5 เหตุผล ทำไมทั่วโลก ยังไม่เชื่อว่า รถยนต์ไฟฟ้า สะอาดรักษ์โลก

แบ่งปันเรื่องนี้

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า รถยนต์ไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle  ถูกพูดถึงมากขึ้นในฐานะนวัตกรรมการขับขี่ยุคใหม่ ที่สอดคล้องกับการลดภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน คำโฆษณาที่ทำให้ให่คุณรู้สึกว่า มีส่วนหนึ่งในการรักษ์โลก ทำให้คนเชื่อว่าและซื้อหาพวกมัน หากคนจำนวนมากยังไม่เชื่อในเรื่องดังกล่าวมำเท่าไรนัก

เมื่อเร็วๆนี้มีการวิจัย ออกมาว่า คนส่วนใหญ่ยังเชื่อมัน่นในรถยนต์สันดาปภายในมากกว่ารถไฟฟ้า ถึงหลายคนจะรู้สึกงงๆ ที่คลื่นลูกใหม่ รถยนต์ไฟฟ้า น่าจะก้าวมาอยู่ในความคิดของหลายคน หากการเติบโตของรถยนต์กลุ่มนี้ ก้มีข้อกังขาในหลายเรื่อง ที่ทั่วโลก แม้แต่นักวิชาการและนักอุตสาหกรรมยานยนต์หลายคน ยังไม่แน่ใจว่า มันจะเป้นอนาคต อย่างที่หลายคนคิดหรือ เปล่า และยังไม่ชัวร์ว่ามันสะอาดรักโลกจริงหรือไม่

1.ขั้นตอนการผลิตที่มีค่าคาร์บอนสูง

ทุกขั้นตอนการผลิตรถยนต์ มีการปล่อยไอเสีย ซึ่งในภาคอุตสาหกรรมเรียกว่า ค่าคาร์บอน ปัจจุบัน บริษัทรถยนต์ชั้นนำให้ความสำคัญเรืองนี้อย่างมาก และเป็นโจทย์สำคัญที่ทำให้ รถยนต์ไฟฟ้ายังเป็นที่กังขาอยู่

ในขณะที่การผลิตรถยนต์ปกติ มีการใช้งานคาร์บอนในระดับที่นักอุตสาหกรรม พอจะมีหนทางลดและควบคุมพวกมันได้ เนื่องจากทำมาอย่างยาวนาน รถยนต์ไฟฟ้า เป็นคนละเรื่อง โดยเฉพาะขั้นตอนการผลิตแบตเตอร์รี่ ที่มีความซับซ้อนสูง เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการใช้งาน

มีรายงานจาก  ICCT   ที่ศึกษา เรื่อง ผลกระทบการผลิตแบตเตอร์รี่ออกมาในปี 2017  ระบุว่า แบตเตอร์รี่ที่ผลิตใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า พบว่า มีการปล่อยค่าไอเสียค่อนข้างมาก จากกระบวนการนี้ แบตเตอร์รี่ 1 กิโลวัตต์ชั่วโมง จะปล่อยคาร์บนในกระบวนการผลิต 200-250 กิโลกรัม

ยกตัวอย่างเช่น  Nissan  Leaf   มีแบตเตอร์รี่ ลิเธียมขนาด 40 กิโลวัตต์ จะปล่อยคาร์บอนในการผลิตแบตเตอร์รี่รวม 200X 1000 (เปลี่ยนหน่วยเป็นกรัม) และ คูณปริมาตรแบตเตอร์รี่  เท่ากับ กระบวนการผลิตจะปล่อยไอเสีย 8 ล้านกรัม ในการผลิตแบตเตอร์รี่ 1 ชุด แม้ว่าอาจจะน้อยกว่านี้ เมื่อนับว่า โรงงานมักจะผลิตเป็นจำนวนมากๆ

แต่ถ้านำตัวเลขดังกล่าวมาเทียบกับ รถยนต์อีโค่คาร์ เฟส 2 ในไทย ที่ปล่อยไอเสียมากที่สุด 100 กรัม ต่อกิโลเมตร จะพบว่า ในขณะที่ขั้นตอนการผลิต รถยนต์ไฟฟ้า ติดหนี้ค่าคาร์บอนไปแล้ว 8 ล้าน นั่นเท่ากับ รถอีโค่คาร์ที่วิ่งใช้งานมาแล้ว 80,000 กิโลเมตร ทันที ตั้งแต่ผลิต (นี่ยังไม่นับการผลิตชั้นส่วนอย่างตัวถัง มอเตอร์ และอื่นๆ )

2.ไฟฟ้าที่สะอาดไม่จริง

เป็นเรื่องที่ถกเถียงมานาน ในแง่มุมของระบบไฟฟ้าที่นำมาป้องให้รถยนต์ไฟฟ้าใช้ ที่จริง ณ วันแรกที่รถยนต์ไฟฟ้า เริ่มวางจำหน่ายจริงจัง ทุกคนรู้สึกดีว่า รถยนต์ไฟฟ้า ไม่ปล่อยไอเสีย ออกมาจากปลายท่อ มันฟังดูดีมากๆ

จนกระทั่ง มีคนลงไปศึกษาว่า ปัญหาของการใช้ไฟฟ้าในการชาร์จ อาจจะไม่สะอาดอย่างที่หลายคนคิด เนื่องจากระบบไฟฟ้ามีที่มาในแต่ละประเทศ ไม่เหมือนกัน ในกรณีที่ไฟฟ้าผลิตจากพลังงานเชื้อเพลิง ถ่านหิน ,แก๊ส น้ำมัน ไม่น่าจะนับว่าเป็นพลังงานสะอาด เนื่องจาก ที่โรงงานไฟฟ้าต้องสันดาปปล่อยไอเสียเหมือนเดิม เพียงแค่เทียบกับการใช้เครื่องยนต์แล้ว มันปล่อยต่ำกว่าระดับที่รถยนต์ไฮบริดก็ยังยากจะทำ

Tesla V3 Superchargers

แต่มันไม่สะอาดรักษ์โลกอย่างแท้จริง นั่นทำให้หลายค่ายผู้ผลิต ยังประวิงเวลาในเรื่องการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจกามีการพัมนาเทคโนโลยีอื่นที่พร้อมจะทำให้สะอาดมากกว่านี้อีก

3.การกำจัดแบตเตอร์รี่ที่ยังไม่ชัดเจน

รถยนต์สันดาป เมื่อสิ้นอายุการใช้งาน ก็เป็นเพียงซากเศษเหล็ก ปัจจุบันรถส่วนใหญ่สามารถนำกลับไปทำลายได้แทบจะ70-80%  ของชิ้นส่วนทั้งหมด

กลับกันรถยนต์ไฟฟ้า สามารถทำได้แบบเดียวกัน เพียงแต่มีกระบวนการปัญหาสำคัญในเรื่องแบตเตอร์รี่ ที่ต้องกำจัด และทำลายอย่างถูกต้อง และกระบวนการนี้ ก็สร้างมลภาวะด้วยเช่นกัน ในการทำลายที่ต้องใช้กระบวนการพิเศษ

ในขณะที่ผู้ใช้ไม่กังขาในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากมองว่ายังไม่ถึงในอนาคต แต่ในภาคอัตสาหกรรม กลับตื่นตัวอย่างมาก เพรา ถ้ารถยนต์ไฟฟ้ามีจำนวนเยอะขึ้น จะต้องมีการกำจัดแบตเตอร์รี่เกิดขึ้น ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่อง่ายๆ เลยในกระบวนการดังกล่าว

4.ธาตุในแบตเตอร์รี่ ก่อให้เกิดการทำเหมือง มโหราฬ

ส่วนประกอบรถยนต์ต่างๆ ล้วนต้องมีที่มาไม่มีเวทมนต์ในการสร้างใดๆ แร่ธาตุ อย่างเหล็ก ทองแดง ล้วนต้องมีการขุดขึ้นมา แต่ปัจจุบัน แร่ที่สำคัญบางตัวสามารถนำกลับมาผ่านกระบวนการแล้วป้อนเข้าสู่โรงงานได้อีกครั้ง เพื่อผลิตรถยนต์คันใหม่

แร่ใหม่ๆ อย่าง โคบอลต์, ลิเธียม ,แมงกานีส ทั้งหมดที่นำมาเป็นส่วนประกอบแบตเตอร์รี่ ต้องผ่านกระบวนการทำเหมือง เพื่อหาแร่มาป้อนโรงงาน

คุรก้น่าจะรู้ว่าการทำเหมืองก่อมลภาวะเยอะพอสมควร นี่เรากำลังพูดถึงเพียงราวๆ 1-2%  ของรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายในวันนี้ ลองจินตนาการว่า เราต้องขายรถยนต์ไฟฟ้าจำนวนมาก กระบวนการทำเหมือง จะต้องมากขนาดไหน เป็นคำถามที่นักสิ่งแวดล้อม มองย้อนถึงรถยนต์ไฟฟ้าว่า จะเรียกว่า รถยนต์พลังงานสะอาดได้จริงหรือไม่

5.กระบวนการขนส่ง ที่ปล่อยไอเสียมากกว่า

การซื้อรถยนต์สักคัน ถ้าจะเอาให้ถึงแก่นว่าสะอาดดมากแค่ไหน ก็ต้องไปดูที่มาของรถ ปัจจุบัน รถยนต์ไฟฟ้า ยังถูกผลิตอย่างจำกัดในหลายประเทศชั้นนำ อาทิ อเมริกา , จีน ,ญี่ปุ่น เอาเป็นว่า มีเพียงไม่กี่ที่ ที่มีโรงงานผลิตรถยนต์ฟ้าจริงจัง

การไม่มีสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ นั่นหมายความว่า รถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่ของคุณ จะต้องถูกขนส่งมาจากประเทศต้นทาง ซึ่งในขั้นตอนการขนส่งส่วนใหญ่ ก็ยังใช้เครืองยนต์สันดาปอยู่ อาทิ รถบรรทุก, รถไฟ และ เรือเดินทะเล แม้ตัวรถยนต์ไฟฟ้า อาจจะไม่ได้ปล่อยไอเสียในขั้นตอนนี้

หากก็มีส่วนร่วมในการปล่อยไอเสีย ซึ่งมากกว่า รถยนต์สันดาปปกติ ที่ผลิตจากโรงงานในไทย และส่งมอบไปยังโชว์รูมปลายทางในระยะที่ใกล้กว่า ถึงหลายคนจะโต้แย้งว่าเวลาขนส่ง เขาก็ส่งมาทีหลักหลายร้อยคัน ไม่ได้ส่งทีละคัน ก็เฉลี่ยๆ หารกันไป

ข้อเท็จจริงก็เป็นสิ่งไม่ตายว่า รถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่ของคุณ ก่อมลภาวะในการขนส่งเพิ่มมากขึ้นกว่า เนื่องจากต้องส่งมาไกลข้ามประเทศ หรือ ซีกโลก 

มาถึงตรงนี้รถยนต์ไฟฟ้า ฟังดูเจ๋งเป็นนวัตกรรมประหยัดรักษ์โลก หากหลายคนก็ยังกังขาในเรื่อง ความสามารถในการลดการปล่อยไอเสีย ช่วยโลกนี้ไว้ได้จริงๆ หรือไม่ นั่นเป็นสิ่งที่คุณควรคิดไตร่ตรองดีๆ ก่อนจะตัดสินใจ ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในวันหน้าครับ

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments