Honda City 2026 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 มิถุนายน อวดโฉมปรับหน้าทาปาก แต่งสไตล์สปอร์ตน่าใช้กว่าเดิม

การปรับโฉมครั้งนี้เป็นการปรับครั้งที่ 2 ในร่างปัจจุบันของ GN1 ทั้งรุ่น ซีดานและแฮทช์แบ็ก 5 ประตู ด้วยหน้าตาใหม่ เริ่มจากกระจังหน้า ตะแกรงรังผึ้งดีไซน์ใหม่พร้อมไฟหน้า LED ในทุกรุ่นย่อย แนะนำพร้อม Connecting Light แบบ LED ดีไซน์เต็มความกว้างตัวรถ สะท้อนความล้ำสมัย
รับกับกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ สะดุดตา รวมทั้งไฟท้าย LED แบบ Clear lens สีรมดำ รับกับกันชนท้ายดีไซน์ใหม่พร้อมช่องระบายอากาศรูปตัว วี และล้อลายใหม่ขนาด 15-16 นิ้ว

ภายในปรับใหม่ด้วย เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สายดีไซน์ใหม่ที่อัปเกรดเป็นหน้าจอขนาด 10 นิ้ว ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร กระจกมองหลังแบบตัดแสงแบบอัตโนมัติ และที่ชาร์จมือถือไร้สาย

ทางด้านการขับขี่แนะนำ พร้อม 2 ทางเลือกด้วยฟูลไฮบริด e:HEV 1.5 ลิตร ให้กำลังรวมสูงสุด 109 แรงม้า แรงบิด 253 นิวตันเมตรพร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อมพาคุณเดินทางสู่ทุกจุดหมายและไปได้ไกลกว่า 800 กิโลเมตร ด้วยน้ำมันเพียง 1 ถัง และเบนซิน VTEC Turbo 1.0 ลิตร 3 สูบให้กำลังมากถึง 122 แรงม้า แรงบิด 173 นิวตันเมตรจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด พร้อม Paddle Shift โหมดการขับขี่ ECO
และความปลอดภัยเพิ่มใหม่เช่น กล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS) และ Honda Sensing ทุกรุ่นย่อย ขาย 8 รุ่นย่อยในราคาพิเศษลดลงจากเดิ่ม 20,000-30,000 บาท ถึง 30 กันยายนนี้
รุ่น Sedan

- รุ่น e:HEV RS ราคา 739,000 บาท (ปกติ 769,000 บาท)
- รุ่น e:HEV SV ราคา 689,000 บาท (ปกติ 719,000 บาท)
- รุ่นย่อยใหม่ e:HEV V ราคา 619,000 บาท (ปกติ 649,000 บาท)
- รุ่น S เบนซินเทอร์โบ ราคา 569,000 บาท (ปกติ 599,000 บาท)
รุ่น Hatchback

- รุ่น e:HEV RS ราคา 749,000 บาท (ปกติ 779,000 บาท)
- รุ่น e:HEV SV ราคา 699,000 บาท (ปกติ 729,000 บาท)
- รุ่นย่อยใหม่ e:HEV V ราคา 629,000 บาท (ปกติ 659,000 บาท)
- รุ่น S เบนซินเทอร์โบ ราคา 579,000 บาท (ปกติ 599,000 บาท)