,808 km 144 hours 32,099 km 168 hours 37,260 km
โดยสิ่งที่ช่วยให้มันสามารถทุบสถิติได้ ก็คือแพลตฟอร์มโครงสร้าง AMG.EA Platform ซึ่งถูกออกแบบให้สามารถจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Axial-Flux ถึง 3 ตัวที่ให้กำลังรวมกันมากถึง 1,360 แรงม้า PS
และที่สำคัญยิ่งกว่า คือแบตเตอรี่คุณภาพสูง ที่สามารถรองรับความแรงในการชาร์จไฟได้มากถึง 850 kW ซึ่งช่วยให้รถสามารถชาร์จไฟสำหรับการวิ่งในระยะทาง 400 กิโลเมตร ได้ภายในเวลาเพียง 5 นาที และยังมาพร้อมกับระบบระบายความร้อนแบบ Direct Cooling ซึ่งช่วยให้มันสามารถทำงานได้อย่างมีสเถียรภาพ แม้ว่าอุณภูมิสภาพอากาศรอบสนามจะมีค่าเฉลี่ยสูงถึง 35 องศาเซลเซียสก็ตามอีก
โดยแม้ในตอนนี้ทาง Mercedes-Benz จะลดงบในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าแพลตฟอร์มใหม่ๆลง แต่คงจะดีไม่น้อยหากพวกเขาสามารถนำเทคโนโลยีของรถต้นแบบคันนี้ไปใช้กับรถตัวขายจริงได้ในเร็ววัน เพราะมันก็น่าจะทำให้ผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้าของพวกเขาน่าสนใจขึ้นอีกมากเลยทีเดียว