เหตุใด รถกระบะเบรกหลัง ยังใช้ ดรัมเบรก ทำไมไม่เป็น ดิสก์เบรก 4 ล้อ

แบ่งปันเรื่องนี้

รถกระบะ มีการพัฒนาก้าวไปไกลมากในหลายเรื่องในปัจจุบัน แต่สัญลักษณ์ หนึ่งที่ดูจะเป็นของติดตั้ง รถกระบะ นอกจาก กระบะท้าย , ช่วงล่างแหนบแผ่นซ้อน ก็เห็นทีจะเป็นระบบ ดรัมเบรก หลัง แล้วทำไม ไม่ใช้ ดิสก์เบรก 4 ล้อ

นั่นน่าแปลก เมื่อมองย้อนว่า รถกระบะสมัยนี้ใช้เครืองยนต์สมรรถนะสูง บางรุ่นมีกำลังเครื่องทะลุุ 200 แรงม้า น้ำหนักรถก็มากขึ้น และระบบเบรกเป็นเรื่องของความปลอดภัยในการขับขี่ พื้นฐานที่มีความสำคัญมากในการห้ามรถ ให้อยู่หมัด มากพอๆ กับที่มันเร่งได้เร็ว

อัตราเร่ง 10.4-11 วินที กลางไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับรถกระบสมัยนี้ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ที่มีกำลังขับ 190 ไปจนถึง 200 กว่าแรงม้า แต่เราต้องยอมรับว่าส่วน วิศวกรกลับไม่ได้ปรับปรุงในกระบะสักเท่าไร ก็คือระบบเบรก ที่ยังเป็น ดรัมเบรก มานาน เพียงขยายใหญ่มากขึ้น แล้วเพิ่มขนาดสูบเบรกหน้าให้มากและโตขึ้นกว่าเดิม เพื่ออำนาจการสั่งหยุด คงสงสัยว่าทำไม ไม่แก้เบรกหลังให้ ตอบสนองเร็วสั่งหยุดทันใจ เหมือนรถเก๋งที่เพียงคัน 8-9 แสน ก็มี ดิสก์เบรก4 ล้อ มาให้มั่นใจ ทุกครั้งที่อยู่หลังพวงมาลัย

ระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ เป็นที่ยอมรับโดยวิศวกรทั่วโลกว่ามันมีประสิทธิภาพในการหยุดกว่าดรัมเบรก ดยเริ่มจากการติดตั้งที่ล้อหน้า จน ระยะหลัง เริ่มแนะนำติดตั้งล้อหลัง ด้วยจุดเด่นในการตอบสนองเร็ว ช่วยให้ระยะหยุดสั้นลง กว่าการใช้ หน้าดิสก์หลังดรัม

แต่ทำไม รถกระบะ ยังให้เบรกหลังเป็นดรัมอยู่ ทั้งที่เครื่องยนต์พัฒนาจนมีกำลังขับมหาศาล

จริงอยู่ที่ระบบเครื่องยนต์ดีเซลสมัยใหม่ มีกำลังมากขึ้น แต่ที่เพิ่มขึ้นพอๆ กันนั่นคือน้ำหนักเปล่าตัวรถ และ ความสามารถในการบรรทุก ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ก่อนอื่น ต้องบอกตามตรงว่า รถกระบะ เป็นรถที่ถูกเกิดมาใช้งาน ในความเป็นจริง รถกระบะต้องใช้สำหรับการบรรทุกของที่มีน้ำหนักมาก และโดยส่วนใหญ่ไม่ได้ขับรถเร็วมากนัก

ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่วิศวกร มักจะคำนึงถึง ความสามารถครอบคลุมการใช้งาน ความทนทานในการใช้งาน และความง่ายต่อการบำรุงรักษา ที่สำคัญ จะดีมากหากค่าบำรุงรักษาต่ำ ช่วยลูกค้าประหยัดในการใช้รถ

จะว่าไปทั้ง 3 ข้อที่กล่าวมานั้น ตรงกับ คุณลักษณะในการใช้งานของระบบดรัมเบรก มันเพียงพอในการใช้งาน มีความทนทาน ผ้าเบรก บางครั้งสามารถอยู่ได้นาน หลายหมื่นกิโลเมตร พลังเบรกที่ใช้คุณลักษณะการกางก้ามปูออกไปทางด้านข้าง ทำให้ความสามารถในการหยุดที่ดีเยี่ยม ยิ่งรวมกับน้ำหนักบรรทุกที่ใส่เข้ามายิ่งทำให้ยิ่งได้การห้ามล้อลดความเร็วดีขึ้น

ตลอดจนพลังเบรกหลังในรถกระบะไม่ได้จำเปHนมาก เนื่องจากไม่ใช่รถที่ทำความเร็วสูง หากเบรกหลัง ทำงานเร็วหรือหนักแน่นในระหว่างการใช้งานมากไป ด้วยความเป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง และท้ายเบา หากเบรกหลังแรงไปในยามไม่บรรทุก หรือบรรทุกไม่มาก อาจเสียการทรงตัวได้

และที่สำคัญ ดรัมเบรก เป็นระบบเบรกที่ใช้สืบเนื่องมานาน ช่างที่ไหนก็ซ่อม ดูแลรักษา ได้ทั้งนั้น จึงเรียกว่า เป็นระบบที่ลงตัวที่สุดในการใช้งาน

กระบะ ดิสก์ 4 ล้อ ก็มีแต่แค่ไม่นิยม

แม้ว่าวันนี้กระบะทุกยี่ห้อ จะใช้ระบบเบรก แบบ หน้าดิสก์ หลังดรัมเบรกอยู่เหมือนเดิม แต่ก้ใช่ว่าไม่มีมีความพยายามเปลี่ยนแปลง มาใช้ระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ ในรถกระบะเลย

ปัจจุบัน Ford Ranger Raptor เป็นรถกระบะรุ่นเดียวในตลาดวันนี้ที่หันมาใช้ระบบ ดิสก์เบรก 4 ล้อ เนื่องจาก ถูกออกแบบให้เป็นกระบะ สมรรถนะสูง ตอบสนองการใช้งานทั่วไป ไม่ได้เน้นการบรรทุก เป็นกระบะ เพื่อการพักผ่อนตัวจริง

ก่อนหน้าที่ฟอร์ด จะให้ ดิสก์เบรก 4 ล้อ ก็มี กระบะจากค่าย Foton , Foton Tunland เคยนำเสนอระบบ ดิสก์เบรก 4 ล้อ มาให้ ในรถรุ่น 4 ประตู ที่บริษัท วางจำหน่าย ด้วยความตั้งใจ นำเสนอความสามารถทางด้านความปลอดภัยมากขึ้น กว่ากระบะรุ่นอื่นในตลาด โดยเลือกนำเสนอ เฉพาะรุ่น 4 ประตูเท่านั้น

อนาคตอาจเปลี่ยน กระบะดิสก์ 4 ล้อ ไม่ไกลเกินจริง

เมื่อมองไปยัง อนาคตรถกระบะ ก็ต้องยอมรับว่า มีแนวโน้มสูง ที่รถกระบะ จะเปลี่ยนไปใช้ระบบดิสก์เบรก4 ล้อ ในอนาคตมากขึ้น ส่วนหนึ่ง มาจาก เครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูงขึ้น ทรงพลังมากขึ้นกว่ารุ่นเดิมที่วางจำหน่ายในตลาดปัจจุบัน

แบรนด์หนึ่งที่ดูจะเป็นผู้นำเรื่องนี้คือ Ford ที่มีแนวโน้มว่า Ford Ranger 2022 ที่จะออกมาในอนาคต จะนำเสนอระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ ในรุ่นไฮเอนด์ และคาดว่า อาจจะเป็นในกลุ่ม Wildtrak เนื่องจาก รถกระบะที่ใช้สำหรับการเดินทาง หรือ ใช้ท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ไม่ได้บรรทุกหนัก และส่วนใหญ่ ขับเร็ว ต้องการความมั่นใจในการขับขี่มากที่สุด

มีรายงานว่า ตอนถ่ายภาพแอบถ่าย ช่างภาพ เห็นว่ารถทดสอบบางรุ่น มีระบบดิสก์เบรก 4 ล้อมาให้ และถ้าฟอร์ดให้มาในอนาคต รถระดับท๊อปของกระบะ ก็อาจจะให้มาเช่นกัน

ถ้าถามว่ากระบะ จำเป็นแค่ไหนสำหรับระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ ในมุมของเรา มันจำเป็นสำหรับ กระบะ 4 ประตู ที่ไม่ได้เน้นการบรรทุกหนัก ต้องการพลังในการห้ามล้อให้เทียบเท่าความสามารถของเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้น ส่วนรุ่นเริ่มต้น อาจจะยังเป็น หน้าดิสก์ หลังดรัม เนื่องจากเป็นรถสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ ไม่ได้ขับรถเร็ว

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments