Home » แสนกิโลเมตร Honda City Turbo | Wet Belt น่ากลัวอย่างที่คิดไหม
Blog Buster บทความ

แสนกิโลเมตร Honda City Turbo | Wet Belt น่ากลัวอย่างที่คิดไหม

“Honda City Turbo ตอนเปิดตัวครั้งแรกในปี 2020 ได้รับความสนใจอย่างมากในฐานะซิตี้คาร์ที่พลิกตลาดด้วยขุมพลัง 1.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ รหัส P10A6

แต่เปิดตัวได้ไม่นาน กระแสความกังวลก็เริ่มตามมา เมื่อผู้ใช้เริ่มตระหนักว่าเครื่องยนต์ตัวนี้มาพร้อมกับ ‘ระบบสายพานไทม์มิ่งจุ่มน้ำมัน (Wet Timing Belt)’ ซึ่งแม้จะถูกออกแบบมาเพื่อลดแรงเสียดทาน เสียงรบกวน และประหยัดน้ำมัน แต่ภาพจำของเศษสายพานที่เปื่อยยุ่ยกลายเป็นขุยเข้าไปอุดตันทางเดินน้ำมันเครื่องและแกนเทอร์โบ ก็กลายเป็นฝันร้ายที่ทำให้หลายคนเริ่มตั้งแง่และถอยห่าง…”

ผมเองก็เป็นใช้ Honda City Hatchback เครื่องพันเทอร์โบคนหนึ่ง มาตั้งแต่ป้ายแดงจนปัจจุบัน มาจนวันนี้

ล่าสุด รถที่ผมใช้ครบวาระที่จะต้องดูแลสายพานไทม์มิ่งจุ่มน้ำมัน เทคโนโลยีที่หลายคนขยาด แต่วันนี้ผมจะได้รู้จักมันมากขึ้น

ใช้งานปกติ ไม่ได้ประคบประหงม

ก่อนที่ผมจะเล่าต่อไป พูดอย่างเปิดอกว่า ผมไม่ใช้คนใช้รถทะนุถนอม

รถคันนี้เริ่มต้นจากการตั้งใจซื้อมาทดแทน อีโค่คาร์คันเดิม แต่พอหลังๆขับแล้วมันประหยัดน้ำมันเอาเรื่องก็เลย เริ่มพาออกเดินทางไกลบ้างเป็นครั้งคราว

ระยะหลัง เรามีรถคันใหม่ๆ มาตอบการใช้ชีวิตมากขึ้น บวกกับเดือนซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาใช้งาน

รถคันนี้จึงกลายมาเป็นรถคนแก่ ของคุณแม่ผมใช้งานเดินทางใกล้ๆ รับส่งหลานในประจำวัน

บางทีท่านก็เดินทางไปเยี่ยมเพื่อนต่างจังหวัดบ้าง หรือไม่ก็ออกทริป สว. ชิลๆ ใกล้เมืองกรุง

ด้านการดูแล ไม่ได้วิเศษมาก พูดตรงไปตรงมาว่า ส่วนใหญ่เน้นเข้าศูนย์ตลอด โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีแรก

ศูนย์แนะนำอะไร ก็ว่าไปตามนั้น ยิ่งในช่วงแรกศูนย์ มีกระบวนการไม่เปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่องทุกครั้ง มี ServiceA/B น้ำมันเครื่องก็ใช้ 0W-20 มาโดยตลอด

จนปีที่ 3 เริ่มมีเกเรไป บริการพวก Fast Fit , Autobac บ้าง ยังคงใช้น้ำมันเครื่อง 0W-20 ก่อนที่ภายหลังจะกลับมาเข้าศูนย์บริการตามปกติ เนื่องจากยกรถให้คุณแม่ใช้ ช่วง ปีที่ผ่านมา

แต่บอกก่อนนะครับ รถผมใช้เดิมๆไม่ได้แต่งอะไรเป็นพิเศษ .. มีแค่เปลี่ยนยางตามอายุการใช้งาน

สำรวจ Wet Belt 1 แสนกิโลเมตร ..เป็นอย่างไร

เมื่อมาถึงระยะแสนกิโลเมตรใน Honda City Turbo จะต้องเปลี่ยนสายพานไทม์มิ่ง ผมคิดอยู่นานจะเข้าศูนย์ หรือ อู่ดี ..

ในใจก็คิดว่า จะเข้าศูนย์บริการ เนื่องจากยังไงก็คือ ฮอนด้าเขาน่าจะดูแลให้ดี แต่หลังจากฟังคนในกลุ่มมานาน ก็เลยตัดสินใจไปอู่แล้วกัน

ไม่ใช่เพราะว่าถูกกว่า แต่ผมอยากให้ช่วยล้างระบบด้วย เผื่อแจ๊คพอท เปิดออกมาแล้ว มีเศษสายพานจำนวนมาก

ผมตัดสินใจเลือกอู่ที่วางใจได้ และเข้าใจระบบเครื่องยนต์ฮอนด้า ผมไปจบที่ Sqaurd Service น่าจะเป็นที่รู้จักกันดีอยู่ในสายฮอนด้า โดยเฉพาะเจ้าของอู่ดีกรีขับฮอนด้าซิ่งในสนาม

ดังนั้นเรื่องความเข้าใจระบบเครื่องยนต์กลไกต่างๆ น่าจะไม่มีปัญหา และงานเปลี่ยนสายพานไทม์มิ่ง นี่ถือว่าค่อนข้างง่ายมา เมื่อเทียบว่าอู่นี้ทำอะไรได้บ้าง

ทางอู่แจ้งว่าใช้เวลาดำเนินการ 2 วัน หลักๆ ที่จะทำ คือ เปิดฝาหน้าเครื่อง เปลี่ยนสายพานไทมมิ่ง และ สายพานปั้มน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่อ’ และถ่ายน้ำมันเครื่องพร้อมล้างชิ้นส่วนให้เสร็จสรรพครบถ้วน

ระหว่างที่รถอยู่อู่ ผมสารภาพตามตรงว่า ไม่ได้แวะเข้าไปดู กลัวไปเกะกะเขามากกว่า แต่อู่เขาก็ยินดีส่งภาพมาให้เราดูว่าทำอะไรไปแล้วบ้าง สภาพเป็นอย่างไร

ผมรีรอที่จะยิงคำถามว่า สภาพสายพานเป็นอย่างไร คำตอบที่ได้กลับมา ยังดีอยู่อาจจะมีเศษเล็กๆ บ้างเล็กน้อย

นั่นเท่ากับว่า เครื่องยนต์ลูกนี้ยังอยู่รอดปลอดภัยดี ผมเองก็มีโอกาส สำรวจตัวสายพานที่รับคืนมาจากทางอู่ ก็พบว่า มันยังอยู่ในสภาพดี เหมือนสายพานปกติ ไม่มีฉีกขาดอะไรที่น่ากังวล

ทำไมหลายคนกังวล Wet Belt

ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่กังวลกับเรื่องสายพานจุ่มน้ำมัน แม้ว่าจะมีความรู้ความเข้าใจ

โดยเฉพาะ เมื่อคุณใช้รถตามจริง ไม่ทะนุถนอม ขับเร็ว ขับซิ่ง ท๊อปสปีด ก็มีอยู่บ่อยครั้ง และล่าสุด ผมเองก็ไม่ว่าง จนต้องลากระยะน้ำมันเครื่องเกินมาตั้ง 300 กว่ากิโลเมตร มันเป็นเรื่องปกติ ของคนใช้รถจริง ที่พอจะเข้าใจได้

ผมไม่ปฏิเสธว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับคนอื่น อาจจะเกิดขึ้นกับ รถผมเองได้ด้วย

ทำไมหลายคนกลัว สายพานไทม์มิ่งจุ่มน้ำมัน ผมว่า นั่นเพราะ ยังไม่มีใครสามารถฟันธง ต้นสายปลายเหตุได้อย่างชัดเจน แล้วหาวิธีป้องกันได้อยู่หมัด

อย่างรถผมเองก็ยังมีเศษตะกอน แม้จะไม่เยอะจนจะเป็นปัญหาแต่ก็ถือว่า “มี”

เศษสายพานที่หลุดออกมาอาจกลายเป็นสิ่งปนเปื้อนในระบบหล่อลื่นได้ โดยเฉพาะหากเศษเหล่านั้นสะสมหรือเข้าไปอุดตันในจุดที่มีความสำคัญต่อการไหลเวียนของน้ำมันเครื่อง

นี่จึงเป็นหนึ่งในความกังวลที่ผู้ใช้มีต่อ Wet Belt เพราะระบบหล่อลื่นไม่ได้ทำหน้าที่เพียงลดแรงเสียดทาน แต่ยังมีบทบาทในการระบายความร้อนให้กับชิ้นส่วนต่าง ๆ รวมถึงระบบเทอร์โบด้วย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงและความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงต้องพิจารณาจากสภาพรถและหลักฐานของแต่ละกรณี

ความกังวลใจอีกประการ มาจากการความเข้าใจพื้นฐานทางด้านวัสดุของหลายคน มักเข้าใจว่า สายพาน มักทำมาจากยาง

แต่สายพานไทม์มิ่งแบบเปียกไม่ได้ใช้วัสดุแบบเดียวกับยางทั่วไปที่เราคุ้นเคย แต่เป็นชิ้นส่วนที่ออกแบบให้ทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมของน้ำมันเครื่อง ทั้งด้านอุณหภูมิและการสัมผัสสารเคมี

อย่างไรก็ตาม การออกแบบให้ทนต่อน้ำมันเครื่องไม่ได้หมายความว่าสายพานจะไม่มีวันเสื่อมสภาพ อายุการใช้งานจริงยังขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของวัสดุ สภาพการใช้งาน และการบำรุงรักษาที่เหมาะสม

สายพานไทม์มิ่งจุมน้ำมัน จะใช้อย่างไรให้ทน

มาถึงตรงนี้ เแม้ผมจะรอดมาได้แบบไม่มีปัญหาอะไร และแม้จะมีความรู้เรื่องรถ แต่ก็คงไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่า สายพานไทม์มิ่งจะไม่มีปัญหา

ต่อให้ผมบอกว่า จากการสืบค้นข้อมูล ตัวสายพานไทม์มิ่งแบบเปียกเหล่านี้ไม่ได้ทำมาจากยาง 100% มันทำมาจากวัสดุที่ทนทั้งความร้อนและน้ำมัน ไม่ใช่แบบที่หลายคนเข้าใจ ก็ยังอาจจะมีคนเข้ามาถกเถียงอยู่ดี

ต้องพูดกันตามตรงว่า คนเราแต่ละคนใช้รถไม่เหมือนกัน วิธีขับ และดูแลก็ต่างกัน จึงตอบยากว่า อะไรเป็นต้นตอปัญหาที่ลูกค้าหลายคนเจอ และเข้ามาแบ่งปันประสบการณ์ พาโซเชี่ยลมีเดีย

แต่จากการใช้รถคันนี้ตั้งแต่วันแรก จนปัจจุบัน สิ่งที่หมั่นทำเป็นประจำคือ

มักจะ คูลดาวน์เครื่องยนต์ ก่อนจอดสนิทเสมอ โดยการขับในความเร็วต่ำก่อนเข้าบ้าน และยังอาจจะติดเครื่องทิ้งไว้ก่อนดับเครื่อง ราวๆ 1-2 นาที เช่นเวลาเดินทางต่างจังหวัด แล้วจอดปั้ม (แม้วิศวกรจะบอกว่า ไม่จำเป็นแล้ว ตั้งแต่ตอนทดสอบรถ แต่ผมก็ยังทำ)

ด้านการดูแลรถ ผมทำดังนี้ครับ

  1. เข้าศูนย์สม่ำสมอ ในช่วง 3 ปีแรก
  2. ไม่ลากน้ำมันเครื่อง สำหรับผมใกล้ได้รอบ น้ำมันขึ้นประแจแล้ว ผมโทรนัดหมายทันที ได้คิวเมื่อไรก็เมื่อนั้น
  3. เลือกน้ำมันในเกรดที่กำหนด หรือ สูงกว่า ผมสารภาพว่า บางทีก็แอบชิ่งไม่เข้าศูนย์บ้าง แต่ผมจะเลือกน้ำมันเครื่อง ตามที่ทางฮอนด้ากำหนดหรือสูงกว่า ส่วนความหนืด จะเป็นปัจจัยรองลงมา ที่จะเลือก หรือบางทีก็เลือกใช้น้ำมันเครื่องฮอนด้าไปเลย จบๆ “อย่าเลือกแค่น้ำมันสังเคราะห์แท้ทั่วไป แต่ต้องดูมาตรฐานรองรับ (เช่น API SP หรือเทียบเคียงที่ระบุว่าปลอดภัยกับสายพานไทม์มิ่งแบบเปียก)”

สรุป Wet Belt น่ากลัวอย่างที่คิดหรือไม่

มาถึงตรงนี้ แม้ผมจะเล่าประสบการณ์ส่วนตัวให้ฟัง ก็อาจไม่น่าจะทำให้ใครหลายคนคลายกังวล หรือมั่นใจ ในระบบเครื่องยนต์ที่มาพร้อมสายพานไทม์มิ่งจุ่มน้ำมันได้

มันเป็นเรื่องชวนพิศวง น่าคิดว่า ทำไมรถแต่ละคัน ใช้งานอาจไม่แตกต่างกันมากในความจริง กลับมีบางคนพัง บางคนรอดและใช้งานได้ปกติอย่างผมเกิดขึ้น

ไม่ว่าเรื่องนี้อะไรเป็นสาเหตุ มันสร้างความกังวลใจแก่ผู้ใช้ และคนที่สนใจในผลิตภัณฑ์

สำหรับผม กว่า 1 แสนกิโลเมตร ที่ใช้ Honda City Turbo จนวันต้องเปลี่ยนสายพาน

ผมไม่ได้มองว่า มันเปราะ พังง่าย แค่อาจจะต้องเข้าใจ และใส่ใจกับการดูแลรถมากเป็นพิเศษ กว่ารถ N/A ที่หลายคนอาจเคยผ่านมือ

ยิ่งล่าสุด ทางฮอนด้า ออโตโมบิล เพิ่งออกแคมเปญ มอบความสบายใจให้ลูกค้า ด้วยการเพิ่มระยะประกัน จาก 3 ปี 100,000 ก.ม​.เป็น 6 ปี หรือ 120,000 ก.ม.​ และเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันให้ทุกระยะ จากเดิมที่เปลี่ยนในระยะที่ศูนย์เรียกว่า Service B น่าจะทำให้หลายคนสบายใจมากขึ้น

ส่วนระบบสายพานเปียก ทำให้ผู้ใช้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มกว่าเครื่องยนต์ปกติ มันเป็นเรื่องจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธได้

ความเห็นส่วนตัวผม มันก็ไม่ได้มากมายอะไร เมื่อเทียบกับ ประสิทธิภาพที่ได้จากรถคันนี้

ค่าใช้จ่ายการเปลี่ยนสายพานในครั้งนี้ผมเสียไป 10,000 บาทถ้วน หรือเฉลี่ย กิโลเมตรละ 10 สตางค์

ถ้าใช้รถปี ละ 20,000 ก.ม.​ก็ เก็บเงินไว้ปีละ 2,000 บาท เป็นค่าดูแลระบบสายพาน ซึ่งไม่ได้มากเมื่อเทียบกับ สมรรถนะ และความประหยัดน้ำมัน เมื่อเทียบกับสันดาปรุ่นอื่นๆ

ไม่ว่าสิ่งที่ผมเล่าวันนี้ จะเปลี่ยนความคิดคุณ หรือไม่

อย่างน้อยที่สุด ผมขอเป็นตัวแทนคนใช้ Honda City Turbo ที่จะบอกคุณว่า สายพาานไทม์ทิ่ง คนที่มใช้งานได้ดี ปกติไม่มีปัญหาก็มี แค่เขาอาจไม่เคยเล่าให้คุณฟัง

ตลอดระยะทางกว่า 1 แสนกิโลเมตร Honda City Turbo ยังคงเป็นรถที่ผมประทับใจทุกครั้งที่ขึ้นขับ มันเป็นรถเล็กที่มีทั้งสมรรถนะและความประหยัด โดยเฉพาะในวันนี้ที่ราคาจำหน่ายลดลงกว่าเดิม

ผมเข้าใจดีว่าคำว่า Wet Belt อาจทำให้หลายคนกังวล และประสบการณ์ของผมไม่สามารถรับประกันได้ว่ารถทุกคันจะไม่มีปัญหา

แต่อย่างน้อยที่สุด ผมอยากให้เรื่องราวของรถคันนี้เป็นอีกมุมหนึ่งที่ผู้ซื้อใช้ประกอบการตัดสินใจ เพราะคนที่ใช้ Honda City Turbo แล้วพบปัญหาก็มี และคนที่ใช้งานมาได้ตามปกติก็มีเช่นกัน

สุดท้ายแล้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่การบอกว่าเทคโนโลยีนี้ดีหรือแย่จากประสบการณ์เพียงด้านเดียว แต่คือการเข้าใจข้อดี ข้อจำกัด และต้นทุนในการดูแล ก่อนตัดสินใจเลือกใช้รถคันหนึ่ง

แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่

Comments are closed.