หน้าดิสก์- หลังดรัม เบรกรถสมัยนี้ ทำไมยังใช้อยู่อีก

ความทันสมัยในโลกยานยนต์ ทำให้เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างมากมาย หากบางอย่างก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากอย่างที่คิด โดยเฉพาะระบบเบรกในรถยนต์สมัยนี้ หลายคนคงเริ่มเห็นว่ารถเก๋ง รถยนต์นั่งขนาดเล็กหลายรุ่นเริ่มเปลี่ยนกลับมาใช้ ระบบเบรกแบบ หน้าดิสก์ หลังดรัม ทั้งที่เมื่อยุคก่อน พวกมันเคยไปไกลถึงระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ

ทำไมระบบเบรก แบบ หน้าดิสก์ หลังดรัม ยังรอดมาถึงยุค 2020 ทั้งที่ มันน่าจะกลายเป็นอดีตไปได้แล้ว นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมาก ปัจจุบัน ระบบเบรกแบบนี้ นิยมในรถกระบะใช้สืบทอดกันมายาวนาน จนกระทั่งมาถึงวันนี้ พวกมันกลับมานิยมในรถยนต์นั่งขนาดเล็กกันอีกครั้ง

ก่อนอื่น คุณต้องเข้าใจหัวใจสำคัญของการหยุดรถกันก่อน การเบรกห้ามล้อปราบความเร็วในรถยนต์ เมื่อเรากดเบรกในระยะแรก ระบบเบรกคู่หลังจะทำงานก่อนเพื่อลดความเร็วเพื่อให้น้ำหนักที่ตกไปข้างหลัง ถ่ายเทกลับมาทางด้านหน้า จากนั้นที่เหลือจะเป็นหน้าที่ของเบรกด้านหน้าเกือบทั้งหมดในการสั่งห้ามล้อ ชะลอความเร็วรถ เนื่องจากน้ำหนักมวลรวมตัวรถ ถูกถ่ายไปด้านหน้า เราจึงเห็นว่า รถยนต์ที่มีสมรรถนะสูง หลายยี่ห้อ มักใช้ปั้มเบรกหน้า ที่มีขนาดใหญ่ หรือ ประสิทธิภาพสูงกว่า ในการเพิ่มประสิทธิภาพเบรก และระยะหยุดรถ

รถยนต์นั่งขนาดเล็กในปัจจุบัน นิยมกลับมาใช้ระบบหน้าดิสก์-หลังดรัม ด้วยประเด็นต้นทุน ที่คุ้มค่ากับประสิทธิภาพเบรกที่วางใจได้

โดยทั่วไปการเบรกรถ จะใช้ประสิทธิภาพในการเบรกจากเบรกหน้ามากกว่า 70-80% โดยเฉพาะในรถยนต์แบบแพลทฟอร์มขับเคลื่อนล้อหน้า ทำให้ในความเป็นจริงเบรกหลังใช้งานน้อยมาก และใช้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อลดความเร็วในช่วงแรก และทให้น้ำหนักไปกองอยู่ทางด้านหน้า เพื่อให้ประโยชน์จากเบรกหน้าต่อไป

อย่างที่หลายคนทราบดี ดิสก์เบรก เป็นระบบเบรก ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานมากกว่า ในหลายด้านทั้งตอบสนองเร็ว , ระบายความร้อนได้ดี ตลอดจน ลดการเกิดอาการเบรกหาย หรือที่เรียกว่าเบรกเฟด ที่อาจจะเกิดขึ้น หากผู้ขับขี่ใช้เบรกอย่างหนัก ในระหว่างการเดินทาง เช่นในยามลงเขา

ด้วยเหตุนี้ระบบดิสก์เบรก จึงกลายเป็นพระเอกหลัก ในการหยุดรถ วิศวกรจึงออกแบบมาติดตั้งมันไว้ทางด้านหน้า เพื่อรับแรงกดจากน้ำหนักที่ถ่ายเทมาด้านหน้าหลังจากเบรกหลังทำงาน ถ้ามองให้ดี จะพบว่า ระบบดิสก์เบรกสมัยใหม่ แม้แต่ในรถยนต์นั่งขนาดเล็ก จะใช้จานเบรกแบบมีร่องกลางระบายความล้อ แม้ว่าขนาดจานจะไม่ใหญ่มากก็ตามที

กลับกัน เบรกหลัง หน้าที่ของมันมี 2 อย่าง คือ 1.ลดความเร็วในช่วงแรกที่เกิดการเบรก ที่เหลือคือ ประคองใช้งานร่วมกับเบรกหน้า ให้น้ำหนักแรงกดไม่มากนักระหว่างการใช้งาน และ 2 . ทำหน้าที่เบรกมือ เพื่อใช้ในการจอดรถ

เบรกหลัง เรียกว่ามีไว้เพื่อถ่ายน้ำหนักไปด้านหน้าเท่านั้น และใช้ร่วมกันในบางโอกาส เมื่อต้องการพลังเบรกสูงสุด เมื่อประกิบกับน้ำหนักเบรกที่ไม่มากนักในระหว่างการใช้งาน ทำให้แรงเสียดทานที่เกิดขึ้นไม่มีความร้อนมากมายนัก เมื่อเทียบกับเบรกหน้า

ดรัมเบรก ถึงจะเป็นระบบเก่า ที่ใช้ในรถยนต์มายาวนาน ร่วม 50-60 ปี  แต่ก็มีประสิทธิภาพในการใช้งานอย่างมาก เนื่องจากฝักเบรกจะทำงานแบบกางออกไปทางด้านข้าง เพื่อให้ผ้าเบรกเสียดท้ายกับพื้นผิวทางด้านข้าง คล้ายเราเอามือยันออกไป

ถ้าเทียบดรัมเบรกกับ ดิสก์เบรก เราอาจจะได้ยินได้อ่านมาว่า ดิสก์เบรกมีดีกว่ามากมาย แต่ในทางกลับกัน ดรัมเบรกก็มีข้อดีในแบบของมัน

ระบบดรัมเบรก อาจจะเป็นระบบเก่า แต่มันมีราคาถูกใแง่ต้นทุนการผลิต และมีความทนทานในการใช้งาน รวมถึงประสิทธิภาพในการเบรกที่วางใจได้

1.ในประสิทธิภาพที่เท่ากัน มันมีขนาดเล็กกว่า เนื่องจากการกางออกไปทางด้านข้าง เมื่อเทียบกับ ดิสก์เบรกที่มีแม่ปั้มขนาดเล็กที่นิยมใช้ในรถยนต์ขนาดเล็กกับดรัมเบรกที่มีขนาดเท่ากัน ประสิทธิภาพของดรัมเบรก ถือว่าดีกว่า แม้ว่าอาจจะไม่ใช่ในแง่ของความร้อนที่ได้จากเบรกก็ตาที

2.สามารถติดตั้งเบรกมือได้ทันที  รถที่เป็นดิสก์เบรก 4 ล้อ ส่วนใหญ่ จะยังคงใช้ฝักดรัมเบรกซ้อนไว้ด้านในอีกที เพื่อให้สามารถใช้เบรกมือได้ ในแง่การสร้างรถมันคือต้นทุนการผลิต แล้วมันคงจะดีกว่า ถ้ากลับมาเป็นดรัมเบรก และลดความซับซ้อนที่จะต้องทำระบบซ้อนระบบ

3.ความรู้สึกดีกว่า การเบรกไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องแรงเสียดทานและความร้อนเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของความรู้สึกจากแป้นเบรก ที่ดีกว่า กดแล้วรู้สึกว่า มีแรงเสียดทานลดความเร็วได้ทันที

4.บำรุงรักษาง่ายกว่า ในการใช้งาน  เนื่องจากชุดเบรกทั้งหมดเก็บอยู่ภายใน ไม่เปิดออกสู่ภายนอก

เมื่อประกอบกับว่า เบรกหลังใช้งานเพียงเล็กน้อยในระหว่างเริ่มต้นและขณะที่เราใช้เบรก ความร้อนสะสมในชุดเบรกหลังจึงไม่มากเท่าบรกหน้า จุดอ่อนของดรัมเบรกเป็นเรื่องค่าความร้อน ที่เกิดขึ้นในระหว่างการใช้งาน ด้วยเหตุนี้พวกมันจึงเหมาะสม ที่จะมาติดตั้งในเบรกหลัง แถมยังมีราคาไม่สูงมากนัก

รถบางแบบ เช่น รถอเนกประสงค์ PPV นิยมเปล่ยนเป้นดิสก์เบรก 4 ล้อมากกว่า เนื่องจากผู้ใช้รู้สึกมั่นใจกว่าจากประสิทธิภาพเบรก เมื่อต้องขับท่องเที่ยวขึ้น-ลง ทางเขา

ในแง่การผลิตรถ การใช้เบรกหน้าดิสก์ – หลังดรัมเบรก ถือว่ามีความสมดุล ระหว่างประสิทธิภาพในการใช้งานกับราคาต้นทุนการผลิตที่เกิดขึ้น  รวมถึงเมื่อมองในแง่มุมการพัฒนาอื่นๆ เช่นน้ำหนักตัวรถในภาพรวม ระบบเบรกที่เหมาะสม ต้องมีประสิทธิภาพ และน้ำหนักรวมไม่หนักเกินไปนัก

การเซทอัพระบบเบรกแบบ หน้าดิสก์-หลังดรัม เป็นสิ่งที่คนไทยอาจจะมองว่าเหมือนถอยหลังลงคลอง แต่ในแง่การใช้งานจริง และประสิทธิภาพที่ได้ หากใครเคยขับรถที่ใช้ระบบแบบนี้จะพบว่า มันไม่ต่างกันมากจนเรารู้สึกได้อย่างชัดเจน กับการขับทั่วๆไป ใช้งานในประจำวัน เว้นแต่ในบางกรณี เช่นขับลงทางเขาต่อเนื่อง , ขับโดยใช้ความเร็วสูงบ่อยครั้ง

เมื่อนั้นคุณอาจจะรู้สึกว่า ดิสก์เบรก 4 ล้อ อาจจะเหมาะสมกว่าในการใช้งาน

 

 



Comments

comments