ฮอนด้า อาจเป็นค่ายรถยนต์ที่คนรุ่นใหม่รู้จักในฐานะผู้พัฒนารถยนต์ไฮบริดและไฟฟ้า ทั้งที่จริงค่ายนี้เก่งเรื่องเครื่องยนต์สันดาป
ตำนาน Honda VTEC Turbo เป็นช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำในยุค 2013-2026 ไม่ต่ายจากตำนาน VTEC กว่าทศวรรษที่ฮอนด้า เลือกจะทำเครื่องยนต์เทอร์โบออกมา มันจับใจลูกค้าทั่วโลก จนกระทั่งจากลาไป
จุดเริ่มต้นเครื่องเทอร์โบ
ใครจะคิดเลยว่า ฮอนด้าจะคิดทำเครื่องยนต์เทอร์โบ
การตัดสินใจของฮอนด้า ไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีทันใด แต่ทั่วโลกในยุคนั้น กำลังเดินหน้าสู่การต้องลดไอเสีย จากปัญหาภาวะโลกร้อน
บรรดาวิศวกรยานยนต์ถูกตั้งคำถาม ถึงแนวทางการลดการปล่อยไอเสียอย่างจริงจัง ในรถยนต์รุ่นใหม่
แนวทางที่ถูกนำมาเป็นแม่บท เริ่มจากบรรดาค่ายรถยนต์ยุโรปสำคัญอย่างเช่น Volkswagen และ อีกหลายเจ้า คือ การลดขนาดเครื่องยนต์ลง เพื่อลดปริมาตรกระบอกสูบ หรือขนาดห้องเผาไหม้
มันช่วยลดมลภาวะ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามความคิดของวิศวกรในยุคนั้น กลายเป็นกระแสเครื่องยนต์บล็อกเล็กพลังขับสูง หรือ Engine Downsizing
ฮอนด้า สู่ยุคเทอร์โบ
ฮอนด้าคิดถึงเรื่องลดมลภาวะ ตั้งแต่ยุคเครื่องยนต์สันดาปดั้งเดิมพัฒนาระบบ CVCC ในช่วงปลายยุค 1970s
ช่วงปลายยุค 2000s-2010s บริษัทเปิดเทคโนโลยี Earth dream ปรับปรุงเครื่องยนต์ขนานใหญ่ พร้อมแนะนำระบบเกียร์ CVT แต่นั่นไม่พอจะผ่านด่านมาตรฐานไอเสียที่มีความเข้มงวดขึ้นในทางฝั่งยุโรป
ไม่เคยมีใครคิดมาก่อนว่า ฮอนด้าจะคิดพัฒนาเครื่องยนต์เทอร์โบ จนกระทั่งเปิดตัวออกมา ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2013

ลดบทบาทเครื่องสันดาปธรรมดา N/A (Natural Aspriation) แนะนำเครื่องยนต์เทอร์โบ 3 ขนาด 1.0 , 1.5 และ 2.0 ลิตรเทอร์โบ ใช้สำหรับรถยนต์รุ่นต่างที่เตรียมวางจำหน่ายในอนาคต
VTEC Turbo ตำนานบทใหม่
การเดินสู่หนทางเครื่องยนต์เทอร์โบ ทำให้ห้วงเวลานั้นสาวกทั่วโลก ตั้งคำถามถึงอดีตความสำเร็จ ของระบบ VTEC ที่ถือเป็นตำนานของฮอนด้า
แม้ในระยะหลังจะมีการพัฒนาระบบ iVTEC ขึ้นมาแทน ระบบดั้งเดิมที่เคยนำเสนอในรูปแบบกลไก แต่ยังใช้หลักการเดียวกันสร้างการไหลเวียนอากาศเครื่องยนต์ในรอบสูง

ตามข้อมูลจาก ฮอนด้า มอเตอร์ เผยว่า รถรุ่นแรกที่ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบ คือ Honda StepWagon ออกมาในปี 2015 แนะนำเครื่อง 1.5 ลิตร เทอร์โบรุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมเทอร์โบชาร์จคุมแรงดันด้วยระบบเวสเกตไฟฟ้า
ระบบวาล์วแปรผันที่เดิมเคยเป็นของดีฮอนด้า ถูกพัฒนาเป็นระบบ VTC (Variable Timing Control) แปรผันคุมจังหวะได้ทั้งฝั่งไอดีและไอเสีย มาพร้อมระบบจ่ายน้ำมันฉีดตรง Direct Injection
ด้านเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จเปิดตัวในปีเดียวกันลงใน Honda Civic Type R หลังจากใช้เครื่องยนต์รอบจัดมานานหลายรุ่น
โดยเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จรุ่นใหม่ ทำกำลังขับ สูงสุด 310 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร สูงสุดที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ระนาบต่อเนื่อง ตั้งแต่ 2,500-4,500 รอบต่อนาที
ก่อนภายหลังเครื่องยนต์ 2.0 เทอร์โบ ตระกูลเดียวกันจะแนะนำใน Honda Accord สำหรับบางตลาด
ส่วนเครื่องยนต์ 1.0 ลิตรเทอร์โบ กลายเป็นเครื่องยนต์พื้นฐานในรถหลายรุ่น อาทิ Honda Civic ในยุโรป มีบทบาทในการทดแทนเครื่องยนต์ในกลุ่มขนาด 1.8 ลิตรเดิม เนื่องจากมีแรงม้าแรงบิดใกล้เคียงกัน
มาไทยปี 2016
ในไทย ฮอนด้า แนะนำต้นกำลัง Honda VTEC Turbo ครั้งแรกในรถยนต์ Honda Civic 2016 ในรหัสตัวถัง “fc”
แรกเริ่มวางเป็นไลน์อัพขายในรุ่นบนๆ ในฐานะเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูง มีกำลังขับสูงสุด 173 แรงม้าแรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร เคียงกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร N/A ที่เคยได้รับความนิยมในไทยมายาวนาาน
ก่อนขยายสู่ Honda Civic Hatchback 5 ประตู รหัสตัวถัง FK

ส่งให้ฮอนด้า เป็นผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นแบบ Mass Market รายแรกที่ตัดสินใจขายเครื่องยนต์เทอร์โบในประเทศไทย ในยุคที่รายอื่น ยังเป็นเครื่อง N/A อยู่
ฮอนด้า มาขยับขยายเพิ่มไลน์ ในช่วงแนะนำ Honda Accord รุ่นที่ 10 เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 16 พฤษภาคม 2019
ปรับไลน์อัพ จากเครื่องยนต์ N/A และ ไฮบริด มาสู่เครื่องเทอร์โบชาร์จและไฮบริด
แนะนำเครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบ ให้กำลังขับสูงสุด 190 แรงม้า และทำแรงบิดสูงสุด 243 นิวตันเมตร ฮอนด้าเคลมว่ามีกำลังขับมากกว่าเครื่องยนต์ 2.4 และประหยัดน้ำมันดีกว่า 2.0 ลิตรเดิม
ก่อนที่ในปี 2020 ฮอนด้า ตัดสินใจเปิดตัวรถยนต์นั่งขนาดเล็กรุ่นใหม่ Honda City นำเสนอเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตร เนื่องจากต้องทำตามระเบียบมาตรฐานไอเสียใหม่ตามระเบียบโครงการอีโค่คาร์
ฮอนด้า เลือกจะนำเครื่องยนต์ตัวนี้มาใช้ ซึ่งเดิมเคยติดตั้งใน Honda Civic ทางภูมิภาคยุโรปเข้ามาจำหน่าย

ก่อนขยายสู่ ตัวถัง 5 ประตู Honda City Hatchback จนกลายเป็นรถที่ได้รับความสนใจจากวัยรุ่นชาวไทย เน้นนำไปแต่งต่อกัน
ปี2021 Honda Civic เปิดตัวรุ่นใหม่ ที่มีการปรับโฉมตัวรถ มีการปรับเปลี่ยนตัวรถ เป็นเครื่องยนต์หลักในทุกรุ่น ยกเลิกเครื่องยนต์ 1.8 ลิตรเดิมออกไป
มีการปรับจูนกำลังขับ เป็น สูงสุด 178 แรงม้า และให้แรงบิดสูงสุด 240 นิวตันเมตร ปรับปรุงให้รองรับพลังงานทางเลือก E85 ด้วย
ก่อนที่ในต่อมา จะนำเสนอ Honda Civic Type R อย่างเป็นทางการในไทย พกเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรเทอร์โบเข้าประจำการ และเป็นรุ่นเดียวที่พกเครื่องยนต์ดังกล่าวในประเทศไทย

ช้าสุด คือ รถอเนกประสงค์ Honda CR-V แนะนำเครื่องเทอร์โบ ในรุ่นใหม่ล่าสุดโฉมที่ 6 ในปี 2023 ใช้สเป็คเดียวกับ Honda Accord รุ่นก่อนปัจจุบัน แต่มีการปรับการตอบสนอ งจนมีพลังขับสูงสุด 243 นิวตันเมตร
เครื่องยนต์ดังกล่าว มาแทนเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร Earth Dream ที่ใช้มาตั้งแต่ Honda CR-V รุ่นที่ 4 และใช้ต่อเนื่องเป็นพื้นฐานในรุ่นที่ 5 ก่อนจะยุติไปตอนไมเนอร์เชนจ์ (ปี2025)
สู่ไฮบริดหมด ในเร็วๆ นี้
ฮอนด้า ทยอย จัดแนะนำไฮบริดและเก็บเครื่องยนต์เทอร์โบออกจากรถใหม่ๆหลายรุ่น

ระบบไฮบริดฮอนด้า แนะนำครั้งแรกใน Honda Accord e:hev โฉม 9 และต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จนปัจจุบัน ในโฉมที่11 ไม่มีการแนะนำเครื่องยนต์สันดาปล้วนอีกต่อไป
Honda Civic เอง มีการแนะนำเครื่องยนต์ไฮบริด 2.0 e:hev เข้ามาในช่วงปี 2021 และ Honda City ในปี 2022 ด้วยเครื่องยนต์ 1.5 e:hev

แต่รถรุ่นใหม่ที่ปูพรมทำไฮบริดเลยตั้งแต่เริ่มเป็นครั้งแรก คือ Honda HR-V e:hev เปิดตัวด้วยเครื่องยนต์ไฮบริดเท่านั้น
ทางด้าน Honda CR-V รุ่นใหม่ โฉมที่ 6 มีเครื่องยนต์ไฮบริดเป็นครั้งแรก ร่วมกับเครื่องเทอร์โบ 1.5 ก่อนจะตัดเป็นไฮบริดล้วนหลังจากปรับรุ่นไมเนอร์เชนจ์ในปี 2025
และในปี 2026 ,Honda Civic ยุติการขายเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบชาร์จในไทย
ปัจจุบันเครื่องยนต์เทอร์โบฮอนด้า ในประเทศไทย เหลือขายเพียง 2 รุ่น คือ Honda City Turbo และ Honda Civic Type R
คาดว่าในอนาคตของ Honda City อาจจะกลายเป็นไฮบริดล้วนแบบที่เกิดขึ้นใน Honda Fit ในญี่ปุ่น

ทำไม เครื่องเทอร์โบอยู่ไม่ยาว
มาถึงจุดนี้หน้าประวัติศาสตร์เครื่องเทอร์โบจากฮอนด้า ดูจะมีอายุค่อนข้างสั้น
สาเหตุสำคัญมาจากความเข้มงวดทางด้านการปล่อยไอเสีย ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายรวมถึง ฮอนด้าต้องปรับตัวมาพัฒนารถยนต์ไฮบริด
ไม่เพียงเท่านี้หลายเมืองหลักเริ่มมีแนวคิดแบนเครื่องยนต์สันดาป 100% และบังคับต้องมีแนวทางการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน
ฮอนด้าเอง เริ่มมุ่งพัฒนาระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าในทุกรูปแบบตามนโยบายใหม่ ในช่วงดังกล่าว ทิศทางของบริษัท จึงเดินหน้าสู่รถยนต์ที่สามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า

สำหรับประเทศไทย ปัจจัยที่ทำให้ ฮอนด้าต้องมูฟออนเร็วคือ จากมาตารการภาษีจัดเก็บตามการปล่อยไอเสีย ของภาครัฐ เริ่มมีผลบังคับใช้จริงจังในช่วงปี 2026
นอกจากนี้ ด้วยกระแสความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้าในยุค 2020s เป็นต้นมา ลูกค้าเริ่มให้ความใส่ใจกับความประหยัดน้ำมันมากเป็นพิเศษกว่าคนยุคก่อน จึงนิยมมองหารถยนต์ไฮบริดมากกว่ารถสันดาปล้วน 100%
รวมถึงในระยะหลังเทคโนโลยีไฮบริดได้รับการยอมรับมากขึ้นกว่าก่อน
โดยนอกจากความประหยัดแล้ว การตอบสนองของระบบขับเคลื่อนจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่รวดเร็วทันใจ จากแรงบิดฉับพลัน ทำให้หลายคนเริ่มเข้าใจข้อดีของไฮบริด ซึ่งเครื่องเทอร์โบอาจยังสู้ยาก ถ้าขับเปรียบเทียบกัน
แต่ใครที่เคยขับฮอนด้าเทอร์โบก็คงรู้เขี้ยวเล็บของมันดีว่า ขับเดิมๆ ว่าดีแล้วไปแต่งต่อยิ่งดีกว่า เพิ่มงบประมาณไม่มากคุณก็ได้พลังขับเสมือนรถสปอร์ต
10 ปี Honda VTEC Turbo กลายเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์เพียวสันดาปยุคสุดท้าย
เครื่องยนต์ VTEC Turbo อาจมีอายุในตลาดไทยเพียงราวหนึ่งทศวรรษ แต่ช่วงเวลานั้นคือบทเปลี่ยนผ่านสำคัญ
จากยุคเครื่องยนต์สันดาปแบบดั้งเดิม สู่ยุคของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าและไฮบริด
สำหรับคนรักฮอนด้า มันอาจไม่ใช่ยุคที่ยาวนานที่สุด แต่เป็นหนึ่งในยุคที่น่าจดจำที่สุด
ข้อมูลประกอบบทความบางส่วนจาก Honda