เชื่อว่ามีคนสงสัยแบบผมไม่น้อย โตมากระบะดีเซลเกลื่อนเมือง
กระบะเบนซิน รู้จักคันเดียว Raptor
โชคดีผมเป็นคนกลางเก่ากลางใหม่ เลยพอจะทันทั้งสองยุค
จุดเริ่มต้นกระบะดีเซล เกิดขึ้นในช่วงปลายยุค 1970 (พ.ศ. 2521) เมื่อก่อน รถกระบะรุ่นปู่รุ่นพ่อ เป็นกระบะเบนซิน

ส่วนใหญ่ใช้เครื่องยนต์เดียวกับรถเก๋ง
เครื่องเบนซินอาจดีพอในรถนั่ง แต่กลับสร้างความหนักใจแก่ผู้ใช้
มันม้าน้อย แรงไม่พอ บรรทุกนิดหน่อยก็อืด
แซงสิบล้อแต่ละที มีภาวนาในใจ
ส่วนหนึ่ง มาจากย่านกำลังแรงบิดสูงสุดของเครื่องยนต์เบนซิน
จะอยู่ที่ 3,000–4,000 รอบต่อนาที
ต้องเหยียบลึก ลากรอบ คนไทยส่วนใหญ่กลัวเครื่องพัง มักไม่ชอบการลากรอบ
ระยะหลัง ผู้ผลิตเริ่มพัฒนาเครื่องยนต์เบนซินสำหรับกระบะ ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น
กำลังมากขึ้น มั่นใจมากขึ้น
แต่ก็กินน้ำมันดุขึ้น = ต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
อีกอย่าง เครื่องยนต์เบนซินยุคก่อนค่อนข้างเปราะ ใช้งานหนัก สามวันดีสี่วันไข้
สร้างความปวดหัวไม่น้อย
จนวันหนึ่ง มีคนเห็นว่า น้ำมันโซล่า (ดีเซล) ในไทยราคาถูก
มีแต่รถบรรทุกคันโตภาคขนส่งใช้
ถ้าปั้นรถกระบะเป็นรถเชิงพาณิชย์ ก็น่าจะตอบโจทย์
นี่คือจุดเริ่มต้นให้ Isuzu ส่งเครื่องยนต์ดีเซล C190
ขนาด 2.0 ลิตร 62 แรงม้า ลงในรถกระบะ Isuzu Faster

จนเป็นที่ฮือฮา
ทั้งในแง่ความประหยัด ทนทาน
และสร้างชื่อต่อมาในยุคเครื่องมังกรทอง 2.5 แจ้งเกิดในใจคนไทย
เครื่องยนต์ดีเซลมีข้อดีคือ ให้แรงบิดสูงในรอบต่ำ
ออกตัวง่าย เร่งแซงมั่นใจ
ประหยัดน้ำมัน
กรำงานหนัก แบกหามสบาย ทนยันลูกบวช ไม่จุกจิก
ตรงใจ “คนทำมาหากิน”
หลังจากนั้น รถกระบะในไทยทยอยเปลี่ยนเป็นดีเซล
จนรถกระบะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมคนไทย
ผมเด็กยุค 90 โตในรถกระบะแคป ใส่หลังคาแครี่บอยท้ายกระบะ เป็นห้องนั่งเล่นส่วนตัว
รถกระบะเป็นทุกอย่างให้ทุกคน จนคนชาติอื่นงง
ผมเคยได้ยินตำนานเล่าขานว่า
แจ๊ค เวย์ ผู้ก่อตั้ง GWM เคยมาเมืองไทยเมื่อหลายสิบปีก่อน

เห็นความนิยมกระบะของคนไทย เป็นแรงบันดาลใจให้เขาสร้างกระบะขายคนจีน
ด้วยความสงสัย เลยเคยเอ่ยถามผู้บริหาร GWM ชาวจีนในไทย
เขาก็ยืนยันว่า “เรื่องนี้จริง”
และต้องยอมรับว่า ทุกวันนี้
กระบะเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของ GWM
แต่ทุกครั้งเมื่อน้ำมันแพง กระบะเบนซินจะถูกปลุกคืนชีพ
ภาคขนส่งบางกลุ่มแก้ปัญหายุคน้ำมันแพง เอาไปดมแก๊ส
น้ำมันแพงคราวก่อน Vigo 2.7 เบนซิน และ Nissan 2.5 เบนซิน
ถูกทำมาขายเป็นระยะเวลาสั้น ๆ
แม้จะมีกระบะดมแก๊ส CNG เป็นทางเลือกจากโรงงาน
พอน้ำมันลงตลาดก็ไม่เอาเหมือนเดิม
คนไทยยอมรับว่าเครื่องยนต์ดีเซลเหมาะกับกระบะมากกว่า
ในหลายประเทศก็มีชุดความคิดเดียวกัน
เช่น ออสเตรเลีย อีกตลาดกระบะใหญ่ผูกปิ่นโตกับโรงงานในไทย และแอฟริกา
แต่ยุคนี้ เครื่องยนต์ดีเซลถูกท้าทายด้วยมาตรฐานไอเสียที่เข้มงวด
เหตุการณ์ Diesel Scandal ที่เคยเกิดในยุโรป
กำลังจุดประเด็นให้มันอาจต้องโบกมือลาไป

ในระหว่างการทำงาน เครื่องยนต์ดีเซลปล่อยไอเสียอันตราย 2 ตัว คือ
- ไนโตรเจนออกไซด์ หรือ NOx ปัจจุบันมีเทคโนโลยีลดความอันตรายได้พอควร
- ฝุ่น PM 2.5 จากกระบวนการสันดาปอย่างรุนแรงในห้องเผาไหม้
เมื่อบวกกับเครื่องยนต์ดีเซลที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
จึงยิ่งถูกจับตามองมากขึ้น
จนมีคนมองว่า เครื่องยนต์ดีเซลถูกตีตราวันหมดอายุไว้แล้ว
แต่ผมก็เห็นความพยายามต่อลมหายใจจากหลายผู้ผลิต
ให้ยังเป็นม้างานได้ในวันหน้า
โตโยต้าเริ่มขายกระบะดีเซล Mild Hybrid ในยุโรป
GWM แย้มดีเซลไฮบริดมาแน่ในอนาคต กำลังพัฒนาอยู่ ใกล้สำเร็จแล้ว
บางค่ายก็มองว่า เครื่องดีเซลไม่รอดแน่ ส่งกระบะ PHEV ลองใจลูกค้า
กระบะไฟฟ้าเริ่มมาเป็นทางเลือก อาจเหมาะกับสายไลฟ์สไตล์ใช้งานทั่วไป
อนาคต กระบะจะยังใช้เครื่องยนต์ดีเซลหรือไม่ เวลาจะเป็นคำตอบทุกอย่าง
วันนี้โลกอาจหมายหัวเครื่องยนต์ดีเซล ว่าเป็นตัวการก่อมลพิษสำคัญ
คนไทยไม่ได้เลือกใช้ กระบะดีเซล เพราะมันดีที่สุด
แต่เลือกเพราะ เราพิสูจน์แล้วว่ามันเหมาะสมที่สุด
จนผมอดสงสัยไม่ได้ว่า “อะไรจะมาแทนที่ “กระบะ” แบบที่เราคุ้นเคย”