รถ Toyota  ทำไม โคตร!!! ทน…

ถ้าจะซื้อรถสักคัน เน้นเรื่องความทนทานในการใช้งาน เชื่อเลยว่า ทุกคน จะต้องพูดชื่อแบรนด์รถยนต์  Toyota   ออกมาในทันที

รถโตโยต้าเป็นรถที่ขึ้นชื่อลา ในเรื่องความทนทาน ราวๆ กับมันยันหนังเหนียว ฆ่าไม่ตายกันง่ายๆ จนหลายคนให้ความวางใจ ในการใช้งาน วันนี้เราลองมาดูกันว่า ทำไม รถ Toyota   ถึงเป็นรถที่ทนทานมากที่สุด จนคนทั่วไป ชื่นชอบมัน และทำให้พวกเขา มีชื่อเสียงในเรื่องนี้

1.ไม่แนะนำเทคโนโลยีใหม่เร็วเกินไป ประการแรกที่สำคัญ ถ้าคุณสังเกต รถยนต์ยี่ห้อ  Toyota  ให้ดี จะพบว่า ส่วนใหญ่ รถโตโยต้า จะไม่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ หวือหวา มากจนเกินไปนัก แม้จะดูไม่เกี่ยวกัน ทว่านั่นทำให้ โตโยต้าสามารถควบคุมความทนทานของรถที่พวกเขาผลิตได้

Yaris
โตโยต้า ไม่เร่งแนะนำเกียร์ CVT เข้าสู่ตลาดจน กระทั้งเปิดตัว Toyota Corolla เป็นรุ่นแรก ก่อนจะช้เวลา อีก 2ปี ขยายเข้าสู่รถยนต์นั่งขนาดเล็ก

สาเหตุที่ไม่แนะนำเทคโนโลยีใหม่แกะกล่องในทันที บางทีรอให้เจ้าอื่นใช้ไปก่อน 4-5 ปี ค่อยแนะนำ ส่วนหนึ่งก็เพื่อศึกษาความทนทานในการใช้งาน เทคโนโลยีนั้นๆ ระยะยาว จากรถคู่แข่ง และนำปัญหา มาแก้ไข หรือหาแนวทางการปรับปรุงวิศวกรรมให้ดีขึ้น ก่อนแนะนำออกสู่ตลาด

ในกรณีนี้ เช่น กรณี เกียร์  CVT   โตโยต้า ออกมาขายหลังเพื่อสุด แนะนำครั้งแรกใน  Toyota Yaris  ในขณะที่นิสสันขายมานานหลายปี แม้จะฟังดูช้าเกินการณ์ ทว่าทั้งหมดนั้น เพื่อศึกษาความทนทานด้วยส่วนหนึ่ง หรือ กรณีระบบไฮบริด ก็มีพัฒนาและขายในกลุ่มเล็กๆ ก่อนที่มันจะได้รับความนิยม

2.ดึงมือดีร่วมงาน ถ้าคุณสังเกตให้ดี โตโยต้าเป็นบริษัทที่ค่อนข้างฉลาดในการพัฒนา พวกเขาดึงมือดีเข้ามาร่วมงาน ความเชี่ยวชาญจากพันธมิตร นี้ก็เป็นอีกตัวแปรสำคัญ ที่ทำให้รถโตโยต้า มีความทนทานอย่างน่าเหลือเชื่อ และมันใจได้ทุกครั้งที่ขับขี่

กรณีสำคัญ คงไม่พ้น การให้พันธมิตร ยามาฮ่า เข้ามาพัฒนาฝาสูบ และระบบวาล์วให้ เช่นใน เครื่องยนต์รหัส   JZ   อันเลื่องชื่อ การให้ผู้เชี่ยวชาญทำงานที่พวกเขาถนัด ทำให้โตโยต้าได้องค์ประกอบในงานวิศวกรรม ทั้งความสามารถในการทำงาน และแน่นอน บริษัทเหล่านี้ก็ไม่อยากทำให้เสียชื่อเสียงแก่ตัวเอง ด้วยจึงสร้างสิ่งที่ดีที่สุดออกมา และนั่นรวมถึงความทนทานในการใช้งาน

Toyota 86 Subaru BRZ

จนปัจจุบนัน จากชิ้นส่วนขยายสู่รถ เป็นรุ่นๆ อาทิ การร่วมมือกับ ซูบารุ ในการพัฒนารถยนต์  Toyota GT 86 หรือ ร่วมมือ  BMW  สร้าง  Toyota Supra  ใหม่เป็นต้น

3.พยายามควบคุมการผลิตชิ้นส่วน ถ้าคุณอยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนที่มีจำนวนมากมายหลายหมื่นชิ้น ถูกทำขึ้นมาสำหรับรถหนึ่ง แน่นอนว่า การใช้ผู้ผลิตชิ้นส่วนภายนอก อาจจะสร้างปัญหามากกว่า เป็นประโยชน์ เพื่อตัดปัญหา สายการผลิตชิ้นส่วน และควบคุมคุณภาพไปในตัว โตโยต้า มักพยายามพัฒนาชิ้นส่วนที่มีความสำคัญเอง เช่น คุณ อาจจะเคยเห็นเทอร์โบชาร์จ ของโตโยต้า มาก่อน ทั้งที่มี ผู้ผลิตเทอร์โบภายนอกมากมาย  หรือ ชุดเกียร์ในรถบางรุ่นก็พัฒนาขึ้นมาเอง เพื่อให้ได้ความทนทานในการใช้งานตามต้องการ มากกว่า ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังทำแบบนี้อยู่ ไม่ได้อาศัยคู่ค้าทั้งหมด

 

4.ใช้ Common Part  เยอะ การใช้ชิ้นส่วนเดียวกัน อาจจะฟังดูประหลาดกับความคิด แต่นั่นเป็นทางหนึ่งที่ทำให้ รถโตโยต้าความทนทานอย่างน่าเหลือเชื่อ เพราะชิ้นส่วนที่ใช้ร่วมกัน มักจะเป็นชิ้นส่วนที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีความทนทานในการใช้งานจากลูกค้า และมันทำให้งานวิศวกรรมง่ายขึ้นไม่ต้องมาทดสอบความสามารถของชิ้นส่วนต่อไปอีก

ในกรณีที่เห็นได้ชัดในไทย คือ เครื่องยนต์ไฮบริด 1.8 ลิตร ที่แนะนำมาตั้งแต่  Toyota C-HR, Toyota Corolla  มาจนถึง  Toyota Corolla  Cross   ซึ่งที่จริงหลายคนอาจไม่ทราบ มันใช้ใน  Toyota Prius   มาก่อน แล้วมีการปรับปรุงมาเรื่อย นั่นทำให้มันหมดเรื่องความกังขาของความทนทาน ชิ้นส่วน

5.พัฒนาให้ดีขึ้นตลอดเวลา รถยนต์ไม่ได้เพียงดีขึ้นแค่ตอนวิจัยและพัฒนาออกมาขายเท่านั้น พวกมันสามารถดีขึ้นทางด้านคุณภาพได้ในระหว่างการผลิตอีกด้วย

โตโยต้า จะมีหลักการที่เรียกว่า Kaizen   หรือ   Change for better  พัฒนาให้ดีขึ้นตลอดเวลา แม้แต่กับในสายการผลิตรถเอง ถ้าชิ้นส่วนไหนไม่พอดีในขั้นตอนการประกอบ ก็ไม่ใช่ว่าจะยัดเขาไปเพียงอย่างเดียว คนงานได้รับอนุญาตให้หยุดสายการผลิต เพื่อตรวจสอบถึงปัญหาในการประกอบ เพื่อทำให้ชิ้นส่วนนั้นทำงานได้มีประสิทธิภาพที่ควรจะเป็น บางครั้งอาจหมายถึงการปรับปรุงชิ้นส่วนด้วยซ้ำไป

 

6.ไม่ทำรถที่มีความซับซ้อนเกินไป ถ้าคุณใช้รถ Toyota   อย่าแปลกใจที่รถดูเหมือนจะไม่มีอะไรหวือหวานัก เมื่อเทียบกับรถยี่ห้ออื่นๆ แต่นั่นคือเรื่องที่ดีในแง่การทำรถออกมาให้ทนทาน อะไรที่ซับซ้อนมากไป อาจไม่ใช่เรื่องดีนัก

การทำให้รถมีความเรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้เป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง ที่ทำให้ โตโยต้า ทรงตัวเรื่องความทนทานได้เป็นอย่างดี เช่นบางค่านอาจจะบอกคุณว่ารถที่คุณใช้น้ำมันเครื่องต้องเปลี่ยนหรือยังด้วย เซ็นเซอร์ แต่โตโยต้าอาจไม่มีระบบนี้แล้วให้คุณใช้ไม้วัดมือเลอะ ทว่านั่น ก็เป็นหนึ่งในวิธีการทำให้รถมีความทนทานด้วย เพราะไม่มีระบบที่ซับซ้อนเกินไปนัก

7.เรียกตรวจสอบและเรียนรู้  ใครที่ผ่านยุคปี 2000 ปลายๆ จะเห็นว่า โตโยต้าต้องเรียกตรวจสอบหรือ  Recall   รถ Toyota จำนวนมากที่วางจำหน่ายให้กับลูกค้า ในขณะที่หลายคนมองว่ารถโตโยต้า คุณภาพแย่ลง ในความเป็นจริงนั่นคือการพัฒนาคุณภาพสินค้าต่างหาก

การเรียกตรวจสอบ เกิดขึ้นเพื่อแก้ไขชิ้นส่วนที่มีปัญหา หรือความผิดพลาดที่อาจจะเกิดจากกระบวนการผลิตชิ้นส่วน หรือขั้นตอนการผลิต ไม่ว่าปัญหานั้นเกิดจากอะไร การเรียกตรวจสอบเป็นกระบวนการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

แน่นอน พวกเขาไม่ได้เรียกเข้าไปเปลี่ยนชิ้นส่วนเฉยๆ ทีมวิศวกรจะเรียนรู้จากข้อผิดพลาดดังกล่าว ปรับปรุงแก้ไขชิ้นส่วนในรถล็อตต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้อีก

8.ปรับปรุงเพื่อดีขึ้น หลักการ  Kaizen  จากสายการผลิต ไม่ได้ใช้แค่ในกระบวนการผลิตเท่านั้น แต่โตโยต้ายังนำมาใช้กับกระบวนการพัฒนารถด้วย เพื่อให้ประสิทธภาพ และคุณภาพที่ดีที่สุด

การปรับปรุงชิ้นส่วนต่อเนื่องนี้ทำช่วยเพิ่มความสามารถในการใช้งาน ทางกลับกันหมายถึงคุณภาพที่ดีขึ้นด้วย ยกตัวอย่าง  Toyota   เคยกล่าวในช่วงแรกๆ ที่เปิดตัว  Toyota Hilux Revo   ว่า พวกเขาปรับปรุงแชสซีเดิมจาก   Vigo   ไม่ได้ พัฒนาแชสซีใหม่ ในขณะที่หลายคนมองว่า นี่ทำให้โตโยต้าทำกำไรมากขึ้น โยไม่จำเป็นทว่าในทางกลับกัน เรื่องคุณภาพ และความทนทานของแชสซี ก็ดีขึ้นจากการปรับปรุงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

 

ดังนั้นถ้าสรุป ว่าทำไม  Toyota ทนทานนักหนา จะเห็นได้ว่า มีหัวใจหลักๆ ไม่กี่ข้อ คือ

  1. ไม่ทันสมัยเกินไป
  2. ปรับปรุงตลอดเวลา
  3. แก้ปัญหาทันทีที่พบข้อบกพร่อง
  4. ใช้ความเชี่ยวชาญจากผู้ผลิต และพันธมิตร
  5. ปรับปรุงและเรียนรู้ที่จะแก้ไข

ทั้งหมดทำให้ วันนี้ไม่น่าแปลกใจ ที่หลายคนมั่นใจในคุณภาพ รถยนต์  Toyota  ถึงจะไม่ได้เลิศในสมรรถนะ แต่วางใจได้ทุกครั้งที่สตาร์ทรถขับออกไปบนถนน ครับ

บทความนี้ เป็นข้อมูลของทางทีมงาน  Ridebuster.com ห้ามทำซ้ำ หรือนำไปเผยแพร่ ในช่องทางอื่น โดยไม่ได้รับอนุญาต

 

 



Comments

comments