Nissan kicks e-Power 1 ปีผ่านไป ทำไมยอดขายไม่ปัง

แบ่งปันเรื่องนี้

ในบรรดารถใหม่ที่เปิด ตัวเมื่อปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับกันอย่างเปิดอก ว่า Nissan kicks e-power   ถือเป็นรถที่เปิดตัวออกมาสร้างปรากฎการณ์ในการตลาดยุคใหม่ ด้วยคำพูดว่า “รถยนต์ไฟฟ้าไม่ต้องชาร์จ” ทันทีที่เปิดตัวหลายคนให้ความสนใจไม่น้อย ในฐานะรถรุ่นแรกที่ฮึดสู้ฝ่าวิกฤตโควิด 19

การมาของ ระบบ  e-power ในประเทศไทย ส่วนหนึ่งมาจาก ความตั้งใจของนิสสันให้คนไทยได้ใช้ของดี โดยไทยเป็นประเทศแรกนอกญี่ปุ่นที่มีโอกาส สัมผัสเทคโนโลยีใหม่ ล่าสุดตัวนี้ ด้วยเราเป็นฐานการผลิตส่งออกรถรุ่นนี้กลับไปยังประเทศญี่ปุ่น ทว่ากว่าปีที่ผ่านมา นิสสันกลับขาย Nissan kicks e-Power   ไม่ได้เยอะมาก ทั้งที่ในญี่ปุ่นเป็นที่ต้องการตลาดอย่างล้นหลาม จนรอกัน 3-4 เ}ดือน เพื่อเป็นเจ้าของ ทำไมของดีที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่นกลับไปปังในไทย กลายเป็นประเด็นศึกษาที่น่าสนใจ ท่ามกลางการแข่งขันตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ที่ได้ครกรุ่นในปีทีผ่าน

รถอเนกประสงค์   Nissan kicks e-Power

นิสสัน คิกส์ อีพาวเวอร์ เป็นรถยนต์อเนกประสงค์รุ่นแรกที่นำ ระบบ  e-Power   เข้ามาติดตั้ง หลังวางจำหน่ายใน  Nissan Note e-Power   และ  Nissan Serena   คิกส์ กลายเป็นรถรุ่นที่ 3 ที่ได้รับระบบขับเคลื่อนใหม่นี้เข้าประจำการ

การเปลี่ยนแปลงของคิก์ มีตจุดประสงค์เพื่อทดแทนรถยนต์อเนกประสงค์ นิสสัน จู๊ค เดิม ที่สิ้นวาระการทำตลามาสักระยะใหญ่ และ ด้วยอานิสงค์ของโครงการส่งเสริมการลงทุน รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐบาลไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รวมถึงโครงสร้างภาษีในประเทศไทยปรับตัวจากการคิดตามปริมาตรขนาดและกำลังเครื่องยนต์หรือ ซีซี มาสู่ การคิดตามการประมวลว่า รถคันนั้นปล่อยไอเสีย หรือ  CO 2  มาเพียงใด

นั้นำให้ นิสสัน เห็นว่าคงจะเป็นการดี ถ้าปั้นไทยเป็นฐานการผลิตระบบไฮบริดนอกญี่ปุ่น เพ่อป้อนตลาดในประเทศและส่งออกไปยังอีกหลายประเทศ ในอาเซียน รวมถึงญี่ปุ่นด้วย

รถอเนกประสงค์   Nissan kicks e-Power

ตัวรถ นิสสัน คิกส์ มาถึงวันนี้ไม่น่าจะต้องสาธยายมาก ถึงจะนานๆ เห็นทีบนถนน เมื่อเทียบกับรถใหม่รุ่นอื่นที่ออกมาขขายในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ทุกครั้งที่คุณเห็นเรือนร่างรถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก หน้าตาแปลกๆ ดูสปอร์ต พร้อมชิคสุดคูล ด้วยสีสั้นแปกตา รวมถึงหลังคาดำ แทบจะจดจำได้ทันทีว่าเป็น คิกส์ ไม่มีรุ่นอื่นแน่นอน

จุดเริ่มต้น นิสสัน คิกส์ในไทย เปิดตัวในเดือน พฤษภาคม ปีที่แล้วก่อนเชิญ สื่อมวลชน สัมผัส และดูตัวจริง กันอย่างเป็นทางการ

ผมยังจำได้แวบแรกที่เห็นรถรุ่นนี้ การออกแบบตัวรถ เรียกว่าเตะตา โดนใจลูกค้าวัยรุ่นแน่น ปัญหาคือ การตั้งราคารถรุ่นนี้ไม่ได้ถูกนัก ด้วยภาพของนิสสัน มองว่า น่าจะให้ราคากับเทคโนโลยีไฮบริด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาคิดผิด

รถอเนกประสงค์   Nissan kicks e-Power

การนำเสนอเทคโนโลยีใดๆ ผู้ผลิตก็ควรจะได้ ค่าการวิจัยกลับเข้ากระเป๋าไปบ้าง ทำให้ ช่วงราคาของ นิสสัน คิกส์ กระโดดขึ้นมาอยู่ที่ 889,000 บาท ในรุ่นเริ่มต้น และสูงสุด 1,049,000 บาท ในรุ่นบนสุด ซึ่งก็พกระบบความปลอดภัย และฟังชั่นอำนวยความสะดวกมามากมาย

การตั้งราคาขึ้นมาสูง ส่วนหนึ่ง น่าจะเป็นการเปรียบเทียบกับ อดีต  Nissan  juke เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร เกียร์ CVT   เมื่อปีพ.ศ. 2556  มีราคาเริ่มในเวลากนั้นที่ 819,000 บาท และ รุ่นท๊อปตอนนั้น ถ้าฟังชั่น ก็จะเทียบกับ ราวๆ E ของคิกส์ ราคาอยู่ที่ 858,000 บาท ตอนเปิดตัว

การใส่เทคโนโลยี อีพาวเวอร์ รวมถึงหน้าสปอร์ตตอบโจทย์ลูกค้า นิสสัน จึงดันราคาขายขึ้น ไปได้สไตล์ตัวรถภายนอกเหมือนกัน จะต่างตรงที่ สีและออพชั่นความปลอดภัย รวมถึงรายละเอียดการใช้งาน ต่างออกไปในแต่ละรุ่นบ้าง

ด้วยความตั้งจะแนะนำเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ตลาด นิสสันจึงปูพรมด้วยการให้ความรู้กับลูกค้า สร้างความน่าสนใจ พูดถึงข้อดีของระบบมากมาย แล้วใช้วลีทางการตลาด ว่า รถยนต์ไฟฟ้า 100% ไม่ต้องชาร์จ

ระบบขับเคลื่อน  e-Power

ในมุมหนึ่งมันก็เป็นข้อเท็จจริงที่สามารถอุ้มชูขึ้นมาเป็นจุดขายได้ แต่แล้วกระแสโต้กลับจากบรรดาผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าก็เริ่มขึ้นว่า แล้วทำไม?  ต้องเติมน้ำมัน รวมถึงอื่นๆ อีกมาก จนกลายเป็น สร้างการเปิดศึกกับเจ้าอื่นไปอย่างไม่ได้ตั้งใจ

แนวทางการสร้างความรู้เอง แม้จะเป็นสิ่งที่ดีในความตั้งใจทำให้เทคโนโลยีนี้เป็นที่นิยมในไทย กลับไปประสบความสำเร็จนัก ทันทีที่รถเปิดตัว คนส่วนใหญ่มีคำถามเกี่ยวกับระบบ  e-power มากมาย คำถามที่ต้องการคำตอบจากนิสสัน หรือ ใครก็ตามทีรู้ เพื่อประกอบการตัดสินใจ ก็มีน้อยคนมากจะทราบเกี่ยวกับมัน จนลูกค้าส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถทำความเข้าใจเทคโนโลยีได้ ก็เริ่มผละความสนใจจากนิสสัน

ขณะที่ในนิสสันเองก็มีปัญหาต้องแก่ในเรื่องของการส่งมอบรถที่ล่าช้า กว่าจะเริ่มส่งมอบได้ก็ปาไปอีก 3 เดือน ด้วยเหตุผลใดๆ ก็ไม่มีใครอาจจะรู้ได้

ฝันร้ายที่แท้จริงของ นิสสัน เริ่มขึ้น เมื่อ โตโยต้าขยับตัว หันลงมาเล่นกลุ่ม Crossover   บ้าง ถึงแม้ว่า ขนาดตัวรถ จะแตกต่างจากนิสสัน คิกส์  วางอยู่คนละคลาส แต่เมื่อ  Toyota  Corolla  Cross   ออกมา ด้วยหน้าตาที่ดูไม่สบอารมณ์ ทว่ากลับให้ออพชั่นอัดแน่นเพียบ และรถขนาดใหญ่กว่า ในราคาเท่าๆ กับ นิสสัน คิกส์  และได้ระบบเครื่องยนต์ไฮบริดด้วย

รถอเนกประสงค์   Nissan kicks e-Power

ทำเอาลูกค้าที่อยู่ในระหว่างรอรถจำนวนมาก ต่างกรูไปจับจอง Corolla  Cross แถมคู่แข่งยังพร้อมส่งมอบทันที เรียกว่า ถ้ามีเงินสด ไปซื้อรถขับออกจากโชว์รูมได้เลย ทำเอานิสสันถึงกับเหนื่อยในการประคองลูกค้า จนโชว์รูมรายใหญ่บางแห่งถึงกับกุมขมับ กันเลยทีเดียว

แต่ Corolla Cross   ก็ไม่ใช่รถอเนกประสงค์รุ่นเดียว ที่ออกมาทำให้ลูกค้าไข้วเขว  MG  ก็เป็นอีกค่ายที่ออกรถ  MG ZS  ปรับโฉมอย่างไว แถมจัดหนักเปลี่ยนเกียร์ปรับภายในให้ดูไฮโซมากขึ้น ราคาแพงกว่าเดิมไม่กี่บาท ขณะที่มาสด้า ก็จัดเต็มการปรับราคาครั้งมโหราฬ ในแบบที่หลายคนไม่เคยเห้นมาก่อน ทำให้  CX-3   รุ่นล่างๆ จับจองง่ายขึ้น

การปรับตัวของคู่แข่ง เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทำให้ คิกส์ ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะ เมื่อมามองที่ตัวรถเอง ก็มีหลายประเด็นที่ทำให้ หลายคนรู้สึกว่าคิดหนัก ในการซื้อไม่น้อย

ภายนอก คงต้องแล้วแต่ว่าใครชอบไม่ชอบอย่างไร แต่เมื่อลองเปิดประตูเข้ามาภายในห้องโดยสาร เท่าที่มีโอกาส ติดตามในคลับ ส่วนใหญ่คิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันในเรื่องความเหมือนกับน้องชาย อีโค่คาร์   Nissan Almera   มากไปหน่อย

จนบางคนรู้สึกว่า ซื้อรถที่แพงกว่า ทำไมไม่ได้อะไรที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเรือนไมล์พวงมาลัย รวมถึงชิ้นส่วนเบาะนั่ง ที่เยงเปลี่ยนวัสดุ แล้วยังขาดอย่าง เบาะนั่งหลังควรจะมีพนักเท้าแขน เป็นต้น

ส่งที่หลายคนดูจะประหลาดใจ คงเป็นการตบต่างสีส้ม/ดำ มีให้เลือกในรุ่นท๊อป ดูแปลกแหวกแนวดี บางคนชอบ บางคนรู้สึกว่าฉูดฉาดเกินไป  เรื่องพื้นที่การโดยสารก็ไม่ใช่ว่าใหญ่มาก จัดอยู่ในระดับ  B-SUV  ไม่ได้มีขนาดใหญ่ มากมายนัก มิหนำซ้ำ หลังๆ ลูกค้ารับไป มาค้นพบว่า รถไม่มีฮีทเตอร์ ถึงจะดูเป็นเรื่องยิบย่อยมากๆ บางคนคิดว่ารถรราคาขนาดนี้ มันไม่เรื่องที่ควรจะขาดหรือเปล่า

ยังดี นิสสันรู้ตัวว่า จะต้องแก้เกมอย่างไร ส่งท้ายปี เลยมี  2 สีใหม่ ที่ลูกค้าเรียกร้องออกมา และเพิ่ม  Stylish Package   ให้ ทันที สำหรับใครที่ซื้อรุ่น  V   และ   VL   เพิ่มความน่าสนใจมากขึ้น ทว่ายอดขายก็ไม่ได้ว่าจะกระเตื้องขึ้นมากอย่างที่หวัง

ส่วนหนึ่งมาจาก การต้องเอางบไปทุ่มกับผลิตภัณฑ์เรือธง อย่าง   Nissan Navara ตลาดใหญ่ที่ไม่ว่าใครก็ซื้อหา มากกว่ารถอเนกประสงค์ขนาดเล็กท ต้องมานั่งตอบคำถามลูกค้า ยิ่งทำให้เกมการตลาด รถอเนกประสงค์เล็กของนิสสัน ดูจะไม่สามารถทัดเทียมคู่แข่งได้ ทั้งที่ปัจจุบัน กลุ่มนี้ มีเพียง  kicks,CH-R,CX-3 และ   ZS  ในจำนวนนี้มีเพียง  C-HR   เท่านั้น ที่มีระบบขับเคลื่อนไฮบริด อะไรที่ทำให้ คนไม่วางใจระบบ e- power  ถ้ามองโจทย์นี้ก็น่าจะเป็นเรื่องการขาดความเข้าใจของตัวระบบ

ส่วนตัวยังจำได้ตอนไปเดินงาน  Motor Expo   ปลายปี แกล้งลองภูมิพนักงานขาย ยังตอบผิดๆ ถูกๆ เหมือนยังไม่เข้าใจกับระบบดี ว่าทำงานอย่างไร เรื่องนี้สำคัญมาก และ สำคัญที่สุดคิอการต้องให้ความรู้ ระบบ e-power   อย่างต่อเนื่อง ไปจนกว่า คนจะสนใจมันจริงๆ ไม่ใช่แค่โหมโรงครั้งเดียว แต่ต้องโหมกันบ่อยๆ จับจุดเด่นที่ดีกว่า ที่คนเข้าใจง่ายๆ และรู้ว่ามีประโยชน์กับตนเองในทันที

ถึง นิสสัน คิกส์ จะเป็นรถที่เหมือนถูกลืม แต่จุดเด่นของมันอยู่ที่ การเป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าจากมอเตอร์ ชุดเดียวกับ  Nissan  LEAF   และ ใช้แนวทางเหมือน  Range Extender   ในการให้กำลังไฟฟ้ากับระบบตลอดเวลา นั่นทำให้ รถขับสนุก อัตราเร่งดี ตอบสนองไ และขับประหยัดในเมืองพอสมควร  แน่นอน เรื่องการออกแบบ น่าจะเรียกว่า เป็นนิสนั ที่หน้าตาดีสุดในไลน์อัพ ขายในประเทศไทยวันนี้ด้วย

ชะตากรรม ของอเนกประสงค์รุ่นนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ก็เรียกว่า ยากจะคาดเดาใจนิสสัน แต่ที่แน่ๆ รถอเนกประสงค์ในไทย ยังมีความต้องการอีกมาก ยังฮิต และนิยมอยู่ โจทย์ที่ต้องตีไข่ให้แตก ถ้าอยากจะยอดขายพุ่ง คงจะเป็น ทำอย่างไรให้คนพร้อมจ่ายเงินซื้อเทคโนโลยี e-power  หรือไม่ก็คงต้องหา แม่เหล็กตัวใหม่มาดึงดูด

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments