หลายปีที่อีซูซุ ลากเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตรใช้มานาน ในฐานะขุมพลังคู่ใจสายใช้งาน มีกำลังพอประมาณและตอบสนองได้จริง
แต่วันนี้เมื่อโลกเปลี่ยนไป อีซูซุ ต้องผันแปรตามการเปลี่ยนแปลง กว่าปีที่ทางอีซูซุ เลือกจะเปลี่ยนเครื่องยนต์ดีเซล 1.9 ลิตร มาเป็นเครื่องยนต์รุ่น 2.2 ลิตร แต่วันนี้ทางอีซูซุ ตัดสินใจในการพลิกตลาดอีกครั้งด้วยเครื่องยนต์รุ่นใหม่ ระบบเทอร์โบคู่
ผ่าขุมพลังใหม่
การประกาศขุมพลังใหม่อีซูซุ ในครั้งนี้ ทางบริษัทได้แนะนพเครื่องยนต์รุ่นใหม่ 2.2 ddi Max force ที่จะมาพร้อมกับระบบเทอร์โบคู่ครั้งแรกจากอีซูซุ
ตามข้อมุลที่ทางอีซูซ ส่งมอบให้เราแม้จะเป็นพื้นฐานเดียวกับเครื่องยนต์เทอร์โบเดี่ยว ที่มีในตลาด แต่ทางอีซูซุ มอเตอร์ มีการปรับปรุงขุมพลังตัวนี้ให้ตอบสนองในการใช้งานมากขึ้นในหลายส่วน

สามารถทำกำลังขับสูงสุด 204 แรงม้า สูงสุดที่ 3,600 รอบต่อนาที และทำแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ระนาบต่อเนื่องตั้งแต่ 1,600-2,600 รอบต่อนาที ส่งลงชุดเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Revtronic
การเบ่งพลังได้ขนาดนี้ จากเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร ถือเป็นการพิชิตขีดจำกัดของเครื่องยนต์บล็อกกลาง ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งหมด เป็นไปได้ จากการพัฒนาหลายส่วน
เริ่มจากการติดตั้งระบบเทอร์โบชาร์จ 2 ลูก ทำงานแบบซีเควนเทียลต่อเนื่องกัน อีซูซุสร้างความแตกต่างด้วยการผสมผสานติดตั้งระบบเทอร์โบชาร์จลูกเล็กแบบแปรผันได้ เพื่อให้เครื่องยนต์มีการตอบสนองไว ออกตัวคล่องแคล่วว่องไว
ส่วนลูกที่ 2 เป็นเทอร์โบปกติที่มีขนาดใหญ่กว่า รับช่วงต่อในจังหวะที่ต้องการแรงดันอากาศสร้างกำลังสูง จะรับตั้งแต่ช่วงรอบกลางไปยันรอบเครื่องยนต์สูงสุด ทำให้รู้สึกมีพลังต่อเนื่อง
อัพจ่ายน้ำมัน และกันตัวร้อน
เมื่อระบบเทอร์โบพร้อมสร้างกำลัง สิ่งสำคัญต่อมา คือการทำให้แหล่งพลังงานเพียงพอ ทาง อีซูซุ ชี้ว่า บริษัทได้พัฒนาระบบหัวฉีดใหม่ เรียกว่า Gi Boost ปรับขยายหัวฉีดจาก 8 รู เป็น 10 รู และสร้างแรงดันสูงสุด 250 เมกะปาสคาล
ไม่เพียงเท่านี่ยังปรับระบบหล่อเย็นใหม่ทั้งหมด ทั้งการไหลเวียนน้ำหล่อเย็นและน้ำมันเครื่อง เพื่อควบคุมการระบายความร้อนได้ดีขึ้น เพิ่มความมั่นใจในการใช้งาน
ตลอดจนยังปรับการออกแบบลูกสูบให้มีรูระบาบความร้อย และเพิ่มการเคลือบสาร ลดแรงเสียดทาน ทำให้การทำงานลื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ตามการเปิดเผยของทาง อีซูซุ เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ 2.2 Ddi MaxForce 2.2 Bi Turbo จะมีอัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม. ดีขึ้น 5 % และ 80-120 ก.ม./ช.ม. ดีขึ้น 12%
รวมถึงประหยัดน้ำมันมากขึ้น 8% ในสภาวพการขับนอกเมือง เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร รุ่นเดิมที่เคยวางจำหน่าย
โดยหากเปรียบเทียบอัตราประหยัด จากอีโค่สติ๊กเกอร์ที่เคยนำเสนอ ว่าที่เครื่องยนต์ดีเซลของอีซูซุ อาจจะมีอัตราประหยัดสูงถึง 6.0 ลิตร / 100 ก.ม. หรือราวๆ 16.47 ก.ม./ลิตร
ลองขับทดสอบ เบาๆ
ไม่กี่วันก่อนจะเปิดตัว ผมมีโอกาส เดินทางทั้งมารับทราบข้อมูล และลองขับเครื่องยนต์ ดีเซล 2.2 ลิตร เทอร์โบ 2 ลูก ใ นเบื้องต้น
อีซูซุ จัดเตรียมรถให้เราเป็นทั้ง Mu X และ D Max ให้เลือกขับ การขับวันนี้เรียกว่าเป็นการชิมลางสั้นๆ ในสนามทดสอบโดยมีให้เราลองทั้งในแง่การควบคุมตัวรถ และ ความสามารถของเครื่องยนต์


สถานีแรก เป็น สลาลอม เราขับไปตามเส้นทางที่กำหนด มีด่านให้ลองเรื่องการบังคับทิศทาง และการโคลงตัวของรถ
ผมเริ่มขับ Isuzu MU-X RS ก่อน ตัวรถมีการปรับหน้าทาปากเล็กน้อย แต่ที่อยากรู้คือเครื่องยนต์ใหม่มีดีแค่ไหน
ต้องย้อนความไปตอนต้นปีก่อนว่า ผมเองให้ความสนใจเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร ตรงมันให้ความรู้สึกเบาความคุมง่าย ตอนลองซัดเทอร์โบเดี่ยวจุดแข็งคือ รถให้ควบคุมง่ายเชื่องมาก
วันนี้พอเป็นเทอร์โบคู่ จะเป็นอย่างไร
ผมออกตัวในสนามผ่านวงเวียน ตามด้วยสลาลอม และเข้าโค้งต่างๆ
ถ้าเทียบกับที่เคยผ่านมือ อีซูซุ เครื่อง 3.0 ในตำนานมา เครื่องตัวนี้ ดูทำให้หน้าไว ตอบสนองดีกว่าเดิมอย่างชัดเจน
อาจจะด้วยการติดตั้งพวงมาลัยไฟฟ้า และ ช่วงล่างใหม่ Stiff Flex ที่เคยปรับปรุงมาแล้วก่อนหน้านี้ หันมาใช้โช๊คอัพแก๊ส ทำให้การควบคุมตัวถังใหญ่ๆของ รถอเนกประสงค์ Mu-X อยู่หมัด

จากจิมคาน่า ได้เวลาขับในสนามวงรีเล็ก ผมไม่พลาดที่จะหยุดนิ่ง แล้วออกตัววัดอัตราเร่ง
แม้ว่าจะไม่ใช่ในเส้นทางเราทำสถิติกันตามปกติ แต่จากที่จับอัตราเร่ง ด้วยเครื่องมือ V BoxRaceLogic เราทำ 0-100 ก.ม./ช.ม. ได้ ในเวลา 12.84 วินาที เป็นเวลาที่จัดว่า ค่อนข้างเร็ว สำหรับเครื่องบล็อกเล็กอัพแรงม้า
ผมขับ MU -X อีก รอบ ในสนาม ผมค้นพบว่า เวลาเราเติมคันเร่งลงไป ต้องการเร่งแซง เครื่องยนต์ตัวใหม่ ให้การตอบสนองทันท่วงทีจุ่มเป็นมามีพลัง แต่อย่าย่ำเยอะ ถ้าขับๆ แล้วค่อยๆ กด ไหลๆ แล้วไปต่อ เครื่องยนต์รุ่นนี้ ตอบสนองได้สบายเป็นไปตามต้องการ
ข้ามมีวีครอส รุ่นถัดมา ผมขับลงสนามทดสอบ ทันควัน ถ้าเทียบกับรุ่นเดิม V-Cross ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร กลับรู้สึกว่า รุ่นใหม่นี้หน้าเบาขึ้น ควบคุมง่ายขึ้นอย่างชัดเจนกว่ารุ่นก่อน
อัตราเร่งถ้าเทียบกับ Mu-X กระบะคันนี้เร็วกว่าราวๆ 0.5 วินาที มันทำอัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม. ในเวลา 11.3 วินาที เป็นตัวเลขจัดว่าเริ่มค่อนข้างเร็ว


แต่พอขับเครื่องยนต์ตัวนี้หลายรอบขึ้น กลับรู้สึกว่า บุคคลิกของมันไม่ใช่ความทรงพลังกล้ามใหญ่ แบบนักกล้าม ที่พร้อมเบ่งพลังออกมาแบบเครื่องยนต์ใหญ่ แต่เป็นเครื่องยนต์แบบนักวิ่ง ที่พร้อมสปรินช์เมื่อคุณกดคันเร่ง
สรุป Isuzu Maxforce 2.2 ดีเซล เทอร์โบคู่ .. ยกระดับศักยภาพ แต่ต้องรอพิสูจน์ตัว
หลังลองขับ สัมผัสเครื่องยนต์ใหม่ที่เตรียมออกมาให้สาวกได้จับจอง
ผมพูดอย่างเปิดอกว่า อีซูซุในวันนี้กำลังเปลี่ยนไป ไม่ใช่เพราะพวกถอดเครื่องยนต์ 3.0 ลิตรทิ้งไป
เครื่อง 3.0 ลิตร ยังมีอยู่ แต่ไม่ได้ทำหน้าที่ในฐานะรถนั่ง อีซูซุ เลือกสงวนไว้สำหรับรถที่ใช้งาหนักเชิงพาณิชย์จริงในรุ่น Spark และ Spaxe Cab บางรายการ

นี่คือการส่งสัญญาณว่า พวกเขามองอนาคตแล้วว่ากระบะ วันหน้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ ไปเครื่องใหม่ ส่วนกลุ่มแบกหามตอนนี้ใช้เครื่องเดิมไปก่อน เพราะเน้นทนทานเป็นสำคัญ
จากที่ขับ เครื่องยนต์ใหม่อาจไม่ได้มีบุคคลิปทรงพลังห้าวหาญแบบรถที่มาพร้อมเครื่องยนต์ใหญ่ แต่เป็นขุมพลังที่ขับแล้วมั่นใจติดเท้ากว่าแน่
ด้วยทั้งบุคคลิกการตอบสนอง ให้ความต่อเนื่องตั้งแต่ ออกตัว ไปจนช่วงกำลังสูงสุด เมื่อต้องการกำลังมีให้ใช้
แม้การเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหญ่มาใช้บล็อกเล็กเบ่งพลังสุดขั้ว อาจจะทำให้หลายคนกังขาเรื่องความทนทานในระยะาวที่ต้องรอวันพิสูจน์จากแบรนด์นี้
แต่นั่นหมายความถึง อีซูซุอาจตัดสินใจแล้วถึงทิศทางกระบะต่อจากนี้ ในยุคที่มาตรฐานไอเสียกำลังบีบคั้น
พวกเขาเลิกเป็นนักกล้าม หันมาเป็นนักวิ่ง มันอาจขัดใจสาวกหลายคนที่เห็นในอดีต แต่มันทำให้แบรนด์อยู่ต่อ และน่าจะครองใจลูกค้า ด้วยจุดเด่นสำคัญเทอร์โบคู่พลังสูง และยังประหยัดน้ำมันเหมือนเดิม