SUV ขนาดใหญ่ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ไม่ได้มีดีแค่เรื่องการพาครอบครัวเดินทาง แต่ยังต้องตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะ ความสะดวกสบาย
การมาของ Mitsubishi Pajero Super Exceed 4WD ทำให้ตลาดกลุ่มนี่คึกคัก ด้วยราคาท้าชน 1.999 ล้านบาท มันทำให้นึกได้ว่าในตลาดกลุ่มนี้ยังมีรถแนวคล้ายๆ กันอย่าง Ford Everest Platinum V6 และ GWM Tank 500 Diesel 3.0
ทั้งหมดเป็นรถที่น่าสนใจ โดยเฉพาะ ถ้ามองหาความสบายและความสามารถพร้อยลุย ไปพร้อมกัน
Mitsubishi Pajero Super Exceed 4WD
ปาเจโร่ เจ้าตำนานกลับมาครั้งนี้ในฐานะผู้ท้าชิงหลังหายไปนาน แนะนำตัวรถที่มาพร้อมความหรูหราทันสมัย ล้ำหน้า วางขับสี่เป็นรุ่นท๊อป มีราคาจำหน่าย 1,999,000 บาท

หน้าตาตัวรถออกมาในแนวทันสมัย ล้ำยุคกว่า SUV ทุกคนที่จ่ายมในเวลานี้ผสานศิลปะงานออกแบบและความประณีตแบบญี่ปุ่นไว้อย่างครบเครื่องทั้งภายนอกภายใน
พกความหรูหรามาครบครันหลายรายการ ตั้งแต่หลังคากระจกพร้อมซันรูฟ การใช้หนังมีคุณภาพทุกที่นั่ง เครื่องเสียงจากทางยามาฮ่า
หัวใจสำคัญของรถรุ่นนี้คือเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ

ฟังชั่นขับเคลื่อนสี่ล้อก็ไม่น้อยหน้าด้วยระบบ Super Select 4WD II ที่สามารถตอบสนองในทางลุยได้มี ระบบล็อคเพลากลาง ทำให้สามารถเลือกส่งกำลังขับแปรผันเหมือน AWD ได้ เพียงแค่บิดไปตำแหน่ง 4H
พร้อมกันนี้ยังได้ระบบ AYC ติดปลายนวมมาด้วยเพื่อให้ความมั่นใจ ช่วยควบคุมตัวถัง และติดตั้งโช๊คอัพ Monotube มาหใ้เพื่อพร้อมในการลุย
จุดที่ผมคิดว่า รถรุ่นนี้ทำได้ดีหลังจากลองขับ คือความสามารถในลุย โดยเฉพาะช่วงล่างหรือระบบกันสะเทือนที่ออกความนุ่มสบายในการลุยทางฝุ่นชัดเจนและดีกว่ารถในกลุ่มเดียวกันทุกรุ่น รวมถึงโหมดการขับขี่มีทั้งหมด 7 โหมด ให้ใช้แต่ต้องทำความเข้าใจวิธีการใช้งาน ยังไม่ User Friendly นัก


แต่เมื่อกล่าวถึงพลังขับ ต้องยอมรับว่า มันค่อนข้างจุบจิบแรงน้อยสุดกว่าใครในคลาสระดับราคาเดียวกัน และแถมการใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็ก
รวมถึงช่วงล่างยังมีข้อควรพิจารณา โดยเฉพาะใครที่แทบไม่เคยแตะทางดิน เวลาขับบนถนนคอนกรีต จะมีอาการเต้นเบาๆ ทำให้รู้สึกไม่สบาย เวลาโดยสารและขับขี่ ซึ่งทางถนนคอนกรีตในไทยก็มีไม่น้อย
แต่ในแง่ขนาดห้องโดยสารสามารถโดยสารได้สบายทั้ง 7 ที่นั่ง ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทีดีขึ้นมาก เมื่อเทียบกับอดีตอย่าง Pajero Sport
Tank 500 ดีเซล 3.0
ทางด้านแบรนด์จีน กลุ่มนี้มี Tank 500 3.0 ดีเซล มีรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้ออกมาในราคา 1,719,000 บาท ในช่วงเดือนสิงหาคม

หลังแบรนด์ ตัดสินใจ ยุติรุ่นไฮบริดที่ทำตลาดมายาวนาน โดยยกรุ่นนี้มาเป็นรุ่นท๊อปออพชั่นทดแทนรุ่นเดิม
หน้าตาตัวรถเรียกว่าเหมือนเดิมทุกประการ แล้วจับเอาระบบบันไดไฟฟ้า มาใส่ในรถรุ่นนี้ติดตั้ง ล้อ 20 นิ้ว ซึ่งรถรุ่นนี้ออกแนวคล้ายกับรถลุยวันวานในอดีต มีการใช้เรือนร่างที่ให้ความรู้สึกหรูหราพรีเมี่ยม
ภายในมีการปรับชุดจอภาพใหม่ให้ขนาดใหญ่ขึ้นระบบปฏิบัติการใหม่ มีแผนที่ในตัว เบาะนั่งปรับไฟฟ้า คอพวงมาลัยปรับไฟฟ้าเป็นต้น
ทางด้านการขับขี่มาพร้อมจุดเด่น เครื่องยนต์ 4 สูบ 3.0 ลิตร ที่มีกำลังมากที่สุดในตลาดวันนี้ เครื่องยนต์ตัวนี้ เป็นคนละบล็อกกับ 2.4 ลิตร มีการพัฒนาใหม่หลายรายการ จนมีกำลังขับสูงสุด 231 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตรพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด

ส่วนระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออาจไม่ได้หวือหวามาก แต่มีโหมดการขับขี่ให้ใช้ และมีลูกเล้นอย่าง Off Road Cruise control โหมดการลุยที่สามารถวัดระดับความลึกระดับน้ำได้ เป็นต้น
เท่าที่ขับสัมผัส รถคันนี้เด่นตรงการเก็บเสียงทำมาดีมาก ที่จริงมันดีเท่าปาเจโร่เลย แถมที่นั่งในการโดยสารยังสบาย ช่วงล่างเซทใหม่เน้นความมั่นใจสบาย เครื่องยนต์ขับทางไกลรอบเดินเบาและนิ่งมาก แถมประหยัดน้ำมัน ขับจริงนั่ง 2 คน ได้อัตราประหยัดราวๆ 14.0 ก.ม./ลิตร ที่ความเร้ว 90-105 ก.ม./ช.ม.
เวลาลุยก็ค่อนข้างนิ่ม แต่ยังไม่เท่าปาเจโร่ มีความพร้อมในการบู้ในระดับน่าพอใจ
ถ้าจะถามว่าข้อเสียของรถรุ่นนี้คืออะไร .. คือมันน้ำหนักตัวเยอะ ตัวใหญ่ดูอุ้ยอ้ายโดยเฉพาะ เวลาขึ้นลงเขา เข้าโค้งต่อเนื่อง จุดนี้ ปาเจโร่ทำได้ดีกว่ามาก
อีกอย่างทางเลือกสีน้อยมาก และการให้กระจังหน้าโครเมี่ยมใหญ่ๆ ยังดู สว.ไป อาจถูกใจ คนชอบทรงลุง สำหรับลูกค้าบางกลุ่ม
แต่ถ้าเอาสมรรถนะ การลุย การขับ ไม่ขี้เหร่เลยครับ
Ford Everest Platinum V6
ทางด้านค่ายอเมริกัน อาจทะลุ 2 ล้านไป แต่ผมเชื่อว่ าถ้าคุณดูรถลุยล้านปลาย มันอยู่ในสายตาอย่างแน่นอน
ฟอร์ด เอเวอร์เรส ตัวท๊ป โดดเด่นด้วย เครื่องยนต์ดีเซล V6 3.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยวกำลังขับสูงสุด 250 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร พร้อมชุดเกียร์ออโต้ 10 สปีด

ถือเป็นเครื่องยนต์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่มีตลาดในประเทศไทยแล้ววันนี้
ในแง่พลังขับ พูดภาษาชาวบ้าน เจ็บแต่บ แถมความเป็นเครื่องยนต์ V6 เรียบนิ่ง แรงบิดตอบสนองดีทันใจ เสียก็แต่เวลาต้องเซอร์วิสก็อาจจะเจ็บหนักหน่อย
นอกจากนี้ รถรุ่นนี้ยังให้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ All Wheel Drive มา มีระบบ 4A หรือขับสี่อัตโนมัติ ให้มาตอบโจทย์การขับขี่มากขึ้นกว่าในคลาสเดียวกัน
นอกจากนี้ ยังมีโหมดการขับขี่ให้มา 6 โหมด โหมดลุยก็มีแต่อาจไม่มากนักเพราะ ลูกค้าคงไม่ได้เอาไปลุยหนักงานโหดมากขนาดนั้น
ส่วนตัวรถ Everest รุ่นนี้มีการพัฒนาระบบกันสะเทือน เซทสมดุลรถใหม่ เพือให้ความสบายสูงสุด

รุ่นนี้เคยทดลองขับในช่วงเปิดตัวแรกๆ วันนี้ อาจจะมีการปรับออพชั่นฟังชั่นไปบ้างในรุ่นใหม่ที่เปิดตัวออกมาล่าสุด เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา
แต่ในมุมตัวรถเท่าที่เคยสัมผัส เป็นรถที่นิ่งขับดีทรงพลัง เสียงเครื่องเบา รู้สึกสบายกทุกครั้งที่ได้ขับหรือโดยสาร
พลังขับเหลือเฟือ เร่งไปกดเป็นมา รถคันใหญ่ขับมั่นใจ

ข้อเสียเดียวคือ อัตราประหยัดแอบโหดหน่อย เนื่องจากเป็นเครื่องยนต์ V6 การกินน้ำมันเท่าที่เคยขับไม่สูงกว่า 12 ก.ม./ลิตร ทำให้คนที่มองว่าอยากได้ความประหยัดอาจไม่ตอบโจทย์
แต่ถ้ามองหารถ SUV ที่สบายที่สุดเท่าที่มีตลาดวันนี้ Everest V6 ยังเป็นรถที่ยากจะหาตัวจับ หรือใครเทียบเคียงได้
ส่วนงานออกแบบ รุ่นล่าสุด ปรับให้ทันสมัยมากขึ้นแล้ว มีสีใหม่ Oilve Green และสไตล์ ที่ดูสปอร์ตขึ้นกว่า รุ่นที่ผมเอง เคยลองขับ น่าใช้มากขึ้น
สรุป การเปรียบเทียบ Ford Everest Platinum V6 Mitsubishi Pajero Super Exceed 4WD vs Ford Everest Platinum V6 vs GWM Tank 500 Diesel 3.0
ก่อนจะพูดถึงบทสรุปของรถทั้ง 3 รุ่น ขอทำตารางให้ดูว่า รถรุ่นนี้ในปัจจุบัน ราคาเท่าไรบ้าง
รายการ Mitsubishi Pajero Super Exceed 4WD Ford Everest Platinum V6 4WD GWM Tank 500 Diesel 3.0 4WD ราคาจำหน่ายอ้างอิง 1,999,000 บาท 2,294,000 บาท 1,719,000–1,749,000 บาท เครื่องยนต์ ดีเซล 2.4 ลิตร 4 สูบ ดีเซล 3.0 ลิตร V6 ดีเซล 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 204 แรงม้า 250 แรงม้า 231 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร 600 นิวตันเมตร 620 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติ 8 จังหวะ อัตโนมัติ 10 จังหวะ อัตโนมัติ 9 จังหวะ ระบบขับเคลื่อน 4WD 4WD 4WD
เมื่อพิจารณาจากราคา ขุมพลัง และรายละเอียดระบบขับเคลื่อน รถทั้งสามรุ่นมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน
Mitsubishi Pajero Super Exceed 4WD — ทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการความสมดุล
Pajero มีเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร ให้กำลัง 204 แรงม้า พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Super Select 4WD-II และ S-AWC
ใน 3 ตัวเลือกที่เรานำมาเปรียบเทียบมัน มีพลังขับน้อยที่สุดและจากที่ลองอัตราเร่งพอสังเขป 0-100 ก.ม./ช.ม. จะอยู่ในเวลา ราวๆ 13 วินาที
มันไม่ใช่รถที่แรงจัด และอาจไม่ประหยัด เพราะพลังขับน้อยก็ต้องแบกน้ำหนักเพิ่ม แม้ผมยังไม่มีคำตอบเรื่องนี้ในการใช้งานจริง แต่น้ำหนักตัวยย่อมมีผลกับพลังขับแน่นอน
ความโดดเด่นผมให้ 2 เรื่อง คืองานออกแบบ ความเป็นญี่ปุ่นจ๋าๆ และ ช่วงล่างที่ดีที่สุดในทางลุย และกลุ่มรถอเนกประสงค์ล้อ 20 นิ้ว
ราคา 1.999 ล้านบาทได้ขับตำนาน และความภูมิใจของญี่ปุ่นมันก็ฟังดูคุ้มอยู่เหมือนกัน
Ford Everest Platinum V6 4WD — ทางเลือกสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับสมรรถนะ
ทางด้าน Everest มีเครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร กำลัง 250 แรงม้า และแรงบิด 600 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ เป็นจุดขาย
นี่คือดีเซลใหญ่ที่สุดในตลาด หนึ่งเดียว วี 6 สมรรถนะทันใจ แต่ต้องแลกกับความประหยัดน้ำมัน แต่กับการใ ช้งานเดินทางไกลวิ่งยาวๆ นี่คือรถที่เยี่ยมที่สุดรุ่นหนึ่งที่ผมเคยขับ

พลังขับเหลือเฟือ ช่วงล่างเซทมานุ่มแน่นนั่งสบาย โดยเฉพาะบนถนนทางเรียบ แต่ทางลุยเท่าที่สัมผัส อาจยังไม่นุ่มเท่าปาเจโร่ คงด้วยการเน้นการเป็นรถลุยสายใช้งานเดินทางมากกว่า
ลูกค้าจ่ายซื้อรถราคา 2 ล้านกว่าบาท คงไม่ใช่ได้ใช้ชีวิตเปื้อนฝุ่น ขับลุยบุกป่าฝ่าดงมากนัก
GWM Tank 500 Diesel 3.0 4WD — ของครบเข้าถึงง่าย
ในส่วนค่ายจีน Tank 500 3.0 มอบกำลัง 231 แรงม้า แรงบิด 620 นิวตันเมตร พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่มีเกียร์ทดต่ำและระบบล็อกเฟืองท้ายไฟฟ้าหน้าและหลัง

เท่าที่ขับ บุคคลิกจะคล้ายกับ Everest แต่ช่วงล่างยังเซทไม่ลงตัวเท่ากับทางฟอร์ด แต่ถ้าเทียบกับรุ่นไฮบริด มันนั่งสบายขึ้นเยอะแล้ว
จุดที่ต้องพิจารณาเรื่องหนึ่ง คือ GWM พัฒนารถออกมาบนพื้นฐานจากรุ่นเดิม ทำให้บางอย่างอาจไม่ลงตัว
จุดที่ผมรู้สึกว่า รถรุ่นนี้ยังทำได้ดีกว่านี้อีกอย่าง คือเบาะนั่งตอนหลัง มันน่าจะทำให้สบายกว่านี้ได้ โดยเฉพาะในเรื่องขนาดของตัวเบาะ โดยเฉพาะที่รองนั่ง
มันมีความสบายแล้ว แต่ถ้าเทียบกับอีก 2 คัน Tank ยังมีการบ้านต้องไปขบคิดอีก
ส่วนช่วงล่าง ขับบนถนน ดีกว่าปาเจโร่ แต่ ทางลุยดีพอๆ กับ Everest อาจไม่ได้นุ่มสบาย แต่อยู่ในระดับรับได้
เมื่อเทียบทั้ง 3 คัน ถ้าจะถามว่าใครคุ้มที่สุด
ใช่ครับ ด้วยราคาฟังชั่นออพชั่น พลังขับ Tank 500 3.0 อาจทำให้มองข้ามมันไปไม่ได้
แต่เมื่อลองขัขเสร็จสรรพ มันก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดี โดยเฉพาะสำหรับใครที่ไม่ได้ลุยทุกวัน
กลับกัน ถ้าคุณมองหา รถ 1 คัน ขับมั่นใจ ยืนยันว่าทนทานแน่ ไม่ใช่มุนษย์บ้าพลัง ไปกับครอบครัว ชอบเที่ยวป่าเที่ยวดอย
ปาเจโร่ คือรถที่คุณไม่ควรมองข้าม เพียงเพราะกำลังขับมันเล็ก
มันยังมีดีอีกอย่าง คือภาษีประจำปีไม่แพง แต่นั่นต้องแลกกับพลังขับที่จุบจิบไปเล็กน้อย เทียบกับคู่แข่งในยุคนี้
Ford Everest Platinum – เติมเงินอีกนิดเพื่อความเป็นที่สุด
ส่วน Everest V6 เป็นรถสำหรับ คนที่ต้องการเป็นที่สุด เครื่องแรงที่สุด นุ่มทีสุด นั่งสบายที่สุด
กับทางลุยเป็นอย่างไร ผมอาจยังตอบไม่ได้ เพราะไม่เคยเอามันไปคลุกฝุ่น แต่มันเองก็ทำออกมาพร้อมสำหรับการลุยในระดับหนึ่ง มีโหมด ลูกเล่น พร้อมกับการขับขี่
แต่สำหรับคันนี้ คุณต้องจ่ายเพิ่มอีกนิด หากก็ได้ความที่สุด จากอเนกประสงค์สายลุย ที่พกความหรูสไตล์อเมริกัน มาอย่างจัดเต็ม
ภาพรวม รถทั้ง 3 รุ้นมีดีเด่นต่างกันไป แต่จุดขายเดียวกัน คือการเป็นรถที่มั่นใจได้ในการใช้งาน มีความหรูหรา และ พร้อมสำหรับทุกเส้นทางที่ต้องไป
การกลับมาของปาเจโร่ ต้องพิสูจน์ตัวเอง ชื่อเสียงจากตำนาน จะช่วยให้ยอดเดินดีหรือไม่ ผู้บริโภควันนี้เปลี่ยนไป และทางเลือกสำหรับลูกค้า ก็ไม่เยอะมาก