TANK 700 ขายดีที่จีนมา 2 ปี สมควรแก่เวลาแล้วที่จะปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปล่าสุดเปิดรุ่นปรับโฉมแถมเพิ่มพลังใหม่ในตระกูล HI4
หน้าตาใหม่ด้วย ชุดแต่งแอโรพาร์ทตั้งแต่ ฝากระโปรงหน้ามีช่องดักลมทรง BULIT-IN กระจังหน้าทรงใหม่หกเหลี่ยมไส้ในสีดำแบบรังผึ้งติดตรา TANK รับกับกันชนหน้าจัดทรงให้สปอร์ตมีช่องระบายอากาศแบบ 3 ช่องเติมเท่ด้วยดิฟฟิวเซอร์ ลิ้นสปอยเลอร์เสริมในชุดกันชนหน้าและหลัง พร้อม LiDAR บนหลังคารถ และซุ้มล้อตีโป่ง
ไฟหน้า Intelligent LED ปรับใหม่ 260 ดวง และไร้ไฟตัดหมอกหน้า LED พร้อมล้ออัลลอยลายเท่ขนาด 20 และ 22 นิ้ว ด้วยขนาดที่ยาวกว่า 5 เมตร และกว้างมากกว่า 2 เมตร พร้อมกับการผจญภัยทุกรูปแบบ

ภายในหรูหราด้วย มาตรวัดความเร็ว LCD 12.3 นิ้ว จอกลางลอยตัวขนาด 15.6 นิ้ว ทั้ง Apple CarPlay Android Auto MP5 Bluetooth ระบบนำทาง และแสดงข้อมูลการขับขี่ต่างๆ จอแสดงข้อมูลการขับขี่บนแผงคอนโซลหน้า HUD จอนาฬิกาอนาล็อกทรงกลมขนาด 1.39 นิ้ว
จอเพดานขนาดใหญ่ 17.3 นิ้ว ติดตั้งอยู่บนเพดานด้านหน้าผู้โดยสารแถวที่สอง จอแสดงการทำงานเบาะหลังขนาด 7 นิ้วที่ท้าวแขนเบาะหลัง มาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Coffee OS 3 พร้อมชิปเกรดยานยนต์ 8295 และรองรับ Coffee Intelligence ระบบนิเวศ AI สั่งงานด้วยเสียงและสำเนียงที่แตกต่างกัน จับเสียงได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากยิ่งขึ้น
พร้อมลำโพง 21 ตัว HIFI สร้างความละเอียดเสียงระดับ Hi-Fi (High Fidelity) ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยแอมพลิฟายเออร์อิสระที่มีกำลังสูงสุด 2,440 วัตต์

เบาะนั่ง 5 ที่นั่ง ทำจาก หนัง BADER NAPPA จากเยอรมนีมุมกว้างพิเศษออกแบบให้เข้ากับสรีระของร่างกายเพื่อสร้างความสะดวกสบายสูงสุดให้กับผู้ขับขี่ราวกับนั่งบนปุยเมฆ
เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง พร้อมระบบ Memory Seat และ Welcome Seat เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับตำแหน่งเบาะผู้โดยสารด้านหน้าจากด้านคนขับ
เบาะด้านหน้าสามารถปรับระดับได้ถึง 156 องศา และ 141 องศาสำหรับเบาะด้านหลัง ที่วางขาสามารถปรับได้ 2 ทิศทาง ที่ดันหลังปรับได้ 4 ทิศทาง ระบบระบายอากาศของเบาะปรับได้ 3 ระดับ พร้อมระบบปรับอากาศ 9 ระดับ นวด 10 จุด และตู้เย็นในกล่องคอนโซลกลางควบคุมอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -6°C ถึง 50°C ขนาด 5.4 ลิตร

ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดจากเดิมจะมีเพียงขนาด 3.0 ลิตรV6 เทอร์โบ Hi4-T ที่ให้กำลังรวมสูงสุด 537 แรงม้า แรงบิดรวม 800 นิวตันเมตร จากมอเตอร์ไฟฟ้า แรงบิด 495 นิวตันเมตร และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบไตรภาค (NMC) ขนาด 37.1 kWh วิ่งในโหมดไฟฟ้าได้ไกลถึง 90 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTC และวิ่งไกลทั้งระบบ 866 กิโลเมตร (WLTC) คู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9HAT
ยังแนะนำขุมพลังใหม่ Hi4-Z 4 สูบด้วยเบนซินเทอร์โบปลั๊กอินไฮบริด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 864 แรงม้า แรงบิด 1,195 นิวตันเมตร วิ่งไกลในโหมดไฟฟ้าล้วน 190 กิโลเมตร (์WLTC) และวิ่งไกลสุดทั้งระบบ 1,191 กิโลเมตร (WLTC)
ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ล้อหน้า 292 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร และล้อหลัง 326 แรงม้า แรงบิด 415 นิวตันเมตร ให้กำลังมอเตอร์ไฟฟ้ารวม 619 แรงม้า แรงบิด 815 นิวตันเมตร พร้อมชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบไตรภาค (NMC) ขนาด 59.05 kWh พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 3 สปีด DHT
ทั้ง 2 ชาร์จได้ทั้ง AC และ DC สูงสุด 103 และ 163 kW พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Intelligent four-wheel drive system ในรุ่น Hi4-T และ Intelligent electric four-wheel drive system ในรุ่น Hi4-Z รองรับ V2L (Vehicle-to-load) ถ่ายโอนพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ของรถไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ รองรับการจ่ายโหลดสูงสุด 3.3 kW

ความปลอดภัยรอบคันด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่ด้วยการใช้ระบบช่วยขับขี่แบบ LiDAR ที่มีโมเดล VLA (Vision, Language, Action) ซึ่งช่วยให้รถสามารถใช้งานฟังก์ชั่นนำทางอัตโนมัติ (Navigate Autopilot หรือ NOA) บนถนนในเมืองและทางหลวงได้ รถออฟโรดขนาดใหญ่คันนี้ยังรองรับฟังก์ชั่นจอดรถอัตโนมัติ โดยเปิดขาย 3 รุ่นย่อยในจีนเริ่มต้น 428,000-508,000 YUAN หรือราว 2,029,000-2,405,000 บาท
