ไฟตัดหมอก ในอดีต ทำไม เป็นสีเหลือง

แบ่งปันเรื่องนี้

ทุกวันนี้ออพชั่นหนึ่งที่ดูจะขาดไม่ได้ในรถใหม่ทุกรุ่น ก็คือ ไฟตัดหมอก หน้ามันกลายเป็นอุปกรณ์ของต้องมี ตอบโจทย์การใช้งานเวลาขับขี่ในทางที่มีความมืดสนิท และทัศนวิสัยย่ำแย่ จนจากออพชั่นต้องติดเพิ่ม กลายมาเป็นของที่่ต้องติดตัวมากับรถใหม่

ไฟตัดหมอก หรือ fog light ไม่ใช่ ของใหม่ในโลกยานยนต์ มันมีมานานมากแล้ว แต่เดิมไฟตัดหมอกมาพร้อมการชุบสีเหลืองโปร่งแสงเพื่อเพิ่มความสามารถในการส่องสว่าง แต่ในโลกยุคใหม่ ไฟตดัดหมอกที่เราใช้กลับไม่เหมือนวันวาน มันเป็นเพียงไฟขนาดเล็ก มาพร้อมไส้หลอกพิเศษ ที่ยิงไฟในแนวขวาง ปัจจุบนอัพขึ้นมาเป็น LED แถมใช้แสงสีขาว ซึ่งหลายคนย้อนว่า มันอาจไม่เหมาะสมในความเป็นจริง

ไฟตัดหมอก สีเหลือง
ไฟตัดหมอกสีเหลือง มีประโยชน์ในการใช้งานมากกว่าที่หลายคนคิด โดยเฉพาะในยามหมอกลงหนาจัด

ย้อนไปในวันวาน การที่ ไฟตัดหมอก ให้แสงสีเหลืองเวลาส่องสว่าง ไปยังทางข้างหน้า ส่วนหนึ่งมาจากข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ ว่าตาของมนุษย์ สามารถรับทราบและวิเคราห์ภาพไ้ดีกว่าในเวลากลางคืนผ่านแสงสีส้ม และสีเหลือ เนื่องจากเป็นแสงที่มีคลื่นสั้น ทำให้สามารถสังเกตการณ์สิ่งรอบข้างต่างๆ ได้ดี

แสงสีเหลืองจึงถูกใช้มาตั้งแต่แรกเริ่มยุคสร้างหลอดไฟขึ้นมา จนมันมาสู่ในการเป็นไฟตัดหมอกไฟสีส้มที่มีอยู่แล้วในโคมไฟหน้า ผ่านหลอดฮาโลเจนในอดีต เมื่อเติมด้วยโคมไฟหน้าสปอร์ตไลท์ สีเหลือง จะทำให้สามารถสังเกตสิ่งต่างๆ ในยามค่ำคืนได้ดีขึ้น มิใช่แค่ความสวยงาม เท่านั้น

ความจริงอีกด้านไฟตัดหมอกเริ่มขึ้นในประเทศเมืองหนาว นิยมใช้ในยามขับรถท่ามกลางหิมะ ปกติไฟหน้าฮาโลเจนจะลดประสิทธิภาพในการมองทางลง ถ้าเราเปิดไฟสูงสิ่งที่ได้กลับมาคือข้างหน้าขาวโพลนเด่นชัด การให้แสงที่สามารถทะลุสีขาวได้จึงจำเป็น และสีเหลือง ทำหน้าที่นี้ได้ดี สาเหตุที่ไม่ใช่สีอื่น ก็เพราะ สีส้ม คือไฟเลี้ยว , สีแดง คือไฟเบรก ส่วนสีเขียว คือไฟจราจร

ดังนั้นในแถบสแดนกิเนวเียน จึงเริ่มเอาโคมไฟสีเหลืองมาใช้ เนืองจาก สามารถส่องสว่างได้ดีกว่าในฐานะไฟเสริม และเป็นที่สังเกตได้ง่าย กว่ามาก

แล้วทำไมถึงเลิกนิยม!!

จะพูดว่ามันไม่นิยมแล้วก็คงไม่เชิง เพียงแค่มันไม่เหมาะกับสถานการร์ปกติทั่วไปก็เท่านั้นเอง ในความจริงด้วยเทคโนดลยีที่มีความทันสมัยมากขึ้น พัฒนาการไฟหน้ามาสุ่ ไฟซีนอน และในที่สุดไฟ LED ทำให้ การส่องสว่างง่ายดายและไกลมากขึ้น

ในสถาานการณ์ปกติ เช่นฝนตก, หมอกจาง และ ทางมืด ไฟหน้าในวันนี้เอาอยู่สบายๆ โดยไม่ต้องเปิดไฟตัดหมอกด้วยซ้ำ

จนทำให้ ไฟตัดหมอกหน้า กลายเป็นออพชั่นแฟชั่น มากกว่า ฟังชั่นใช้งานในอดีต ด้วยเหตุนี้ บริษัทผู้หลิตรถยนต์ จึงอัพเกรดให้มันเป็นไฟ LED สีขาว ด้วยว่ามันน่าจะมีกำลังไฟส่องสว่างได้มากขึ้น มันอาจใช้ได้ดีในสถานการณ์ที่ไม่รุนแรงนัก และใช้ได้บ่อยกว่า

ในภาวะหมอกลงหนาจัดการใช้ไฟแสงสีขาว จะทำให้ฟุ้งมากกว่าเดิม แสงสีเหลือง จึงมีประโยชน์

แต่ถ้าคุณเกิดไปเจอสถานการณ์ที่หมอกลงหนาจัดจริงๆ ไฟตัดหมอกขาว จะใชได้ไม่ดีเท่าหลอกสีส้ม หรือ เหลือง

ด้วยเหตุนี้ ผู้ผลิตรถยนต์บางรายอย่าง โตโยต้า เริ่มเพิ่มออพชั่นใหม่ ที่เรียกว่า ไฟตัดหมอกสลับสีใน Toyota RAV4 ผู้ขับขี่ สามารถสลับแสงสีระหว่าง สีขาว และสีเหลืองได้ตามต้องการ นั่นเป็นการยืนยันว่า ไฟตัดหมอกแสงสีขาว อาจจะมีประสิทธิภาพไม่สู้ไฟเหลืองในหลายสถานการณ์

ที่หลายคนอาจจะแปลกงใจคือรถยุโรปบางรุ่นเริ่มไม่ให้ไฟตัดหมอกมา ขจัดออกไป เพื่อให้งาานออกแบบรถที่สวยงามขึ้น ซึ่งหลายบริษัทอ้างว่า กำลังไฟหน้าที่ให้มามีคุณภาพมากพอ

แต่มันจะพออย่างที่กล่าวไหม สิ่งเดียวที่ตอบได้ชัด คือ การใช้งานในสถานการณ์จริงเท่านั้น ว่าแต่ คุณคิดว่าไง

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments