ทำไม ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น พัฒนารถรถสปอร์ต หลายรุ่นในยุคนี้

แบ่งปันเรื่องนี้

Subaru  BRZ, Toyota Supra,Mazda MX-5   , Nissan Z   และ อีกมากมายไปจนถึง  Toyota GR Yaris   ทั้งหมด ล้วนมีความเหมือนกันอยู่ข้อหนึ่ง พวกมันเป็นรถสปอร์ตที่ทำให้หลายคนมองหา น่าแปลกที่ในยุคนี้ทางบริษัทรถยนต์จากญี่ปุ่น ดูจะขยันทำรถสปอร์ตมากจน หลายคนเริม่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น 

ทำไม ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น นิยมทำรถสปอร์ตออกมาขายในยุคนี้ นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย ทำไม อยู่ดีๆ โตโยต้า , นิสสัน ,ซูบารุ และอีกหลายค่าย พยายามสร้างรถสปอร์ตมากขึ้น จนทำให้เราหลายคนเริ่มตื่นเต้นกับพวกมัน

กลยุทธนี้กำลังได้รับความสนใจ ด้วยความจริงว่ารถยนต์อเนกประสงค์ หรือ SUV   กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาจากลูกค้า และรถเก๋งก็กำลังเสื่อมถอยความนิยมตามลำดับ แต่กลายเป็นว่าบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่น พยายามส้รางรถสปอร์ตสมรรนถะสูง เครื่องแรง ราคาแพงออกมาจำหน่าย นั่นแล จะสวนทางกับข้อเท็จจริง ว่า ตลาดรถวันนี้อาจจะไม่ใช่ที่ของรถเก๋งอีกต่อไป 

ตั้งแต่ปี  2010  เป็นค้นม มีรถสปอร์ตหลายรุ่นเข้ามาทำตลาด แต่นั่นไม่เท่ากับ ช่วง  2  ปีที่ผ่านมา และ ในอนาคตจากนี้อีกไม่นาน ที่จะมีรถใหม่ ออกมาเปิดตัววางขาย รถยนต์อย่าง   Mazda MX-5 ,Toyota Supra  มาจนล่าสุดการกลับมาของ  Toyota  GR 86   และ   Subaru BRZ   อนาคตจะยังมี   Nissan 400Z  รวมถึง  Subaru  WRX   เข้ามาทำตลาด นับเป็นการยกพลครั้งใหญ่ของสปอร์ตที่มีชื่อเสียงจากยุค  90  กลับมาจุติใหม่อีกครั้ง 

หนทางนี้ ทำให้ยุคนี้คล้ายความรู้สึกจากยุค  90  ช่วงเวลายุคทองของบรรดาบริษัทรถยนต์ก่อนที่ รถเหล่านี้จะถูกกลืนหายไป ด้วยภาวะเศรษฐกิจการเงิน รวมถึงความเข้มงวดของการปล่อยไอเสียที่พัฒนาขึ้นอย่างเร็ว เพื่อลดภาวะโลกร้อน ก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญ 

ทำไม รถสปอร์ตมาเปิดตัวอีกครั้งในยุคยี้มากขึ้น เรื่องนี้ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ ได้ให้ข้อมูลกับทาง  CNBC   อย่างน่าสนใจว่า 

ประเด็นที่รถสปอร์ตเปิดตัวมากในยุคนี้ มีหลายปัจจัยด้วยกัน เริ่มจาก มันเป้นยุคตกต่ำของรถเก๋ง และในทางเดียวกัน   SUV   ก็ตอบโจทย์ในการใช้งานด้วย 

แต่ตลาดรถเก๋งที่ซบเซา ยังมีช่องว่างเล็กๆ ที่พอเรียกเงินจากลูกค้าได้ นั่นคือรถสปอร์ต สำหรับคนที่ต้องการความตื่นเต้น และไม่ยี่หระ ที่จะจ่ายเงินเพ่อความสนุกสนานในการขับขี่ ถึงคนกลุ่มนี้จะน้อย แต่พวกเขาไม่ต้องคิดมาก ถ้าอะไรที่คิดว่าใช่ก็พร้อมจ่าย ซื้อรถที่พวกเขาถูกใจ 

นั่นเป็นเหตุผลต่อมาว่า วัยรุ่นที่เคยอยุ่ในยุค  90 วันนี้หลายคนกลายเป็นกลุ่มคน   Middle Life  วัย  40-50   จำนวนมาก และพร้อมจะจ่ายเงินซื้อรถที่ในวันวาน พวกเขาได้แต่มอง ทว่าวันนี้พวกเขาพร้อมที่จะซื้อพวกมัน และนั่นทำให้คนกลุ่มนี้ จะไม่ลังเลต่อการตัดสินใจ 

ด้านกระแสยุค 90  เอง ก็มีส่วนสำคัญ ยุคที่ความลงตัว ระหว่าง อนาล็อกและดิจิตอล เป็นกระแสที่ไม่ได้บ้านิยมในไทยเท่านั้น แต่หมายถึงทั่วโลก นั่นทำให้ บริษัทรถยนต์หลายรายพยายามจะตามเทรนด์ดังกล่าว สำหรับบริษัทรถยนต์ คือ ทำรถที่มีชื่อสอดคล้อง กับที่เคยมีในอดีต อาทิ   Toyota Supra  ,NISSAN Z  หรือรถอย่าง Ford Bronco เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดในเรื่องนี้ ชื่อเหล่านี้ เป็นที่คุ้นเคยของคนในอดีต ที่กลับมาในวันนี้อีกครั้ง 

เรื่องสุดท้าย ดูจะเป็นเรื่องจริง และไม่สามารถปฏิเสธได้ คือ นี่อาจจะเป็นยุคสุดท้าย ของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน

การเร่งเปลี่ยนถ่ายไปสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้า ต่างจากยุครถยนต์เครื่องคาร์บูเรเตอร์ เป็นเครื่องหัวฉีดอย่างสิ้นเชิง นี่คือการปฏิวัติครั้งสำคัญ ของอุตสาหกรรมยานยนต์ เหมือน ยุคเครื่องจักรไอน้ำ ถูกแทนที่ ด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน ครั้งนี้ เครื่องยนต์สันดาป ถูกแทนที่ ด้วยระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า

2020 Honda Civic Type R

และด้วยเหตุผลดังกล่าว หลายบริษัทดูจะต้องการ สั่งลารถยนต์สันดาป ด้วยที่สุดสปอร์ตคาร์ที่เป็นตำนาน และคนส่วนใหญ่รู้จักกันดี นี่จะเป็นยุคสุดท้าย ของรถยนต์สปอร์ตเครื่องสันดาปล้วนๆ มันส์บนถนนด้วยน้ำมัน เครื่องเทอร์โบชาร์จ , V8  อะไรก็ตามที่คุ้นเคยในอดีต ก่อนที่โลก จะเปลี่ยนไปสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้า ในวันหน้า 

ด้านผู้เชี่ยวชาญยังกล่าวต่อไปว่า รถสปอร์ต เป็นรถสร้างภาพ หรือ   Halo Car  ที่ชัดเจน ทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำในด้านต่างๆ และนั่นเป็นการสร้างฐานที่ดี ต่อยุคต่อไป รวมถึงยังทำให้คนสนใจในรถปัจจุบันด้วย 

การที่มีรถสปอร์ตจากค่ายญี่ปุ่นเยอะขึ้นในยุคนี้ เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน รถอย่าง โตโยต้า , นิสสัน , ซูบารุ และ มาสด้า ต่างพร้อมทำรถสปอร์ตมาขาย ไม่ว่าอะไร ทำให้บริษัทรถยนต์คิดว่ามันคุ้มค่าในการลงทุน พวกเขาคิดถูก แม้ว่า คนชอบรถสปอร์ตจะต่างจากคนซื้อรถ SUV แต่ก็คือคนที่พร้อมจ่ายเงิน สำหรับความสนุกทุกครั้งที่นั่งหลังพวงมาลัย 

ข้อมูลประกอบบทความจาก CNBC   

บทความนี้ เป็นลิขสิทธิ์ ของทีมงาน  Ridebuster.com ห้ามเปลี่ยนแปลง ทำซ้ำ คัดลอกส่วนใดของบทความ  หรือ นำไปเผยแพร่ในช่องทางอื่นๆ โดยไม่รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments