Home » Nissan X-trail e-force ยกระดับสู่พรีเมี่ยม นำเข้าญี่ปุ่นทั้งคัน
รถใหม่ รถใหม่ในประเทศ

Nissan X-trail e-force ยกระดับสู่พรีเมี่ยม นำเข้าญี่ปุ่นทั้งคัน

ห่างหายไปนาน สำหรับรถอเนกประสงค์ C-SUV จากค่ายนิสสัน ล่าสุดในงาน Motor Expo 2025 ทางนิสสัน ประกาศ การกลับมาของรถยนต์อเนกประสงค์ ที่ห่างหายไปนานกว่าเกือบทศวรรษ

นิสสัน เอ็กซ์เทรลใหม่ กลับมาพร้อมกับการยกระดับสู่ความเป็นรถพรีเมี่ยมกว่าเดิมที่เคยทำตลาดก่อนหน้านี้

เริ่มจากการแนะนำเรือนร่างที่มีความสง่างาม ด้วยกระจังหน้า Double V Motion พร้อมลายกระจังหน้า 3 มิติ มาพร้อมไฟหน้า LED เพรียวบาง ยังคงเเอกลักษณ์ไฟท้ายบูมเมอร์แรง เพิ่มความสปอร์นในการขับขี่

รุ่นที่ขายในไทยแนะนำภาพลักษร์พรีเมี่ยมด้วยโครเมี่ยมรอบคันในหลายจุด ใช้งานสะดวกด้วยฝาท้ายไฟฟ้า ที่มีความสบายในการใช้งาน

ทางด้านในห้องโดยสารแนะนำพื้นที่การโดยสารสำหรับครอบครัว ด้วยเบาะที่นั่งแบบ 5+2

มาพร้อมความทันสมัย ด้วย หน้าจอ TFT ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้วพร้อม Advanced Drive-Assist® Display และจอ Head-Up Displayขนาด 10.8 นิ้ว แสดงผลบนกระจกด้านหน้าในระดับสายตา

เบาะนั่งคู่หน้าขนาดใหญ่โอบกระชับสรีระ รองรับแผ่นหลังได้ดีบุด้วยหนังคุณภาพสูง สามารถปรับด้วยระบบไฟฟ้าได้ 10 ทิศทาง
ระบบปรับอากาศแยก 3 โซนสามารถปรับอุณหภูมิได้ตามความชอบจึงเพิ่มความสบายให้กับผู้โดยสารทุกที่นั่ง นอกจากนี้ เบาะแถวสองพับได้แบบ 40:20:40 ใช้งานง่าย
ส่วน ที่นั่งแถวสามนั่งได้ 2 คน ปรับพับได้แบบ 50/50 ท้ายรถมีพื้นที่กว้างขวางจุสัมภาระได้มากถึง 485 ลิตร สามารถจุของหลายชิ้นหรือขนาดใหญ่ได้สบายๆ

ประตูหลังเปิดกว้าง 85 องศา หนึ่งเดียวในรถประเภทเดียวกันช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารใน การเข้าและออกจากรถ ม่านบังแดดในแถวที่สองให้ความสบายและความเป็นส่วนตัว กระจกมองหลังแบบตัดแสงสะท้อนอัตโนมัติ
ช่วยให้ขับขี่กลางคืนได้อย่างปลอดภัยและสบายมากขึ้น
เพิ่มความสุนทรีย์ด้วยเครื่องเสียง Premium Bose® พร้อมลำโพง 9 ตัวให้เสียงคมชัด

ขับสี่ไฟฟ้า สุนทรียยิ่งกว่า

ทางด้านการขับขี่ Nissan X-trail e-force มาพร้อมกับ รเครื่องยนต์รหัส KR15DDT เครื่องยนต์ 3 สูบแถวเรียง 12 วาล์ว DOHC ความจุ 1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ มาพร้อมเทคโนโลยี Variable Compression Ratio (VC)
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง และให้กำลังที่ต่อเนื่องราบรื่น ให้พลังสูง 144PS ระนาบต่อเนื่อง 4,400 – 5,000 รอบต่อนาที ให้แรงบิดสูงสุด 250นิวตันเมตรในช่วง 2,400 – 4,000 รอบต่อนาที

ในช่วง 0 – 3,505รอบต่อนาที และมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลังรหัส MM48 ให้แรงบิด 195 นิวตันเมตร ในช่วงรอบเครื่อง 0 – 4,897 รอบต่อนาที ทำงานราบรื่น เงียบเหมือนรถยนต์ไฟฟ้า

ไฮไลท์สำคัญของรถรุ่นนี้ คือ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า ที่เรียกว่า “e- Force”

ระบบนี้พัฒนาจากสนามแข่ง มาสู่รถยนต์ใช้งานบนถนนให้ทั้งสมรรถนะและความมั่นใจในการขับขี่ ตอบสนองลูกค้าในการเดินทางทุกรูปแบบ

ระบบจะทำการประมวลผลโดยการขับขี่ผ่านเซนเซอร์ต่างๆ มาควบคุมการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อคาดการณ์สถานการณืที่จะเกิดขั้น แล้วทำการควบคุมแรงบิดที่จะส่งออกไปในแต่ละล้อ รวมถึงยังสามารถควบคุมและลดแรงบิดตามแต่สถานการณ์ เพื่อให้ลดมีการสมดุลในการขับขี่มากที่สุด

สามารถแปรผันแรงบิดได้ตั้งแต่ 0/100 และ 100/0 แปรผันไปตามสถานการณ์ แตกต่างจากระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเชิงกลไก ที่จะทำหน้าที่เพียงค่าเดียวเท่านั้น เช่น 60/40 หรือ 50/50

ผสานการทำงานให้เข้ากับสถานการณ์ในการขับขี่ ไม่ว่าจะ ช่วงเร่ง ,เบรก ,ขึ้นลงทางลาดชัน หรือทางโค้ง รวมถึงเสน้ทางที่มีความลื่นกว่าปกติ

ระบบจะทำงานสอดคล้อง กับ 5 โหมดการขับขี่ ได้แก่ Eco,Standard, Sport, Snow และ Off-Road

ทางด้านการขับขี่ยังครบครัน ด้วย ทคโนโลยีความปลอดภัยเต็มพิกัด ได้แก่

  • ถุงลมนิรภัย 6 จุด
  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค Anti-lock Braking System (ABS) 
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ Vehicle Dynamic Control (VDC)
  • ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน Hill Start Assist (HSA)
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Descent Control System (DCS) 
  • ระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ Intelligent Forward Collision Warning (IFCW)
  • ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ  Intelligent Emergency Braking (IEB)
  • ระบบเตือนเมื่อผู้ขับขี่เมื่อยล้า (Driver Attention Alert (DAA)
  • ระบบกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง Intelligent Around View Monitor (IAVM)
  • พร้อมระบบเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน Moving Object Detection (MOD) 
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ Intelligent Cruise Control (ICC) 
  • ระบบเตือนจุดอับสายตา Blind Spot Warning System (BSW) 
  • ระบบเตือนขณะถอยรถ Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
  • ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง Lane Departure Warning (LDW) 
  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist (HBA) 
  • ระบบตรวจสอบแรงดันลมยางอัตโนมัติ Tyre Pressure Monitoring System (TPMS)

Nissan X-trail e-force มีให้เลือก 6 สี ได้แก่ สีดำ Diamond Black สีขาว Storm White* สีเทา Gun Metallic สีขาวหลังคาดำ Storm White with Black Roof* สีแชมเปญ ซิลเวอร์ หลังคาดำ Champagne Silver with Black Roof* และสีเทาหลังคาดำ Stealth Grey with Black Roof*

นอกจากนี้ ยังมีชุดตกแต่งแท้พิเศษเฉพาะช่วงเปิดตัว Signature Package สีดำ Piano Black สุดพรีเมียม   ที่ออกแบบมาเพื่อลูกค้าชาวไทยโดยเฉพาะ ได้แก่ กระจังหน้า ชุดคิ้วกระจังหน้า ชุดสเกิร์ตกันชนหน้า โลโก้ฝาท้าย X-TRAIL  ชุดสเกิร์ตกันชนหลัง และชุดชายบันไดข้าง  

และเพื่อเพิ่มความอุ่นใจ นิสสันยังมอบการรับประกันตัวรถ (5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร)**  ประกันระบบ
อี-พาวเวอร์ (5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร)* และรับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง*** (สำหรับแบตเตอรี่ของระบบ อี-พาวเวอร์)

ทางนิสสันประกาศ ราคาจำหน่ายรถรุ่นนี้ในราคา 1,699,000 บาท รถรุ่นนี้นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น

แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่

Comments are closed.