ทำไม แบรนด์ Tesla เป็นที่จดจำในเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า

แบ่งปันเรื่องนี้

นาทีนี้ เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก รถยนต์ไฟฟ้า นวัตกรรมในการขับขี่ยุคใหม่ ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า หลายคนอาจจะอยากได้ รถแบบนี้ แต่เมื่อถามว่าจะซื้อรถอะไร น่าแปลกส่วนใหญ่จะตอบว่า  .”Tesla” ทั้ง ๆ ที่ก็มีรถยนต์ฟ้าอีกมากมาย จากหลายแบรนด์ ให้เลือกสรรค์

เทสล่า กลายเป็นที่จดจำของหลายคนในฐานะบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า ไปแล้ว แม้ว่าจะมีรถยนต์อีกหลายยี่ห้อผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า เช่นกัน  ก็ไม่อาจเทียบรัศมีการรับรู้ของผู้คนได้ว่า รถยนต์ไฟฟ้า ถ้าจะซื้อ ต้อง เทสล่า เท่านั้น ทั้งที่มีราคาแพงหูฉี่ จนคนไม่อาจเอื้อม กลายเป็นฝันกลางวันของคนชั้นกลาง และ คนรุ่นใหม่จำนวนมาก ที่มองเป้าว่า สักวันฉันจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้า

จุดเริ่มต้นของ Tesla  ถ้าใครไม่ทราบมาก่อน เกิดจกาวิศวกรชาวอเมริกัน 2 คน มาร์ติน อี เบอร์ฮาร์ด , และ มาร์ แทปเพนนิ่ง ก่อนที่เอียน ไวร์ท จะเข้ามาเป็นพนักงานในบริษัทคนที่ 3 นั่นคือก่อนที่พวกเขา จะไปหา อีลอน มัสก์ แล้วขอทุนทำธุรกิจมาได้ 6.5 ล้าน ดอลล่าร์สหรัฐ และเป็นเขาที่ในที่สุดก็เข้าครองกิจการ เทสสล่า อย่างที่เรารู้จักในวันนี้

เป้าหมายสูงสุดของบริษัทตั้งแต่แรกเริ่ม  คือการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าให้เป็นที่ประจักษ์ในตลาดโลก เป้าหมายนี้เริ่มตั้งแต่ราวๆ ปี 2006 และบริษัท เปิดตัวรถสปอร์ตขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า   Tesla Roadster   รุ่นแรกในปี 2007   ฐานะ รถสปอร์ต ขับเคลื่อนด้วยระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า

การมาของเทสล่า ยังไม่ค่อยเป็นที่ประจักกับวงการอุตสาหกรรมยานยนต์เท่าไรนัก แต่เป็นที่รับรู้ในอเมริกา และหลายตลาดทั่วโลกว่า  Tesla   เป็นแบรนด์รถยนต์แรกที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าวางจำหน่าย และพวกเขาไม่ขายรถสันดาปปกติเลย

ฝันของบริษัท ในเรื่องการเป็นแบรนด์รถยนต์รายรกที่ผลิต และวางจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า พังลงในปี 2010 เมื่อ  นิสสัน เปิดตัว   Nissan LEAF   รถยนต์ไฟฟ้า แบบ   Mass Market  รุ่นแรก ออกมาและพร้อมส่งขายทั่วโลก ได้รับความนิยมจากลูกค้าในกลุ่มยุโรป

ขณะที่เทสล่า ตัดสินใจยึดหัวหาดในอเมริกา เป็นสำคัญ ความสำเร็จในการเข้าถึงตลาดทุน อย่าง Nasdaq   ในปี 2010 และสามารถเปิดตัวในตลาดด้วยม^ลค่าสูง เท่าๆ กับ ฟอร์ด เมื่อปี 1956 

การสร้างประวัติศาสตร์ครั้งนั้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ บริษัทเป็นที่รู้จักกว้างขึ้นในหมู่ชาวอเมริกา รวมถึงคนทั่วโลก ทั้ง ๆ ที่มีรถยนต์เพียงรุ่นเดียวคือ  Tesla  Roadster   วางขาย

Tesla ขายดีที่สุดในนอร์เวย์

เทสล่าส่งรถรุ่นที่ 2 วางขายในปี 2012 ในรุ่น  Model S   และ ยุติการขายรถสปอร์ตเดิม รถรุ่นใหม่ เป็นทรง ซีดาน 4 ประตู ขนาดกลาง สร้างกระแสความสนใจด้วย การเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความพร้อมในการใช้งาน มีระยะทางที่เหมาะสม ต่อการเดินทางไกล

รถรุ่นนี้เป็นผลงานของ ฟรอน วอน ฮอลเฮาเซ่น เขาเคยออกแบบรถให้มาสด้า การพัฒนา โมเดล เอส นำเอาแรงบันดาวใจมาจาก   Mercedes Benz  CLS 4  ประตู ที่ออกมาขายในช่วงนั้น

รถรุ่นนี้เหมือนเป็นการขยับเอาความสปอร์ตเดิมที่เคยนำเสนอ มาสู่คววามจริงในพื้นฐานการใช้งานมากขึ้น ตัวรถมาพร้อมกำลังขับสูงสุด 362 แรงม้า ทำแรงบิดสูงสุด 441 นิวตันเมตร ในรุ่นเริ่มต้น และมีกำลังสูงสุดถึง 416 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 603 นิวตันเมตร มันทำความเร็วสูงสุด 249 ก.ม./ช.ม. และ สามารถเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม. ใน 2.8 วินาทีเท่านั้น ในรุ่น  P90D   

ไม่เพียงเท่านี้ แบตเตอร์รี่ของเทสล่า ยังมีระยะทางต่อการชาร์จสูงถึง 335 ก.ม. ในรุ่น  60  กิโลวัตต์ และ 426 กิโลเมตร ในรุ่น 80 กิโลวัตต์ สร้างประวัติศาสตร์ รถยนต์ไฟฟ้า ที่มีระยะทางในการขับขี่มากที่สุด ในวันนั้น และ เทียบกับแบตเตอร์รี่ที่มากับ นิสสัน ลีฟ มันมีความหนาแน่นพลังงานมากกว่า 2 เท่า

คนจำนวนไม่น้อย เริ่มรู้จัก   Tesla   จากตรงนี้ เจ้า   Model S   เป็นรถรุ่นที่ทำให้ ทุกคนรู้จักแบรนด์ ในฐานะ ซีดานเร็ว แรง  และรถยนต์ไฟฟ้าที่มีระยะทางการใช้งาน พอๆ กับรถยนต์ขับด้วยน้ำมัน แถมสมรรถนะของมัน ยิ่งเป็นที่ถูกใจสาวกคอความเร็ว นักข่าวสายยานยนต์จำนวนมาก จนเริ่มทำให้เป็นที่พูดถึงผ่านสื่อ มากมาย โดยเฉพาะการรับรางวัล World Green Car of the year   ในปี 2013 รวมถึงรางวัลจากอีกหลายสื่อ อาทิ   Motor Trend  ,CNET ,The Telegraph   จนสื่อทั่วโลก รู้จักเทสล่า และทำให้ คนที่ติดตามอีกนับล้าน ก็รู้จักเทสล่าตามไปด้วย

ที่จริง ช่วงปี 2012-2014  เป็นช่วงยุครุ่งเรือง โดยเฉพาะเมื่อทางบริษัท ทำประวัติศาสตร์ใหม่อีกครั้งในการเป็นบริษัทแรกที่แนะนำ ระบบขับอัตโนมัติ หรือที่เรียกว่า Auto Pilot   ขายในปี 2014

ระบบขับอัตโนมัติ ของ Tesla ถือเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญ แะนำสมัยที่สุดในการขับขี่

การมาของระบบขับอัตโนมัติ ยิ่งสร้างความกระฉ่อน เนื่องจากในเวลานั้น ยังไม่มีบริษัทรถยนต์รายใด กล้าใช้คำว่าระบบขับอัตโนมัติ และส่งมอบให้แก่ลูกค้าได้ใช้งานมาก่อน เนื่องจากบริษัทรถยนต์ทั้งหมด จะใช้เวลาในการพัฒนาสินค้าจนปลอดภัย และมั่นใจว่าจะพร้อมส่งลงตลาด

การมาของระบบขับอัตโนมัติ  Tesla  ทำให้โลกตื่นตัว กับแบรนด์มากขึ้น และระบบได้แดงให้ลูกค้าเห้นว่ามันสามารถทำงานได้จริง โดย เทล่า อาศัย การทำงานของกล้อง และเซนเซอร์ต่างๆ ช่วยกันกับการประมวลผล ของระบบขับเคลื่อน และควบคุม จนคนส่วนใหญ่ รู้จัก เทสล่าในฐานะ บริษัทรถยนต์ ที่มีระบบขับขี่ทันสมัยที่สุดในโลก

Tesla All Model

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่าน รถยนต์ไฟฟ้าค่ายนี้เป็นที่รู้จักมากขึ้น หลังจากบริษัทตัดสินใจ ขยายการลงทุนมายังฝั่งตะวันออก และพร้อมนำเสอนรถยนต์ให้กับลูกค้าที่สนใจ ในประเทศไทย รถเข้ามาในฐานะรถนำเข้า จากบรรดาผู้นำเข้าอิสระ และยิ่งประจักษ์ ว่าคนสนใจมากขึ้น ด้วยรถ Tesla Model 3 รุ่นเล็กที่เพิ่งออกมาทำตลาด

นอกจากนี้ บริษัท ยังสร้างความแตกต่างด้วยการเป็นบริษัทรถยนต์รายแรกที่รับเงินสกลุดิจิตอล บิทคอย ก่อนที่ล่าสุด จะตัดสินใจยกเลิกการรับเงินดังกล่าว จากการออกมาประกาศของ อีลอน มัสก์

ถ้าถามว่า ความสำเร็จที่ทำให้ เทสล่ามายืนในใจใครหลายคน ก็คงด้วย การนำเสอนความนำสมัยการขับขี่ ไม่ใช่เพียงระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า  ตลอดจนแนวความคิดใหม่ๆ ในการขายรถ ให้แก่ลูกค้า  รวมถึงท่าที่แข็งกร้าวและกล้าของ อีลอน มัสก์ ในเรื่องราวๆ ต่าง บางคนเรียกว่าเขาว่า  โทนี่ สตาร์ก ในชีวิตจริง 

ไม่ว่าอะไร นั่นทำให้ เทสล่ามีความแข็งแกร่งมากขึ้นในการทำตลาดปัจจุบัน แม้ว่าในวันนี้ จะยังไม่เข้ามาขายเองในไทย ก็ตาม แต่หลายคน ก็รู้จัก พวกเขาเป็นอย่างดี

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments