ทำไม มาสด้า จึงประสบความสำเร็จ ในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ ในยุคนี้

แบ่งปันเรื่องนี้

มาสด้า ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น ที่มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ และการออกแบบตัวรถน่าใช้งาน กลายเป็นบริษัทรถยนต์ที่จะเรียกว่า ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ปีทีผ่านมา มาสด้า ประสบความสำเร็จครั้งสำคัญ ในแง่รถยนต์อเนกประสงค์ หรือ ครอสโอเวอร์ จากที่เคยประสบความสำเร็จ จากรถอีโค่คาร์ และ คอมแพ็คคาร์

ด้วยตัวเลขยอดขายกว่า 9,698 คัน จากการรายงาน ยอดขาย ระหว่างเดือน มกราคม ถึง กันยายน พ.ศ. 2564 จากทางมาสด้า หรือเติบโตราวๆ 27% ของยอดขาย เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เป็นการยืนยันว่า มาสด้าก้าวมาเป็นเบอร์ใหญ่ในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ ไม่น้อยหน้า โตโยต้า , ฮอนด้า เจ้าตลาดสำคัญ ที่วางจำหน่าย และได้รับความวางใจมายาวนาน

ตัวเลือก เยอะมีทุกระดับ

สาเหตุที่มาสด้า กล้าแกร่งในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ได้ ก็ต้องยอมรับว่า ข้อสำคัญ​อยู่ที่ การมีรถอเนกประสงค์ให้เลือกมากมายหลายระดับ ตามความต้องการของลูกค้า และตอบโจทย์ได้ครบทุกเซกเม้นท์ ตั้งแต่ รุ่นใหญ่ไปรุ่นเล็ก ได้แก่

  • Mazda CX-3 รถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก สำหรับคนเมือง เหมาะกับ คนโสด หรือเพิ่งแต่งงาน
  • Mazda CX-30 รถอเนกประสงค์ Entry Compact Crossover รถอเนกประสงค์ สำหรับคนที่เพิ่งมีครอบครัว อาจจะกำลังมีลูกเล็ก
  • Mazda CX-5 อเนกประสงค์ Compact 5 ที่นั่ง สำหรับ ครอบครัวเดี่ยว เน้นสมรรถนะการขับขี่ และความหรูหรา
  • Mazda CX-8 รถ Mid Size Crossover หนึ่งเดียวของทางมาสด้า ที่มาพร้อมกับ การตอบโจทย์การขับขี่ สำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ ด้วยที่โดยสารสูงสุด 7 ที่นั่ง

โดยทั้ง 4 รุ่นที่ทำตลาด รถที่มีการเติบโตมากที่สุดในกลุ่มคือ Mazda CX-30 และ Mazda Cx-3

มกราคม-กันยายน 2563 (คัน)มกราคม-กันยายน 2564 (คัน)
Mazda CX-303,6935,363
Mazda CX-3 1,4583,146

กลยุทธ์ ราคาและออพชั่นคุ้ม

ปีทีผ่านมา มาสด้า ไม่ได้ มีการแนะนำรถรุ่นใหม่เข้ามา แต่รถรุ่นเดิมที่มีอยู่ในตลาด ก็เน้นปรับออพชั่น ราคา และ รุ่นย่อยเพิ่มเติม เพื่อให้น่าสนใจมากขึ้น

ไม่ว่า จะ Mazda Cx-3 ที่มีการปรับ มาตั้งแต่ปี 2020 แล้ว และ ได้รับความสนใจจากลูกค้าหลายคนที่กำลังมองหารถยนต์อเนกประสงค์คันแรก ด้วยเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ 2.0 ลิตร สมรรถนะในการขับขี่ที่เร้าใจมากขึ้น

ส่วนทางด้าน CX-5 มีการปรับอุปกรณ์ ออกมาวางจำหน่าย และทำราคาขายเริ่มต้นถูกลง แต่ออพชั่นล้นคันมากขึ้น เช่นเดียวกับ Mazd CX-8 มีการเพิ่มรุ่นย่อยอย่าง เครื่องยนต์ 2.5 เบาะ 6 ที่นั่งเข้ามาเอาใจลูกค้า ด้วยราคาขายถูกลงกว่าเดิม รวมถึงยังมีออพชั่นน่าสนใจมากขึ้น หลายอย่าง ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 1,599,000 บาทเท่านั้น

จนทำให้รถสามารถทำตลาดวางจำหน่ายได้ง่ายขึ้น รวมถึง ยังมีการเดิมเกม โปรโมชั่นที่น่าสนใจ ในแง่การขายด้วย

ด้วยจำนวนรุ่นที่เยอะ รองรับทุกตลาด ราคา และออพชั่นที่มองแล้วคุ้มค่ามากกว่าเดิม ทำให้ อเนกประสงค์ของมาสด้า ทวีความน่าสนใจมากขึ้น สำหรับลูกค้า

ยอดขาย จาก มกราคม ถึง กันยายน ได้ชี้ชัดแล้วว่า รถยนต์อเนกประสงค์มาสด้า ตอบโจทย์ตรงใจลูกค้า ในยุคโควิดครองเมือง

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments