Home » 25 ปี Nissan X-Trail ครอสโอเวอร์พร้อมลุย จากค่ายนิสสัน
บทความ สกู๊ปเด็ด

25 ปี Nissan X-Trail ครอสโอเวอร์พร้อมลุย จากค่ายนิสสัน

กระแสความนิยมรถยนต์อเนกประสงค์ทำให้รถยนต์หลายรุ่นก้าวเข้ามาในใจคนไทย

หนึ่งในรถอเนกประสงค์ที่ทำให้นิสสันมีตัวตนในใจคนไทย คือ “Nissan X-Trail” และวันนี้ มันมีอายุครบ 25 ปี นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในโลก

นิสสัน เอ็กซ์เทรล ไม่ใช่ เด็กใหม่ในซอย เพียงแต่ไม่ใช่รถที่คนไทยนิยมมากนัก ในความตั้งใจแรกของนิสสัน พวกเขาตั้งใจทำรถอเนกประสงค์สักรุ่นที่พาคนออกไปใช้ชีวิตกลางแจ้ง โดยไม่ต้องเป็น SUV

แม้ว่าปัจจุบันจะโดน Subaru Forester ขโมยซีน ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของพวกเขา ที่ขัดเกลาให้สามารถลุยได้จริงผ่านฟังชั่น X-Mode

แต่นิสสันไม่เคยยอมแพ้ในเรื่องนี้ พวกเขากลับมาปรับทิศทางสู่อเนกประสงค์ที่ขับสนุกขับสบาย มั่นใจ และยังคงลุยได้เหมือนเดิม

พร้อมลุยแต่เกิด

เส้นทางของ Nissan X-Trail เกิดขึ้นจากความตั้งใจของแบรนด์ ที่มองเห็นช่องว่าทางตลาดรถครอสโอเวอร์ลุยได้ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน

ชื่อ X-Trail ไม่ได้ตั้งขึ้นมาโก้ๆ นิสสันให้นิยามความหมายว่า X= extreme Sport การปลุกจิตวิญญาณในการเดินทาง ส่วน “Trail”หมายถึง เส้นที่ไปไกลกว่าถนน ทางออฟโรด ทางลุย

เมื่อรวมกัน X-Trail จึงเป็นรถอเนกประสงค์ ที่ตั้งใจให้มีจิตวิญญาณแห่งการลุย ไปพร้อมการเดินทางไปมากกว่าที่รถครอสโอเวอร์ธรรมดา จะมอบให้

เปิดตัวพร้อมลุย ในปี 2000

ความตั้งใจดังกล่าว นิสสันเอาฤกษ์เอาชัยในศตวรรษใหม่นำเสนอ รถครอสโอเวอร์ พร้อมลุย มุ่งมั่นในแนวคิดหลักว่า Tough Gear เปิดตัว Nissan X-Trail รุ่นแรกมาพร้อมกับรหัสตัวถัง T30

เจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นพ่อ อายุ 20-30 ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้ง เป็นสายกิจกรรมตัวยงวันว่าง

นิสสันมองว่า ปัญหาของรถยนต์ SUV ดั้งเดิม คือ ค่อนข้างจะกินน้ำมัน แม้ว่าคุณจะไม่ได้ใช้คุณสมบัติเรื่องลุยมันสักเท่าไร จึงตั้งใจเอา Pain Point ดังกล่าว มาตัดจบในรถครอสโอเวอร์คันนี้

ความโดดเด่นสำคัญ นอกจากการเลือกใช้เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ที่ประหยัดน้ำมันมากกว่า

คือการนำเสนอพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ ตัวรถที่ออกแบบมาทรงกล่อง พร้อมพื้นที่โดยสารตอนหลังใหญ่และมีช่วงเหนือหัวค่อนข้างสูง เป็นจุดขายหลัก

ทางนิสสันบ้านเรา ไม่ได้เอารถรุ่นนี้มาขายตั้งแต่แรกเริ่ม ส่วนหนึ่ง มาจากความพยายามเข้ามาทำตลาด ของบริษัท นิสสัน มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น ในยุค สยามกลการยังถือสิทธิ์ เป็นหัวเรือใหญ่การขาย

มีรายงานว่า ทางสยามกลการ เคยขอรถรุ่นนี้เพื่อเข้าทำตลาดในไทยแต่ไม่ได้รับการตอบรับจากบริษัทแม่ ในเวลานั้น(ตามข้อมูลจาก Wikipedia) ทำให้กว่าจะเข้ามาขาย ก็เป็นปี พ.ศ. 2548

ถือเป็นจังหวะนรกของการเปิดตัวรถอเนกประสงค์ ด้วยราคาน้ำมันแพง ความนิยมรถยนต์อเนกประสงค์เลยเสื่อมถอยจากสภาวะดังกล่าว

แถมรถที่นำเข้ามาขายในไทย ยังเป็นรถยนต์ที่ประกอบจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งคนไทยไม่ค่อยเชื่อใจรถประกอบจากโรงงานอินโดนีเซียอยู่แล้ว เป็นทุนเดิม ทำให้ Nissan X-Trail รุ่นแรก หาตัวจับได้ยาก

แต่จุดเด่นรถคันนี้ คือเรื่องพื้นที่โดยสาร ทางนิสสันยังคงความโดดเด่นไว้หลายเรื่อง เช่นในรุ่นปรับโฉม ใส่พวงมาลัยพับคอมาให้ลูกค้า เหมือนที่เราเคยเห็นเป็นของแต่งในรถซิ่ง ไม่มีใครคาดว่าจะมีประโยชน์ในรถอเนกประสงค์

ฟังชั่นนี้ทำมาเพื่อเพิ่มพื้นที่วางขาเพื่อให้เปลี่ยนรองเท้าได้ง่ายในรถ ถูกใจสายกิจกรรมหน้าหนาวอย่างมาก รวมถึงราวหลังคาที่ออกแบบมาพิเศษ Hyper Roof Rail ราวหลังคาชุดนี้ติดตั้งไฟเสริมทางด้านหน้า ใช้ส่องสว่างในยามทัศนวิสัยไม่เอื้ออำนวย

อย่างไรก็ดี ,​ไฮไลท์สำคัญ คือรถรุ่นนี้ โดยมาพร้อมโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อที่สามารถลุยได้จริง มาพร้อม 3 โหมดในการใช้งานคือ Auto ,ขับสอง และ Lock

ในฟังชั่น Lock ระบบจะล็อกกระจายกำลังหน้า-หลังที่ 57/43 ส่วนในยามขับสอง จะขับเคลื่อนล้อหน้า ทำให้ขับง่ายและปลอดภัย

นอกจากนี้ NissanX-Trail รุ่นนี้เป็นผู้นำในเรื่อง ครอสโอเวอร์เครื่องเทอร์โบ ในญี่ปุ่นและบางตลาดจะมีรุ่น “GT” พก เครื่องยนต์ SR20VET ให้กำลังขับสูงสุด 280 แรงม้า อินเตอร์คูลเลอร์วางบน พร้อมระบบวาล์แปรผัน Neo VVL ในวันที่กระแสนี้ยังไม่นิยม

T31 เวอร์ชั่นแก้มือตลาดไทย

แม้ว่าในไทยรุ่น 30 จะมีน้อยมากและไม่ได้รับความนิยม แต่หลังจากเคลียร์ประเด็นกับสยามกลการ ทางนิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ที่เพิ่งก่อนร่างสร้างตัวในช่วงนั้น ก็หวังว่าจะบุกตลาดด้วย X-Trail T31

อันนี้ที่จริง นิสสัน ประสบความสำเร็จ Nissan X-Trail ในหลายตลาดทั่วโลก จนเป็นขวัญใจสายกิจกรรมมาก่อน ซูบารุ

ตัวรถยังยึดแนวทางเดิมหนนี้เติมเต็มด้วยโหมดขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ALL MODE 4×4-i  มาพร้อมระบบ Yaw Movement Control นำเอาเซนเซอร์ต่างๆ อย่าง Angle sensors, yaw-rate sensors และ G sensors เข้ามาประมวลผล

นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบ ช่วยชะลอความเร็วลงบนทางลาดชัน และ ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน

สำหรับประเทศไทย รถรุ่นนี้ ยังคงเป็นรถนำเข้าจากประเทศอินโดนีเซีย น่าเสียดายนิสสันนำเข้ามาขายเพียงรุ่นขับเคลื่อนสองล้อไม่มีรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อมาขาย มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร และ ระบบเกียร์ CVT

ส่วนหนึ่งมาจากความนิยมรถครอสโอเวอร์ในไทย จาก Honda CR-V ซึ่งข้อมูลในการตลาดระบุว่า ลูกค้าไม่ได้นำไปลุยที่ไหนแค่ขับใช้งานทั่วไปในเมืองหรือเดินทาง

แต่หากมองลึกลงไป รถรุ่นนี้ไม่ถูกใจคนไทยนัก เนื่องจากผู้นำตลาดอย่าง ฮอนด้า เดิมเกมเปลี่ยนทิศทางครอสโอเวอร์ใหม่ สู่ภาพผสานความหรูหรา ทำให้รถสไตล์กล่องที่เป็นจุดขายของ X-Trail ถูกมองว่า ตกยุค สำหรับลูกค้าจำนวนมาก ไปโดยปริยาย

Nissan X-Trail T32 รุ่นนี้ประกอบไทย

มาถึงรุ่นยอดนิยมในไทย และทั่วโลก Nissan x-Trail T32 ถือเป็นรถรุ่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในตระกูล

รุ่นนี้สำหรับประเทศไทยถือเป็นรุ่นที่สำคัญ ทางนิสสัน มอเตอร์ ประกาศนำเข้ามาผลิตจำหน่ายที่โรงงานนิสสัน กม. 22 เป็นครั้งแรก หลังนำเข้าจากอินโดนีเซียมาสองรุ่น แล้วมีผลตอบรับไม่ดี

สาเหตุส่วนหนึ่ง ก็มาจากคนไทยไม่เชื่อในรถที่ประกอบจากอินโดนีเซีย นิสสันจึงลองปรับมาผลิตที่ไทยดูบ้าง ผลคือขายดีเกินคาด ยอดเดินหน้าดี จนเป้นยุคทองนิสสัน

จุดเด่นที่สำคัญในรุ่นนี้ คือการวางหมากปรับตัวเป็นอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ตามเพื่อนพ้องในคลาส หลังจากเกมนี้ทางค่าย เชฟโรเล็ตประเดิม ทำอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง แบบ 5+2 ออกมาขาย แล้วได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง สามารถสู้ PPV ได้อยู่

ส่วนเบาะนั่งตอนหลังยังพับ 40/20/40 เมื่อพับท่อนกลางลงมาจะได้ที่นั่งแบบพรีเมี่ยม ตอบการใช้งานของครอบครัว

ทางด้านเครื่องยนต์ มี ให้เลือก 2 รุ่น คือ 2.0 ลิตรและ ครั้งแรกที่แนะนำ 2.5 ลิตร เข้าทำตลาด (แต่ในตลาดโลกเป็นมาตรฐาน)เครื่องยนต์ QR25DE ไม่ใช่ของใหม่แต่เป็นครั้งแรกในไทยที่ ครอสโอเวอร์ จากนิสสัน มีเครื่องใหญ่กับเขาบ้าง

แถมระบบ 4X4-i ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตอนนี้ในฟังชั่นขับสี่ ปรับให้มีอัตรากระจายแรงบิดหน้า-หลัง 50/50 เสมือขอบสี่ลุยได้จริง

นิสสันเปิดตัวทำตลาด รุ่น T32 เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2557 ในราคาที่น่าสนใจโดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 1.172 ล้านบาท

Nissan-Xtrail-HB

ภายหลังมีการเปิดตัวรุ่นไฮบริดตามออกมา ก่อนวันนี้คนไทยจะรู้จัก e-Power และได้รับความสนใจจากลูกค้าพอสมควร เนื่องจากยังไม่เคยมีอเนกประสงค์ไฮบริดเข้ามาทำตลาดก่อนหน้านี้ แต่ภายหลังเริ่มมีรายงานเรื่องปัญหาในชุดเกียร์ จนทำให้ยอดขายเริ่มฝืดในช่วงปลายรุ่น

สำหรับเวทีโลกไฮไลท์ที่แท้จริงของ Nissan X-Trail คือการนำเสนอความชาญฉลาดในการขับขี่มากขึ้น ได้แก่ ระบบ Active Ride Control, Active Engine Brake และ Cornering Stability Assist ทำให้การขับขี่เหนือกว่า รถรุ่นอื่นในช่วงเวลาเดียวกัน

ในปี 2019 นิสสัน จัดการปรับโฉม NissanX-trail โดยจุดเปลี่ยนสำคัญ​คือติดตั้งเครื่องยนต์ 2.5 ลิตรเป็นมาตรฐาน ทำให้รถรุ่นนี้มาพร้อมความสปอร์ต พร้อมปรับปรุงช่วงล่างให้เหมาะสม

แต่รถรุ่นนี้ขายได้ไม่นานนัก เนื่องจากนิสสันต้องการกรุยทางให้รถรุ่นใหม่ ที่จะเข้ามาผลิตในโรงงานที่ประเทศไทย

นิสสันมีแนวโน้มจะแนะนำผลิตภัณฑ์รถอเนกประสงค์จากกระบะ Nissan Terra เข้ามาทำตลาดแทน X-Trail

ผู้เขียนเคยอยู่ในงานของนิสสัน และได้พูดคุยถึง การนำเสนอรถยนต์อเนกประสงค์ กับคนทำงานตำแหน่งการตลาดนิสสันในเวลาดังกล่าว ว่า ถ้าให้เลือกระหว่าง Nissan Terra กับ Nissan X-Trail ควรเลือกรถรุ่นไหนทำตลาดต่อไป

ทางผู้เขียนเลือก “Nissan X-Trail” คนเดียวในวงสนทนา ด้วยคนส่วนใหญ่มองว่าความนิยม ของรถอเนกประสงค์จากกระบะที่คนไทยคุ้นเคยในนาม PPV (SUV) มียอดขายดี และตรงความต้องการของคนไทยมากกว่า

สาเหตุที่ผู้เขียน ตอบตรงข้ามกับคนอื่น เพราะ รู้ถึงประวัติศาสตร์รถอเนกประสงค์ของนิสสัน สมัยยุค 90 ใน Nissan Terrano อีกประการ นิสสัน ทุ่มเดิมมาตลอด 10ปี ในเวลานั้นในรถที่พิสูจน์แล้วว่ามันขายได้ ณ วันที่ถามรถเอ็กซ์เทรลก็ขายได้ดี

แต่ที่ถูกลูกค้าต่อต้าน จนทำให้ยอดเดินไม่ดี เพราะมีประเด็นที่ควรจะต้องแก้ไขในรุ่นไฮบริด ซึ่งเป็นบทเรียนที่สำคัญที่ควรต้องก้าวข้ามผ่าน ไม่ใช่เปลี่ยนแนวทาง รวมถึงคู่แข่งระดับหัวแถวเพิ่งเปิดตัวรุ่นใหม่

แต่จากบทสนทนาวันนั้น จนวันนี้ มันพิสูจน์แล้วว่า นิสสัน ควรจะถือหาง Nissan X-Trail มากกว่า และมันพิสูจน์แล้ววันนี้

T33 สู่การยกระดับอีกขั้น

นิสสัน ไม่ได้จำหน่ายรถยนต์ Nissan X-Trail ในไทยมานานถึง 6 ปีเต็มหลังจากจบรุ่นเดิม และให้ Nissan Terra เป็นตัวชูโรงสำคัญ

ที่ผ่านมา นิสสัน ได้บทเรียนสำคัญว่า PPV เป็นตลาดสุดหินในไทย พอๆ กับรถกระบะ

ในปี 2025 ทางนิสสันตัดสินใจ นำ Nissan X-Trail กลับ โดยอาศัยคำว่า “คุณภาพและเทคโนโลยี” ที่เหนือกว่าเป็นตัวชูโรง

รุ่นปัจจุบัน นำเข้าจากโรงงานที่ประเทศญี่ปุ่น ใช้ระบบขับเคลื่อนใหม่ล่าสุด Nissan e-Power มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ All Wheel Drive ไฟฟ้าNissan e-Force ติดตั้งเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ พร้อมระบบแปรผันกำลังอัด

สมรรถนะการขับขี่ พูดได้ตามตรงเลยว่าไม่เป็นสองรองใคร ในกลุ่มครอสโอเวอร์ขับสี่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า

ส่วนภายในครบเครื่องเรื่องความพรีเมี่ยม ยังมาพร้อมเบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง หลังคาแก้ว และ เครื่องเสียงจาก Bose พร้อมหน้าจอการขับขี่และเชื่อมต่อ ขนาด 12.3 นิ้ว ทั้งสองจอ

รถรุ่นนี้วางจำหน่ายเพียงรุ่นเดียวในราคา 1.699 ล้านบาท ไม่ใช่ราคาที่แพง เมื่อเทียบกับคู่แข่งประกอบไทย ราคาแพงกว่าราวๆ 30,000 บาท เมื่อเทียบกับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อเหมือนกัน

นิสสัน เปิดเผยว่าที่จริง Nissan X-Trail รุ่นที่ 4 คือการกลับสู่ความตั้งใจในรุ่นแรก แต่ถูกยกระดับให้ทันสมัยมากกว่าจากเทคโนโลยี

และเพื่อฉลอง 25 ปี Nissan X-Trail ในญี่ปุ่น ทางนิสสัน ได้ดึง Nismo เข้ามาทำรุ่นพิเศษที่มีการปรับปรุงรายละเอียดการขับขี่ให้ตรงกับความต้องการของคนชอบขับรถจริงๆ และ ยังมีรุ่นพร้อมลุยจริงจังที่เรียกว่า “Rock Creek” เข้าทำตลาดด้วย

25 ปี Nissan X-Trail ครอสโอเวอร์พร้อมลุย ที่พกความทันสมัย

วันนี้ Nissan ชัดเจนแล้วว่า พวกเขาจะเลือกทำตลาด Nissan X-Trail ในประเทศไทย แม้ว่ามันจะไม่ได้ประกอบในไทยเนื่องจาก รถรุ่นนี้มาพร้อมเทคโนโลยีที่สูงขึ้น

แต่เมื่อเรามองย้อนไปในจุดเริ่มต้นของรถรุ่นนี้ จนปัจจุบัน ทางนิสสันได้วางหมากชัดเจน ถึงเป้าหมายของพวกเขา ในการพัฒนาครอสโอเวอร์พร้อมลุย

แม้บทเรียนในไทย จะหนักหนาสำหรับนิสสัน อยู่บ้าง แต่การกลับมาครั้งนี้ น่าจะทำให้นิสสันเข้าใจคนไทยมากขึ้น

คนไทยฉลาดเลือกซื้อรถ และมักเลือกสิ่งที่ดีที่สุด คุ้มที่สุด วันนี้รถรุ่นใหม่ ก็ตอบโจทย์นี้ ได้อย่างตรงตัว

เพียงแต่โจทย์ใหม่ในการทำตลาดวันนี้ ไม่ใช่ค่ายญี่ปุ่นด้วยกัน ยังต้องนึกถึงค่ายจีน ซึ่งบางค่ายก็มีของในระดับเดียวกัน แค่มันยังมาไม่ถึงไทย

จงอย่าประมาท…นิสสัน

อ้างอิงข้อมูลเพิ่มเติมจาก Nissan ,WikiPedia

บทความนี้นำเสนอครั้งแรกที่ Ridebuster.com

แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่

Comments are closed.