ทำไม Subaru -Mazda ถึงไม่ศรัทธารถไฮบริด

แบ่งปันเรื่องนี้

ในบรรดาแบรนด์รถยนต์จากญี่ปุ่นที่ทำตลาดในปัจจุบัน คงจะเห็นว่าผู้ผลิตจากญี่ปุ่น ต่างเดินหน้าไปสู่กลุ่มตลาดรถยนต์ไฮบริดอย่างบ้าคลั้ง ด้วยความต้องการลดไอเสีย และเข้าถึงง่ายไม่วุ่นวายต่อผู้ใช้มากมาย

แบรนด์จากญี่ปุ่นมีหลายแบรนด์ที่เริ่มหันมาทำในเรื่องนนี้จริงจัง ทั้ง โตโยต้า,ฮอนด้า และ นิสสัน 3 ทหารเสือวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่น นั่นรวมถึง มิตซูบิชิ ที่หันมาเอาจริงจัง เรื่องรถยนต์ไฮบริดเสียยบปลั้ก ไปจนถึงแบรนด์รถยนต์ยิบย่อย อย่าง suzuki ด้วย ทว่า กลับมี 2 แบรนด์ ที่แลจะปรับตัวช้าสู่โลกรถยนต์ไฮบริด คือ ซูบารุ และ มาสด้า จนบางคนอาจจะมองว่า พวกเขากำลังตกขบวนเพื่อนพี่น้อง ที่กำลังพยายามปรับตัวอย่างหนัก ในวันนี้

มาสด้า…. เครื่องมีประสิทธิภาพ ขับสนุกคือคำตอบ

มาสด้า เป็นค่ายรถยนต์ที่คนไทยรุ่นใหม่ เริ่มรู้จักกันมากขึ้น การปรับตัวมาตั้งแต่ปี 2012 ด้วย มาสด้า สกายแอคทีฟ เทคโนโลยี จากวันแรกมาจนถึงวันนี้ ขึ้นสู่เจนเนอร์เรชั่นที่ 2 มาสด้าได้วางแนวทางในการใช้เครื่องยนต์สันดาปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ให้เกิด สมรรถนะดีที่สุดในการขับขี่

การวางเดิมพันมาสด้า มาตั้งแต่ปี 2012 ไม่ได้ มองแต่เรื่องของระบบขับเคลื่อนเท่านั้น ทีมงานวิศวกรเมืองฮิโรชิม่า ยังได้วางแนวทางในการพัฒนาโครงสร้างตัวถังให้มีประสิทธิภาพในการขับขี่ แง่หนึ่งมีน้ำหนักเบาลง แข็งแรงขึ้น มันเพิ่งเปิดมาใน Mazda Sky Activ Vehicle Architecture ในปี 2019 นำเสนอครั้งแรก ในรถยนต์มาสด้า 3 รุ่นใหม่ ล่าสุด

นอกจากนี้ สกายแอคทีฟ เจน 2 ยังมีการพัฒนากระบวนการจุดระเบิด และเผาไหม้ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด มีการพัมนาชิ้นส่วนกว่า 80% หรือเกือบจะเรียกว่าเป็นเครื่องยนต์ใหม่ ทั้งตัวก็ว่าได้

การพัฒนา กระบวนการสันดาป ของมาสด้า ไปถึง แนวทาง เครื่องยนต์เบนซินไร้หัวเทียน จุดระเบิดด้วยการบีบอัดอากาศ แบบเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งไม่มีเคยมีใครทำออกมาขายมาก่อน

ทางด้านในการบริหารงานเองยังมีแนวคิดในการนำเสนอ ผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า Well to Wheel หรือ ดีที่จะขับ เป้นการมองตลาดแต่ละตลาดว่า มีการใช้พลังงานแบบไหน และแนวคิดเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างไร แล้วปรับแนวทางการนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้ตรง กับสภาพตลาด เพื่อให้ราคาเหมาะสม ทั้งยังไม่เป้นการสร้างภาระกระบวนการปล่อยไอเสียในทางอ้อม หรือให้เกิดน้อยที่สุด

มาสด้า จึงเลือก ที่จะไม่พัฒนาระบบขับเคลื่อนไฮบริดขึ้น มา แต่ใช้แนวทางของ ระบบ Micros hybrid ซึ่งใช้มาตั้งแต่ สกายแอคทีฟเจนแรก และต่อจากนี้ มาสด้าได้วางแนวทางไปสู่ระบบ Mild Hybrid ซึ่งไม่ได้มีมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นชิ้นเป็นอัน แต่จะใช้การขับกำลังจากตัวปั่นไฟ ช่วยในจังหวะสั้นๆ เช่นออกตัว และ ดับเครื่องยนตื เมื่อลดชะลอความเร็ว หรือไม่มีการเหยีบคันเร่งจากผู้ขับขี่

แม้จะฟังดูไม่น่าจะช่วยได้มาก แต่ก็มีการพิสูจน์แล้วว่า สร้างความประหยัดได้มากพอสมควรเลยทีเดียว ทั้งยังไม่ทำให้อรรถรสในการขับขี่ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของทางมาสด้าด้วย

Subaru เดิมพันเทอร์โบ สู่ตลาดสมรรถนะ

ทางด้าน ซูบารุก็มีทิศทางที่คล้ายกับ มาสด้าในแง่การขับขี่ เป้าหมาย ของซูบารุ อยู่ที่ทำรถให้มีความสามารถในการขับขี่มาก คนซื้อซูบารุ ส่วนใหญ่ไม่บ้าความเร็ว ก้ใช้งานรถสมบุกสมบัน ขับในเมืองวันทำงาน ออกเที่ยวในวันว่าง นั่นไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

ที่จริง ซูบารุเดิมมีแนวโน้มจะทำรถไฮบริดมาขาย โดยบริษัทเคยมองในการเอาระบบของโตโยต้ามาใช้ ในฐานะพันธมิตรคู่บุญที่ร่วมหัวจมท้ายกันมาหลายโครงการ และซูบารุเองก็เคยทำรถ อย่าง Subaru XV PHEV ออกมาจำหน่ายจำนวนจำกัดด้วยในช่วงเวลาสั้นๆ ด้วยเป้าหมายที่มองว่า โลกกำลังจะเปลี่ยนไปในอนาคต

ที่จริงไม่ใช่ว่าซูบารุ ไม่ศรัทธาไฮบริด แต่ประเด็นสำคัญของซูบารุ กลับเป็นปรัชญาเครื่องยนต์บ๊อกเซอร์ และมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ซึ่งรู้กันว่าการทำระบบ Full Hybrid นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนักกับโจทย์แบบนี้ของทางบริษัท

ซูบารุ เลยตัดสินใจ ถือหางทางสันดาป เครื่องยนต์ที่ดีมีประสิทธิภาพในการขับขี่ เริ่มจากการพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ เช่นเครื่องยนต์ใน Subaru XV / Forester มีการเปลี่ยนชิ้นส่วนมากกว่า 80% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์รุ่นก่อน

ซูบารุมองว่า ปรับชิ้นส่วนแล้วไม่พอ ก็เลย มาถือเอาใช้ระบบ Mild Hybrid ช่วยในบางจังหวะสั้นๆ ซึ่งตรงกับสิ่งที่ทางซูบารุเป็น คือรถที่มีสมรรถนะ เน้นขับเดินทาง และระบบเดียวกัน ยังดับเครื่องยนต์ในระหว่างการทำงานในเมืองเพิ่มขึ้นด้วย ระบบดังกล่าวถูกเรียกว่า e-Boxer และยังแนะนำขายในบางประเทศอาทิญี่ปุ่น

หลังจากการมองไปยัง e-boxer ซูบารุ ตัดสินใจ สุ่ยุคเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ เป็นค่ายที่สอง รองจากฮอนด้า รุกคืบตลาดเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ แนะนำ มาตั้งแต่ Subaru Levorg รุ่นก่อน ด้วยเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เทอร์โบ และล่าสุด ตัดสินใจขยายไลน์อั เทอร์โบ ซึ่งซูบารุ มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้อยู่เป็นทุนเดิม

ออกเป็นเครื่องยนต์ 1.8 ลิตรเทอร์โบ แนะนำ ใน Subaru Forester และ Levorg ในญี่ปุ่น ทางด้าานเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร เทอร์โบ แนะนำใน Subaru Ascent รวมถึงว่าที่รถสปอร์ต WRX เรายังมีรายงานที่เชื่อถือได้ว่าจะมีเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบตามออกมาในอนาคต ด้วย

นั่นเท่ากับอนาคตของซูบาุร จะเน้นทิศทางเดียวกับมาสด้า ทำเครื่องสันดาป มีประสิทธิภาพสูงสุด แล้วถ้าจำเป็นเติมระบบ Mild Hybrid เข้าไป ก็เพียงพอ ต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่แล้ว

อนาคตของทั้งมาสด้า และ ซูบารุ ต่างมีความเหมือนกันในแง่ การเชื่อมันในการสันดาปด้วยเครื่องยนต์ ซึ่งจะยังไม่ตายจากไปเสียทีเดียว ที่สำคัญ ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้า ของตัวเอง ไม่ต้องไปเดินตามคนอื่น

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments