ตั้งแต่ มาสด้า เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Mazda 6e ออกเริ่มวางจำหน่ายทั่วโลก หลายคนต่างหวั่นวิตกว่า มันจะเหมือนกับเรื่องราวของ Mazda BT-50 หรือไม่
หลังมาสด้าใช้การพัฒนารถผ่านความร่วมมือพันธมิตร แต่กลายเป็นว่า มาสด้าไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดกระบะ

ทำให้คนส่วนใหญ่ขับตามอง Mazda 6e รถยนต์ไฟฟ้าจากมาสด้า ที่มีแผนเข้าไทยในฐานะรถใมห่ในปีนี้ว่า มันจะกกู้หนเามาสด้า รวมถึงฟื้นให้ค่ายญี่ปุ่นกลับมายืนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าได้หรือไม่
พัฒนาร่วมกับ ฉางอัน
อย่างที่หลายคนทราบ Mazda 6e เหมือนแฝดคนละฝากับ Deepal L07 ที่ผ่านเข้ามาทำตลาดในไทยก่อนหน้านี้
ความร่วมมือมาสด้ากับฉางอัน อยู่ในระดับลึกซึ้งตรึงใจ ในประเทศจีน แม้ว่าจะมีการร่วมมือกัน แต่มาสด้าก็เลือกจะแยกโรงงานออกมาอิสระ มีระบบและหน่วยธุรกิจชัดเจนว่า ไม่ได้เกาะกับทางฉางอัน ยังเป็นมาสด้าในแบบมาสด้า
แต่ตัวรถ Mazda 6e จะใช้โครงสร้างหลักที่มีการพัฒนาตัวรถในส่วนของแชสซีใหม่หลายจุด

เริ่มจาก ช่วงกั้นห้องโดยสารกับช่วงห้องเครื่อง( Fire wall) มีการปรับปรุงใหม่ให้มีความแข็งแรงและการเก็บเสียงดีขึ้น
มาสด้าติดตั้งชิ้นส่วนพิเศษในช่วงซับเฟรมหลัง เพื่อลดการบิดตัวของโครงสร้าง
ท้ายสุดมีการปรับปรุงชุดช่วงล่างโช๊คอัพและสปริงใหม่ เพื่อให้ได้การขับขี่ได้ตามมาตรฐานมาสด้า มีการจัดการให้รถมีการกระจายน้ำหนักหน้า-หลัง 50/50


จัดการปรับปรุงการเก้บเสียงเพิ่มเติมจากรถหลักที่นำมาพัฒนา
แต่สำคัญที่สุด มาสด้าเล่นใหญ่กับการปรับปรุงทางดา้นซอฟท์แวร์ตัวรถ เพื่อให้ขับขี่เป็นแบบฉบับมาสด้า เช่นการปล่อยพลังและความต่อเนื่องของมอเตอร์ไฟฟ้า
การบังคับทิศทางที่มีทั้งความนุ่มนวลและแม่นยำไปจนถึง น้ำหนักเบรกที่มีการปรับปรุงใหม่ ให้ตอบต่อความนุ่ในวลและความสปอร์ตในการขับขี่
ไม่เว้นกระทั่งการรีเจน ที่มีการหน่วงแบบพอดีๆ ไม่รู้สึกว่า รถคอยจะกระชากมากเกินไป
ลองขับสั้นๆ.. แต่ประทับใจแรกสัมผัส
ใต้เรือนร่าง Mazda 6e จะมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวขับเคลื่อนฃ้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 258 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 290 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง
ติดตั้งแบตเตอร์รี่ขนาด 77.9 กิโลวัตต์ ให้ระยทางต่อการชาร์จ 654 กิโลเมตร มาสด้าเปิดเผยในเบื้องต้นว่า สามารถรองรับการชาร์จ DC ได้ 180 Kw เพียงพอต่อการใช้งานในการเดินทาง

เมื่อขึ้นมาอยู่ในรถ สิ่งอรกที่สัมผัสได้ ไม่ใช่ความหรูหราที่มากับวัสดุในรถ แต่เป็นความเงียบในห้องโดยสาร โดยอาศัยเทคโนโลยีการตัดเสียงเข้าช่วย เพื่อลดเสียงรบกวนภายนอก กระจกชั้นเดียวที่มีความหนา
และที่สำคัญยังถูกปรับปรุงการเก็บเสียงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ยิ่ง ระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้ามีการสันน้อยและเสียงเงียบอยู่แล้ว การเดินคันเร่งลงไปสนามทดสอบ ยิ่งมีความสุนทรีย์ในการขับมากกว่าที่คิด จนเริ่มคิดอยากลองบนถนน
ด่านแรก อัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม. มาสด้า เคลมไว้ว่าต่ำกว่า 8 วินาที กดคันเร่งลงไป Mazda 6e มอบความรู้สึกต่อเนื่อง คล้ายรถยนต์สันดาปที่เราสัมผัส เมื่อกดเต็ม รถจะออกตัวอย่างรวดเร็ว แล้วค่อยๆเร่งอย่างนิ่มนวล ในโหมด normal
พอปล่อยคันเร่ง การรีเจนของรถไม่รู้สึกถึงการกระชากแบบรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ มันจะคล่องดึงเบาๆ แล้วเพิ่มความหนักขึ้นทีละน้อย

ไม่นานเรามาถึงในด่านเปลี่ยนเลน วิ่งด้วยความเร็ว 60 ก.ม./ช.ม. จากนั้น เหวี่ยงซ้ายไปขวา แล้วขวามาซ้าย
Mazda 6e เริ่มแสดงให้เห็นถึงศักยภาพระบบกันสะเทือนที่ได้รับการปรับปรุงมาใหม่ ช่วงล่างมีความนิ่ง การโคลงตัวน้อย เช่นเดียวกับอาการพวงมาลัย ที่เป็นไปตามใจคิด จังหวะขับปกติมีระยะฟรีเล็กน้อย พอจังหวะต้องคุมทิศทางก็เปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วทันใจ
จากสถานีดังกล่าว เราต่อเนื่องด้วยการเข้าโค้ง ในหลายรูปแบบ ทั้งโค้งสั้น โค้งยาว และโค้งก.ไก้
ในเสน้ทางตรงนี้เป็นเส้นทางของบนถนนคอนกรีต ผมจับสังเกตอาการตอบสนองช่วงล่างค่อนข้างเก็บแรงจากถนนได้ดี ปกติพื้นคอนกรีตจะไม่นุ่มเนียนหากรถเซ็ตช่วงล่างมาไม่ดี
Mazda 6e กลับทำให้การเดินทางนุ่มนั่งสบายได้อย่างไม่น่าเชื่อ

จังหวะรถเข้าโค้ง เราจะรู้สึกได้ถึงแรงเหวี่ยง แต่รถควบคุมง่ายและคล่องตัว จะว่าไป อาการเข้าโค้งของมันค่อนข้างใกล้เคียงกับ Mazda MX-5 เพียงแต่มันสูงกว่า และ ตัวรถหนักกว่า น้ำหนักตัวเปล่ารถคันนี้ประมาณ 2 ตัน
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหากับการเข้าโค้ง คุณสามารถพารถเก๋งคันนี้ผ่านโค้งไปได้สบายๆ โดยไม่รู้สึกว่าคันใหญ่ตัวหนัก มันมีความพริ้วอยู่ประมาณหนึ่ง

ยิ่งสมมุติขับมา แล้วเจอสถานการณ์จำเป็นต้องเบรกกลางโค้ง ก็ไม่มีปัญหาเอาอยู่สบายๆ
ในรอบต่อมา ผมปรับเป็นโหมด “สปอร์ต” อย่างแรกคันเร่งเร็วขึ้น แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ แค่ตอบสนองดีขึ้น
แต่ที่เปลี่ยนไปจริงๆคืออาการพวงมาลัย มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นระยะฟรีลดลง
ที่จริงมาสด้า เปิดเผยกับเราว่า แป้นเบรกสามารถปรับการตอบสนองได้ รวมถึงการตอบสนองของรีเจน ซึ่งด้วยระยะทางที่สั้นและ ความเร็วในสนามที่ไม่ได้เยอะมาก จึงยังไม่ได้สัมผัสในเรื่องนี้
แต่ที่ชัดเจนทางคือรถคให้ความรู้สึกคมขึ้นอีกระดับ บุคคลิกไม่ใช่รถซีดานนุ่มๆ นั่งสบายขับมั่นใจ มันกลายเป็นความรู้สึกเหมือนคุณขับรถซีดานซิ่งๆหนึ่งคัน ที่สามารถควบคุมได้ดั่งใจ จะเข้าโค้งเร็ว เบรกหนักก็เอาอยู่
Mazda 6e สมรรถนะเกินคาดรอลุ้นราคา มอเตอร์โชว์
ผมกับเดือน เราลงมาจากรถด้วยรอยยิ้ม ว่า ในที่สุดรถยนต์ไฟฟ้าขับดีก็มีในตลาดแล้ว หลังจากค่ายญี่ปุ่นโชว์ฝีมือให้ค่ายจีนเห้นว่า มันไม่ได้อยู่กับว่าจะต้องใส่ของล้ำเข้ามา
ลูกค้าอาจมองหาสมรรถนะที่เขาได้จากการขับขี่ เราต้องยอมรับว่า ญี่ปุ่นเก่งในด้านการปรุงแต่งจริงๆ

ในแง่สมรรรถนะ mazda 6e มันอาจไม่แรงที่สุดชาร์จไวที่สุด แต่เป็นรถที่ขับดีที่สุดในหมุ่รถยนต์ไฟฟ้ามอเตอร์เดี่ยววันนี้
ที่แน่ๆ ใครที่จองไปแล้วกังวลว่า มันจะคือ ร่างทองของ Deepal L07 หรือไม่ หลังจาก BT-50 มีประวัติศาสตร์ ขับไม่ต่างจากอีซูซุ
ผมกล้าพูดว่านี่คือหนังคนละม้วน มาสด้าทุ่มเทในการพัฒนารถคันนี้ไปมาก โดยเอาวิชาความรู้มาใส่ ถึงมันจะใช้แพลทฟอร์มโครงสร้างของ Deepal มาเป็นสารตั้งต้น แต่พอขับแล้วกล้าพูดว่า เป็นรถคนละคันอย่างแท้จริง
ถ้าใครขับ Deepal L07 อยู่ อยากให้มีโอกาสลอง Mazda 6e จะพบว่า มันขับดีกว่าไปอีกขั้น
สิ่งเดียวที่จะตัดสินว่ารถคันนี้ตะราคาถูกหรือ แพง คือราคาจำหน่ายที่จะเปิดในมอเตอร์โชว์นี้
แต่ตามสไตล์มาสด้า บวกกับความเป็นขนาดกลาง ราคาของมันน่าจะไม่ถูกอยากที่หลายคนฝัน
ข้อมูลตัวรถ ศึกษาาได้ที่ Mazda