MAZDA ประกาศกลางเว็บไซต์ที่ญี่ปุ่น เตรียมยุติการขาย MAZDA CX-3 ในเดือนมีนาคมนี้
หลังจากขายมานาน ในที่สุด Mazda เตรียมจะยุติการขสาย Mazda CX-3 รุ่นปัจจุบัน โดยข้อมูล นี้มาจากเว็บไซต์ในญี่ปุ่นที่ออกมา เปิดเผยว่า สายการผลิตของรถรุ่นนี้จะหยุดการผลิตในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 นี้ และจะหยุดรับสั่งรถ เมื่อมียอดจองครบตามกำหนด
ปัจจุบัน MAZDA CX-3 ญี่ปุ่น นำเข้าจากโรงงาน AAT ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2022
สำหรับ CX-3 รุ่นล่าสุดในญี่ปุ่น ปรับเพิ่มออปชันทั้งเพิ่มกระจกกันรังสียูวี (ประตูหน้า) และกระจกกันรังสีอินฟราเรด (กระจกบังลม/ประตูหน้า)
แนะนำรุ่นเบนซิน 15S Urban Dresser II ได้ไฟหน้าปรับสูง-ต่ำได้อัตโนมัติ (ALH) และตัดไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED ในรุ่น XD Vivid Monotone II
พร้อมขุมพลัง SKYACTIV ทั้งเบนซิน 1.5 ลิตร 111 แรงม้า แรงบิด 144 นิวตันเมตร และดีเซลเทอร์โบ 1.8 ลิตร 130 แรงม้า แรงบิด 270 นิวตันเมตร คู่กับเกียร์อัตโนมัติ SKYACTIV-DRIVE 6 สปีดเปลี่ยนเกียร์ทันใจด้วย ACTIVEMATIC สามารถเลือกโหมดขับขี่ Sport ได้ในรุ่นเบนซิน เลือกได้ทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD

อย่างไรก็ดี ,เมื่อปีที่ผ่านมา ทางมาสด้าได้ตัดสินใจลงทุนพัฒนาสายการผลิตในประเทศไทย โดยจะพัฒนาสายการผลิต ให้เป็นฐานการผลิตรถประเภท Mild Hybrid หรือ MHEV มีแผนลงทุนต้นปีพ.ศ. 2569 และ จะเริ่มเดินสายการผลิตในต้นปีพ.ศ. 2570 ด้วยเงินลงทุน 5,000 ล้านบาท ผ่านมาตรการส่งเสริมารลงทุน
โดยมาสด้า มีแผนในการส่งรถรุ่นใหม่ออกไปยังต่างประเทศ ทั้งใน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์

สำหรับมาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบ MHEV บอร์ดอีวีได้กำหนดภาษีสรรพสามิตในอัตรา พิเศษร้อยละ 10 (กรณีปล่อย CO2 ไม่เกิน 100 g/km) และร้อยละ 12 (กรณีปล่อย CO2 ตั้งแต่ 101 – 120 g/km) โดยจะเป็นอัตราคงที่ในเวลา 7 ปี (พ.ศ. 2569 – 2575)
พร้อมทั้งกำหนดเงื่อนไขต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท อีกทั้งต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตหรือประกอบในประเทศ โดยต้องใช้แบตเตอรี่ ที่ผลิตในประเทศ ตั้งแต่ปี 2569 และต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญ ได้แก่ Traction Motor หรือชิ้นส่วนที่มีลักษณะการท างานเพื้อเสริมแรงขับเคลื่อน ตั้งแต่ปี 2571 และต้องมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (ADAS) อย่างน้อย 4 จาก 6 ระบบ
ที่มา Mazda Japan – Boi