Mini MPV ตลาดนี้มาแรง … ทำไม ถึงเติบโต

แบ่งปันเรื่องนี้

ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า การมาของรถยนต์ Toyota Veloz ทำให้ หลายคนหันมามองตลาดรถยนต์ Mini MPV พอสมควร การมาของเจ้าตลาด อย่างโตโยต้า นับว่า มีนัยยะ สำคัญในการทำตลาดรถยนต์ในภาพรวม

อาจจะจริง ที่ Toyota Avanza ออกมาขายนานแล้ว และ อยู่ในประเทศไทย มาหลายปี หากก็ไม่ได้รับความนิยมมาก จนแทบจะพูดว่า ตลาด MPV โดยเฉพาะ Mini MPV ไม่ปังอย่างที่คาดหวังไว้ จนกระทั่งไม่กี่ปีที่ผ่านมร ตลาดกลุ่มนี้ คึกคักขึ้นตามลำดับ มีผู้เล่นหน้าใหม่ อย่าง มิตซูบิช เข้ามาร่วมวง เพิ่มจาก Suzuki ที่ยืนในตลาดกลุ่มนี้มายาวนาน

แต่สาเหตุที่ตลาดนี้เติบโต จนยักษ์ใหญ่ มองข้ามไม่ได้ นับเป้นเรื่องที่น่าสนใจ พอสมควรทีเดียว

ก่อนอื่น ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมา กลุ่มรถยนต์ Multipurpose Vehicle หรือ MPV เป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจนัก จนกระทั่งไม่กี่ปี รถกลุ่มนี้ได้รับความสนใจมากขึ้น

ในแง่ทางธุรกิจ ปัจจุบัน ตลาดโดยเฉพาะกลุ่ม Mini MPV เดิมมีผู้ขายไม่มากมายนัก มีเพียง Suzuki ก่อนที่ มิตซูบิชิ จะตามเข้ามาบุกตลาด เสียบช่วงที่ ฮอนด้า กำลังโรยราจากตลาดกลุ่มนี้ ที่ผ่านมาก็มีเพียง 3 ยี่ห้อนี้ เท่านั้น

ก่อนที่ ทางโตโยต้า จะเริ่มมาชิมลาง ด้วย Toyota Sienta แต่ด้วยการเป็นรถประตูสไลด์ข้าง ทำให้ ราคายังค่อนข้างแพงแข่งขันยาก เป็นรถสำหรับคนที่มองหารถสไตล์นี้ จริงๆ จน กระทั่งการมาของ Toyota Veloz นี่เอง ที่ทำให้ ดูเหมือนว่า โตโยต้า จะมีแนวโน้ม ทำตลาดได้อีกครั้ง

ทีจริงแล้ว โตโยต้า มีการศึกษาสัดส่วนตลาดรถยนต์ MPV มาสักพักใหญ่ ค้นพบว่า ตลาดรถยนต์ MPV ในประเทศไทย มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นอีกกลุ่มตลาดที่ค่อยๆ มีการเติบโต อย่างชัดเจน

ตลาดกลุ่มนี่ มีการเติบโตขนาดไหน ลองมาดูการรายงานยอดขายรถยนต์กลุ่มนี้

ปี 2019 ตามข้อมูล ระบุว่า Mini MPV มียอดขายรวม สุทธิ 30,640 คัน แต่ พอมาครึ่งปีแรกของ 2020 (มกราคม-มิถุนายน) มียอดขาย ทั้งสิ้น 10,208 คัน ยอดขายลดลงเนื่องจาก ภาวะ การระบาดของโควิด 19 แต่ก็มีกำลังซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่องจากลูกค้า

ยิ่งถ้ามองย้อนไปว่า เดิมที รถกลุ่มนี้มีเพียง Toyota Avanza ที่มียอดขายไม่กี่ร้อยคัน มาวันนี้ มีรถกลุ่มนี้จาก 4 แบรนด์ มียอดขายรวมๆ ประมาณเฉลี่ย เดือนละ 1,000 กว่าคัน ในแต่ละเดือน

หมายถึงการเติบโตเป็นเท่าตัว จากเดิม จนอาจพูดได้ว่า MPV เริ่มเป็นรถที่คนไทย มองอยู่ เวลาจะซื้อคันใหม่เข้าบ้าน ไม่น้อยหน้ากว่ารถประเภทอื่น

พัฒนาจากอีโค่คาร์ ส่วนสำคัญของความสำเร็จ

หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วใครนะ ที่จะคิดซื้อรถยนต์ประเภท Mini MPV กัน พี่ วัลลภ ตรีฤกษ์งาม ในฐานแม่ทัพ ทางด้านการขายและการตลาดของ Suzuki ได้ฉายภาพ ให้เราเห็นว่า

ตลาด MPV ก้าวมาถึงความสำเร็จ จนมียอดขายอย่างในวันนี้ได้มาจาก กลุ่มลูกค้าที่ใช้รถยนต์อีโค่คาร์ดั้งเดิมในตลาด ตั้งแต่สมัยโครงการรถยนต์คันแรก จากมาตรการของภาครัฐในอดีต มาวันนี้ จากคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน หลายคนอาจจะเริ่มสร้างครอบครัว แต่งงานมีลูก

รถยนต์ที่ใช้จำเป็นต้องเปลี่ยนไปจากรถยนต์เก๋งคันเล็ก สู่รถยนต์ที่มีพื้นที่ตอบสนองในการใช้งาน ในราคาที่ไม่แพง จนกินไปนัก ยิ่งการระบาดต่อเนื่องของโควิด ยิ่งทำให้ให้คนเริ่มตระหนักมากขึ้นกับการซื้อที่เพียงพอต่อการใช้งาน ไม่ฟุ้งเฟ้อ เกินตัว

รถยนต์ที่มีช่วงราคาที่เหมาะสม ต่อการมองหา จึงป้วนเปี้ยนในช่วงราคาไม่เกิน 8 แสนบาท ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับรถยนต์กลุ่มนี้ เนื่องจาก อานิสงค์ทางภาษีของเขตการค้าเสรีอาเซียน

ทำให้รถที่ประกอบจากอินโดนีเซีย สามารถเข้ามาจำหน่ายในไทยได้ โดยไม่มีกำแพงภาษีนำเข้า แต่อย่างใด สามารถทำราคาได้ในช่วงที่เหมาะสม

ลูกค้าได้รถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ พื้นที่ และฟังชั่นใช้งานที่มากขึ้นกว่าเดิม โดยไม่ต้องจ่ายแพงมากจนเกินไป และเพียงพอต่อการใช้งาน ตอบสนองได้ทั้งการโดยสาร รวมถึงการบรรทุกสัมภาระหากต้องการ และสามารถเปลี่ยนเป็นรถสำหรับการทำงาน

ยิ่งนับว่า ถ้าเปรียบกับรถซิตี้คาร์บางรุ่น ราคาไม่ได้แพงเว่อร์วังมากมายนัก นับว่าเป็นทางหนึ่งที่คุ้มค่าพอสมควร โดยเฉพาะคนที่ต้องการมองหารถ 7 ที่นั่ง ซึ่งมีตัวเลือก เพียง Mini MPV และ PPV เท่านั้น

นอกจากนี้ ต้องยอมรับว่า รายได้ ต่อครัวเรือน ของประชาชนคนไทย โดยส่วนใหญ่ ยังไม่สูงนัก การซื้อรถ คันละล้านบาท อาจเป็นไปได้ สำหรับหลายคนแต่ไม่ใช่กับทุกคน ประเด็นนี้มีส่วนสำคัญต่อการเลือกรถมากขึ้น ด้วย

ทรง SUV อีกหนึ่ง ป๋าดัน

ในมุมการใช้งาน และความคุ้มค่าที่ได้จากรถ เป็นหนึ่งในเส้นทาง ที่ต้องยอมรับว่า ทำให้ รถกลุ้มนี้ เริ่มก้าวเข้ามาอยุ่ในใจคนไทยมากขึ้น

แต่อีกส่วนต้องยอมรับว่า ก็มาจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จากบริษัทผู้ผลิตให้มีความน่าสนใจ ไม่มากก็น้อย ด้วยการเอาส่วนผสมของรถยนต์อเนกประสงค์แบบ SUV เข้ามาปะปน กับรถ MPV ดึงความสนใจ ให้รถกลุ่มนี้ น่าใช้งานมากขึ้น

มิตซูบิชิ เป็นเจ้าแรกที่เริ่มทำรถในแนวนี้ ก่อนใคร นำเสนอผ่านเส้นสาายที่เรียกว่า MPV XSUV ผ่านรถต้นแบบ Mitsubishi XM Concept ภายหลัง ออกมาจำหน่ายในชื่อ Mitsubishi Xpander นั่นเอง

ด้วยกระแสความเป็นนิยมรถ SUV ในหลายปีที่ผ่านมา ยิ่งทวีความน่าสนใจ กับคนที่มองหารถอเนกประสงค์ แต่บางทีก็ราคาแพงเว่อร์มากไปพอสมควร เมื่อมาดู MPV ที่วันนี้หลายยี่ห้อ เอาแนวทางนี้มาตีไข่แตก โดนใจคนซื้อมากขึ้น

ด้วยการเพิ่มราวหลัง ,​เพิ่มความสูงจากพื้นถึงท้องรถ และ ลุคที่ดูเป็น SUV ถึงจะไม่ใช่ SUV ขนานแท้ มันก็เป็นทรง ที่ใช้ ดูถึกพร้อมลุยในระดับหนึ่ง

ประเด็นที่คนซื้อ SUV คือต้องการรถที่ดูพร้อมสำหรับความสมบุกสมบันในยามที่ต้องการ หรือจำเป็นต้องใช้ ซึ่งส่วนผสมนี้ เมื่อมาอยู่ใน MPV ก็สามารถใช้งานได้เหมือน กัน

ยิ่งบางคนมองว่าได้ 7 ที่นั่ง ด้วย รวมถึงขนาดรถ ก็ใหญ่ยาวมากขึ้น มันช่วยทวีให้คนกลุ่มหนึ่ง หันมาเล่น MPV เนื่องจากตอบงบประมาณ ไม่ต้องกระเบียดกระเสียนยอดผ่อนมากนัก

ประหยัด ซ่อมง่าย ออพชั่นทน

อย่างไรก็ดี อีกอย่างที่ทำให้รถกลุ่มนี้ เริ่มก้าวมาในใจคนซื้อ คงไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า นั่นก็เพราะ ข้าวของในรถเอง ที่มาในรูปแบบเพียงพอต่อการใช้งาน สามารถบำรุงรักษาง่าย ค่าบำรุงก็ไม่แพงเกินไป

รถแบบนี้ นิยมใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร พร้อม เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด บางคนอาจมองว่า โอ้ย!! เทคโนโลยีโคตรโบราณ เขาเลิกใช้กันไปนานแล้ว

แต่ที่จริง ระบบขับเคลื่อน ไม่ใช่ทุกอย่างของรถยนต์ 1 คัน ปัจจัยการครอบครอง หรือ Cost of Ownership มีส่วนสำคัญอย่างมาก ต่อการตอบโจทย์ในการใช้งาน

ในกรณีรถยนต์ MPV ด้วยเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร พร้อมเกียร์ 4 สปีดที่หายคนว่าคร่ำครึนั้น กลับมีความดีความชอบในแง่การดูแลรักษาง่าย และประหยัดน้ำมันในระดับหนึ่ง อัตราบริโภคไม่ได้แย่กว่าอีโค่คาร์ที่เคยผ่านมือมามากนัก เสียภาษีรายปีก็ถูก ค่าบำรุงรักษาก็ไม่ได้ต่างจากรถยนต์นั่งขนาดเล็กเสียเท่าไรนัก

ส่วนชุดเกียร์ 4 สปีด นั้น ปัจจุบันก็มีการพัฒนาไปมาก เช่นการใช้คลัทช์หลายแผ่นซ้อน ทำให้เวลาเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลขึ้น รถบางรุ่น อาทิ Suzuki XL7 มีการพัฒนาโครงสร้างใหม่ เบาลงตอบสนองดีขึ้น ทำให้สามารถขับขี่ ใช้งานแล้วได้ความประหยัดน้ำมันไม่ต่างจากรถขนาดเล็กที่เคยใช้งานผ่านมือมา

ประเด็นที่หลายคนชอบกังวล คงไม่พ้นว่า เจ้า MPV ทั้งหลายเหล่านี้ ไม่เหมาะสม กับการใช้งานด้วยเครื่องยนต์ขนาดเล็ก ความจริง คงไม่มีใครเอาพ่อแม่พี่น้อง นั่งอัดตูม 7 คน ขับมันทุกวัน การให้ 7 ที่นั่ง เป็นการเผื่อในกรณีจำเป็นต้องใช้งาน และ ส่วนใหญ่ ไม่ใช่ทุกคนที่เดินทาง 7 คนบ่อยๆ นานครั้งจะไปขึ้นเขาลงห้วยด้วยรถแบบนี้

รถ Mini MPV จึงเหมาะกับการใช้งาน ที่มีความหลากหลายของคนเมือง สามารถใช้งานได้ครบเครื่อง ทั้งวันว่าง และ วันทำงาน พร้อมสำหรับครอบครัวด้วยในคันเดียว

อนาคต ต่อไป Mini MPV

มาถึงตรงนี้ ภาพของ Mini MPV คงจะชัดเจนว่า ในอนาคตต่อไป มันจะกลายเป็นรถที่คนมองหามากขึ้น

ในอนาคต รถกลุ่มนี้จะเป็นอย่างไร เริ่มมีคำตอบ ออกมาบ้างแล้ว จากประเทศต้นทางอย่างอินโดนีเซีย

ด้วยจุดขายหลักในความเป็น 7 ที่นั่ง พร้อมความประหยัดน้ำมัน เหมาะสมต่อการใช้งานในเมือง และเดินทางได้ในวันว่าง ทำให้แนวโน้มรถกลุ่มนี้ท้ายที่สุด ก็จะกลายเป็นไฮบริดในอนาคต โดยประเทศอินโดนีเซีย ได้เพิ่งเปิดส่งเสริมการลงทุนรถยนต์ไฮบริดในประเทศ และมีหลายค่ายให้ความสนใจ เข้าร่วมครั้งนี้

นั่นทำให้ รถยนต์ กลุ่มนี้ที่จะออกมาในอนาคต มีแนวโน้มที่จะเป็นระบบไฮบริด แต่ก่อนจะถึง ณ จุดนั้น ก่อนอื่น หลายคนตัดสินใจ เริ่มปลดระวาง ระบบเกียร์อัตโนัติ 4 สปีด เพื่อให้ มันสามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องความประหยัดน้ำมัน ยกตัวอย่าง Toyota Veloz เป็นต้น

รวมถึง ค่ายใหญ่อย่าง Mitsubishi ก็เพิ่งประกาศ รถรุ่นใหม่ ปรับโฉม ที่จะออกมาด้วยระบบเกียร์ CVT เช่นกัน คาดว่า หลายค่าย จะเริ่มจากจุดนี้ก่อน เพื่อให้ การตอบสนองการขับขี่ดีขึ้น

จากนั้นจะเข้าสู่ยุคเครื่องยนต์ไฮบริด ซึ่งก็เป็นระบบ แบบ Mild Hybrid ก่อน เนื่องจากจุดสำคัญ ของรถกลุ่มนี้ คือต้องดูแลง่ายไม่ซับซ้อน ให้ประสิทธิภาพ ราคาจำหน่ายต้องไม่แพงเกินไป ระบบลักษณะดังกล่าวจะทำให้ รถประหยัดน้ำมันมากขึ้นราคาก็ไม่ใช่ว่าจะแพงมากมายนัก

ทั้งหมดนี้เป็นอนาคต ที่เราพอจะเริ่มเห็นเส้นทางในอีกไม่กี่ปี ต่อจากนี้กันแล้ว

ส่วนในแง่ความนิยมจากคนไทย น่าจะค่อยๆ เติบโตขึ้น เมื่อเริ่มมีคนใช้ ก็เริ่มทำให้ คนจำนวนมากสนใจมากขึ้น ตลาด Mini MPV เติบโต ในรูปแบบค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากไม่ใช่รถที่เป็นกระแสนิยม แต่รถราคา 8 แสน ได้ 7 ที่นั่ง ก็ไม่มีทางเลือก อื่น นอกจากรถกลุ่มนี้

การเติบโต ของตลาดรถยนต์ MPV ถือเป็น เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ กับรถยนต์ที่อดีตคนไทยเมิน วันนี้เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ส่วนหนึ่งด้วยการมองหาตัวเลือกที่มีความคุ้มค่าคุ้มราคามากขึ้น ใช้รถให้เหมาะสม กับที่ต้องการ และควรจะเป็นนั่น้ิง

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments