ออสเตรเลียเป็นที่แรกของโลกเปิดตัว FORD BRONCO BASECAMP ในเวอร์ชันพวงมาลัยขวาอย่างเป็นทางการ


FORD BRONCO BASECAMP มาในร่างรถทรงกล่อง 5 ประตู นำเข้าจากจีน ในเมืองฝูซาน มณฑลหนานชาง ที่ร่วมกับพันธมิตรอย่าง Jiangling Motors Corporation (JMC)
หล่อดุตั้งแต่กระจังหน้าสีเข้ม พร้อมตราตัวหนังสือ BRONCO ขนาดใหญ่และเพิ่มตัวอักษร Ford มาด้วยขนาบข้างด้วยไฟหน้าทรงกลมแบบ LED และไฟเลี้ยวแบบ LED รวมถึงตัวรถที่ใหญ่ ดุดิบด้วยล้ออัลลอยลายเข้มขนาด 19 นิ้ว คิ้วขอบล้อสีดำ พร้อมหลังคายกไฟฟ้าและพนักพิงศีรษะเบาะหน้าพับอัตโนมัติด้วยระบบวันทัช ด้วยตัวรถมีมิติดังนี้
- ความยาว 5,025 มิลลิเมตร
- ความกว้าง 1,960 มิลลิเมตร
- ความสูง 1,815-1,840 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ 2,950 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ 2,510-2,630 กิโลกรัม
- ระยะต่ำสุดจากพื้น 220 มิลลิเมตร


ภายในมอบข้าวของครบครันทั้งหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 15.6 นิ้วรองรับ Infotainment พร้อม Apple CarPlay Android Auto รวมถึง “Off-road Logbook” ที่แสดงเส้นทางกว่า 20 เส้นทางที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันช่วยให้ผู้ใช้สามารถวางแผนการเดินทางผ่านระบบความบันเทิง SYNC ประมวลผลเร็วขึ้นด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 8255
เครื่องเสียงระดับพรีเมียม 21 จุดและซับวูฟเฟอร์ และกำลังขับ 1,000W กล้อง 360 องศารอบคัน มาตรวัดความเร็วดิจิทัล 8.8 นิ้ว พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ AR-HUD ขนาด 70 นิ้ว พร้อมหลังคาพาโนมาริกซันรูฟ มีตู้เย็นขนาด 7.5 นิ้ว ควบคุมอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -6° to 50° คาดมาในรุ่น Outer Banks


นั่งได้ 5 ที่นั่ง ปรับพับได้แบบ 60/40 มีพื้นที่ด้านท้ายก่อนพับเบาะ 497 ลิตร และมีอุปกรณ์เสริมเป็นเบาะรองนอนเพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนห้องโดยสารให้กลายเป็นเตียงนอนได้ เครื่องปรับอากาศแยกอุณหภูมิอัตโนมัติ พร้อมช่องแอร์ด้านหลังกันฝุ่น pm 2.5
ขุมพลังไฟฟ้าขยายระยะทาง EREV จากพื้นฐานเบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร 150 แรงม้า ทำหน้าที่ปั่นไฟ พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 49.9 kWh มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อนสี่ล้อที่ให้กำลัง 422 แรงม้า วิ่งไกลทั้งระบบ ประมาณ 800-900 กิโลเมตร (WLTP) หรือ (NEDC) ชาร์จได้ทั้ง AC และ DC 30-80% ภายใน 27 นาที
มาพร้อมระบบ V2L ในรูปแบบ Pro Power Onboard จ่ายไฟจากรถสู่อุปกรณ์ภายนอก ขนาด 6.6 kW ในรูปแบบปลั๊กเสียบซึ่งช่วยให้เจ้าของรถสามารถใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ได้ เช่น เตาแม่เหล็กไฟฟ้า เครื่องชงกาแฟ ไฟส่องสว่าง และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ เป็นออปชันมาตรฐาน

ช่วงล่างหน้าแบบปีกนกคู่ (Double-wishbone) และหลังแบบอิสระ 5 จุดยึด (Five-link) ในขณะที่รุ่นท็อปอย่าง Outer Banks จะมาพร้อมกับระบบล็อกเฟืองท้ายแบบกลไกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ลุยน้ได้ 600 มิลลิเมตร และความปลอดภัยด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ถุงลมนิรภัย 10 จุด กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
FORD BRONCO BASECAMP เปิดตัวรุ่นท็อป Outer Banks และมีรุ่นย่อยอื่นๆตามาโดยมาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานอย่างหลังคาแบบยกตัวได้ (pop-up roof) เปิดตัวและขายจริงที่ออสเตรเลียช่วงครึ่งปีหลังของปี 2027 ทางด้านเมืองไทยลุ้นให้ FORD นำเข้ามาขายอย่างเป็นทางการ