Nismo แถลงการปรับภาลักษณ์แบรนด์ครั้งใหญ่ในญี่ปุ่น จ่อบุกตลาด Complete Car ขายรถปีละ 150,000 คัน ในปี2028 พร้อมอาจขยายตลาดไปนอกญี่ปุ่น
นิสสัน มอเตอร์ และ นิสสัน มอเตอร์สปอร์ต แอนด์ คอสตอมไมส์ ประกาศ วันนี้ถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจใหม่ ของแบรนด์แรง Nismo โดยทางแบรนด์จะจับตลาดรถยนต์สำเร็จรูปมากขึ้นกว่าก่อน รวมถึงจะเข้าร่วมรายการแข่งขันต่างๆมากขึ้น

การปลุกปล้ำแบรนดืครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ใหม่ Re ที่ นิสสันเริ่มนำมาใช้ในการฟื้นองค์กร Nismo จะเป็นส่วนหนึ่งของแผนนี้ มาพร้อมกับ Motto ว่า “Road to track, track to road,” เพื่อยกระดับแบรนด์ให้มีความชัดเจน และจับใจลูกค้าที่สนใจมอเตอร์สปอร์ตมากขึ้น
ในเรื่องการแข่งขัน ทาง นิสโม่ จะเข้าร่วมรายการแข่งขันในระดับสำคัญ อาทิ Super GT , Fomular E และ รวมถึงการแข่งขันรูปแบบใหม่ อย่าง Super Taikyu ด้วย
เจาะตลาดหนัก เร่งเพิ่มยอด
ทางด้านการทำตลาด นิสโม่ จะเน้นในการพัฒนารถยนต์มากขึ้น โดยเฉพาะการวางจำหน่ายทั่วโลก จะมีจำนวนมากขึ้น จาก 5 รุ่น ในปัจจุบัน เป็น 10 รุ่นในอนาคต
รวมถึง ขยายกลุ่มตลาดที่น่าสนใจให้ครอบคลุมมากขึ้นในรถรุ่นใหม่ๆ ที่จะเข้าทำตลาดในอนาคต

ไม่เพียงเท่านี้ จะส่งมอบรถมากขึ้น จากปัจจุบัน ปีละ 100,000 คัน เป็นปีละ 150,000 คัน ในปี 2028 และ เพิ่มยอดจากการทำตลาดในต่างประเทศ จากปัจจุบันในสัดส่วน 40% เป็น 60%
ตลอดจนจะมองหาพาร์ทเนอร์ใหม่ๆ จากต่างประเทศ ในการขยายแบรนด์ไปยังตลาดอื่นๆ มากขึ้น
ในปีงบกประมาณ 2026 ทางนิสโม่ จะเริ่มแนะนำรถต้นแบบใหม่ ที่จะใช้สำหรับการแข่งขันมากขึ้น รวมถึงขยายการพัฒนาซอฟแวร์ และอุปกรณ์ สำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้เพื่อการแข่งขันมากขึ้นด้วย
ตลาดรีสโตร์ จะเติบโต
ทางด้านธุรกิจที่สำคัญอีกด้านของทาง นิสโม่ คือ กิจการทางด้านการซ่อมบำรุงรถเก่า หรือ Car Restroration ภายใต้ Heritage Program

ทางนิสโม่ ชี้ว่า ในปี 2032 จะมีการขยายตัวเป็น 1.2 ล้านล้านเยน จากปัจจุบัน 5,000 ล้านเยน
การเติบโตดังกล่าว จะมาจาก การนำเสอน ชิ้นส่วน , โปรแกรมรับซ่อมและปรับสภาพ รวมถึง การขายอะไหล่
โดยจะขยายจากปัจจุบัน ที่เน้นในกลุ่ม Nissan Skyline GT-R ไปเป็น รถรุ่นใหม่ๆ มากขึ้น และมีการขยายไปยังภูมิภาคใหม่ ๆ ที่น่าสนใจด้วย
ที่มา Nissan