หลังเปิดตัวให้ชาวญี่ปุ่นได้ยลโฉมตั้งแต่ปีกลายในที่สุด NISSAN เปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการสำหรับ NISSAN ELGRAND เจนที่ 4 รหัส E53

Nissan Elegrand ใหม่ได้แรงบันดาลใจจากต้นแบบ Nissan Hyper Tourer มาเป็นเอ็มพีวีทรงล้ำยุค หรูด้วยตราชื่อ ELGRAND บนขอบฝากระโปรงหน้า
กระจังหน้าได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายแบบคุมิโกะ (Kumiko) ของญี่ปุ่น ผสานเข้ากับเอกลักษณ์ของไฟหน้า ส่วนบน+เป็นแถบไฟ DRL แบบ LED +ชุดไฟหน้า LED เป็นลายเกล็ดที่ให้ความสว่างชัดมากขึ้นด้านล่างเป็นช่องระบายอากาศสีดำในชุดกันชนหน้าทรงสปอร์ตชิ้นเดียวกับกระจังหน้า พร้อมไฟตัดหมอกหน้า LED
ติดตั้งหลังคาซันรูฟแบบคู่ ทำให้หลังคารถรูปทรงเป็นหนึ่งเดียว เสาอากาศครีบฉลาม คิ้วขอบกระจกแนวโครเมียมตกแต่งสีตามตัวรถ กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวทรงสปูน ที่เปิดประตูดึงก้าน พร้อมประตูสไลด์ 2 ฝั่ง เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า คิ้วชายล่างกลมกลืนกับล้ออัลลลอยสีดำเข้มขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางจาก Yokohama Rubber’s “ADVAN V61”

ด้านท้ายมาพร้อมไฟท้าย LED แนวยาวพาดฝาท้ายบ่งบอกถึงความสง่างามลักชัวรีพร้อมสปอยเลอร์หลังทั้งชิ้นกลมกลืนกับฝาท้ายอย่างลงตัวและเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
ภายในมาแบบ 7 ที่นั่ง พร้อมผู้โดยสารแถว 2 จะได้ดื่มด่ำกับความสบายของเบาะ Captain Seat แบบ Zero Gravity พร้อมติดตั้งที่รองน่องปรับไฟฟ้า รวมถึงการใช้ TailorFit™ ซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ชนิดใหม่ที่มีความทนทานสูงและให้สัมผัสคล้ายกับหนัง NAPPA และเบาะนั่งแถวที่ 3 พับได้แบบ 50/50 แขวนติดเสา


จอแสดงผลคู่ขนาดใหญ่ 14.3 นิ้ว รุ่นแรกในเซกเมนต์ สำหรับผู้โดยสารตอนสอง ผสานข้อมูลผู้ขับขี่ และระบบอินโฟเทนเมนต์เข้าด้วยกัน พร้อมจอคู่หลังพนักพิงศีรษะด้านหน้าขนาด 12.8 นิ้ว
มีระบบปฏิบัติการ Google Built-in ช่วยให้เข้าถึงบริการต่างๆ ของ Google Automotive ได้อย่างราบรื่น รวมถึง Google Maps, Google Assistant และ Google Play Store
นอกจากนี้ยังเสริมความหรูหราด้วยระบบเสียงระดับพรีเมียมจาก Bose® พร้อมลำโพง 22 ตัว ให้คุณเพลิดเพลินกับเสียงเซอร์ราวด์ 3 มิติอันสมจริง และไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร Ambient Light ที่ปรับได้ถึง 64 สี ฯลฯ

ขุมพลัง e-Power เจนที่ 3
ทางด้านระบบขับเคลื่อน Nissan Elegrand รุ่นใหม่ เลือกใช้ ระบบขับเคลื่อน อีพาวเวอร์ รุ่นใหม่ คิดตั้งเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร รหัส ZR15DDTe VC-Turbo 3 สูบ สำหรับปั่นไฟให้กำลัง 140 แรงม้า แรงบิด 228 นิวตันเมตร
พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าล้อหน้า YM52 ให้กำลัง 205 แรงม้า แรงบิด 330 นิวตันเมตร และมอเตอร์ล้อหลัง MM45 ให้กำลัง 136 แรงม้า แรงบิด 195 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
Nissan เคลมว่าเมื่อทำงานร่วมกันจะให้แรงบิดสูงสุดมากกว่า 500 นิวตันเมตร ประหยัดน้ำมัน 16.8 กิโลเมตรต่อลิตร ตามมาตรฐาน WLTC
การติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ทำให้รถรุ่นนี้มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า e-4ORCE ปรับปรุงใหม่ล่าสุด พร้อมการขับขี่ 6 โหมด ทั้ง โหมด Comfort โหมด Sport โหมด Standard โหมด Personal โหมด ECO โหมด Snow มีระบบ e-Pedal Step ระบบเบรกและเหยียบคันเร่งในแป้นเดียว ต่างจาก e-Pedal ปกติที่เวลาถอนคันเร่ง ระบบเบรกจะทำงานแต่ไม่หยุดสนิท ต้องเหยียบเบรกอีกรอบ ซึ่งต่างจากแบบปกติที่หยุดรถทันที
มี ProPILOT รุ่นล่าสุด ควบคุมรถโดยไม่ต้องใช้มือเมื่อความเร็วต่ำกว่า 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีระบบ ProPILOT 2.0 ระบบช่วยขับขี่บนทางหลวงแบบแฮนด์ฟรี และช่วยเปลี่ยนช่องจราจร ช่วยให้การเดินทางระยะไกลสะดวกสบาย และเพลิดเพลินยิ่งขึ้น

มี ProPilot Park ช่วยถอยจอดรถอัตโนมัติโดยใช้ปุ่มเดียว ช่วยนำรถออกจากช่องจอดอัตโนมัติ กระจกมองหลังแบบดิจิตอล แสดงภาพสดจากกล้องความละเอียดสูงด้านท้ายรถมาที่หน้าจอกระจกมองหลังโดยตรงและตัดแสงอัตโนมัติในตัว
Nissan Elegrand 2026 เปิดราคาเริ่มต้น 6,897,000-7,579,000 YEN หรือราว 1,434,000-1,574,000 บาท เป็นราคาไม่รวมภาษีนำเข้าของไทย