Haval H6 Hybrid น้องใหม่ SUV ซื้อรุ่นไหนคุ้มสุด

แบ่งปันเรื่องนี้

เปิดตัวออกมาท่ามกลางกระแส โควิด 19 ในที่สุด สำหรับ เจ้า SUV , Haval H6 Hybrid ที่เผยโฉม ออกมาครั้งนี้มากับราคา และ เตรียมวางจำหน่ยทันที โดยในเวลานี้ ยังให้จองผ่านทางเว็บไซต์ , แอพพลิเคชั่น รวมถึงใครที่อยากเห็นรถตัวจริง ก็มีอยู่ไม่กี่ที่เท่านั้น

รถที่รุ่นนี้มีเพียง 2 รุ่นย่อย เท่านั้น ทำราคาขายออกมาอยู่ในจุดที่ทุกคนพอจะเป็นเจ้าของได้ แต่รุ่นไหนคุ้มค่า วันนี้ จะมาดู ด้วยกันครับ

รุ่น   Pro

รุ่นเริ่มต้นของ   Haval H6 Hybrid   ใช้ชื่อรุ่นว่า  Pro  รถรุ่นนี้ออกมาตอบตลาดด้วยการนำเสนอ ความใหญ่โต รโหฐานและความอเนกประสงค์ครบครัน ตั้งแต่ตัวเริ่มต้น

Haval H6 Hybrid Pro

ขนาดมิติตัวรถ มีความยาวตลอดคัน 4,653 มม. กว้าง 1,886 มม. และ สูง 1,724 มม. ระยะฐานล้อ อยู่ที่ 2,738 มม. ส่วนความสุงจากพื้นถึง ท้องรถ อยู่ที่ 175 มม. ช่วยให้อำนาจการสมบุกสมบันบ้าง

ถ้าดูจากขนาดมิติตัวรถ มันจะมีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่ม รถอเนกประสงค์ ระดับ  Compact Crossover ที่มีขายในปัจจุบันวันนี้

ทางด้านระบบขับเคลื่อน ฮาวาล นำเสนอ ระบบขับเคลื่อนไฮบริด ระบบนี้ทางบริษัท พัฒนาให้มีความสามารถที่หลากหลาย เริ่มจากการติดตั้งเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ เข้ากับชุดมอเตอร์ไฟฟ้าและชุดเกียร์แบบพิเศษ ที่สามารถขับเคลื่อนได้ทั้งมอเตอร์ และ เครื่องยนต์ในชุดเดียว ที่เรียกว่า  Dedicated Hybrid Transmission   กำลังขับรวมรถรุ่นนี้อยู่ที่ 243 แรงม้า และ ทำแรงบิดสูงสุด 530 นิวตันเมตร  ถือว่ามีกำลังค่อนข้างมากพอสมคววรในการขับขี่

เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ บวกมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังถึง 243 แรงม้า

ในรุ่นเริ่มต้น ทางฮาวาล นำเสนอ สไตล์สปอร์ตหรูให้กำบัตัวรถ งานออกแบบรวมๆ มาพร้อม กระจังหน้าโครเมี่ยม ไฟหน้า-ไฟท้าย LED  จุดสังเกตภายนอก รถรุ่นเริ่มต้น จะไม่ได้ไฟตัดหมอกหน้า และไม่มีหลังคา พาโนรามิค ซันรูฟมาให้  ล้ออัลลอย เป็นขนาด 18 นิ้ว สีทูโทน สไตล์สปอร์ต

ภายในห้องโดยสาร นำเสนอ การตบแต่งสีดำ ตบแต่งด้วยสีเงิน เบาะนั่งหุ้มหนังสังเคราะห์ ด้านคนขับให้เบาะนั่งปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ฝั่งคนนั่งปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง เบาะหลังสามารถปรับพับได้ในอัตรา 60/40

ภายในรุ่น Pro เป็นสีดำ

ตรงหน้าคนขับ พวงมาลัยมีปุ่มใช้งานหลากหลาย จุดโดดเด่น น่าจะเป็นตจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 10 นิ้ว ระบบปรับอากาศ แยกอิสระ ซ่าย-ขวา มาให้ พร้อมกรอง  CN95    

ตรงกลางมาพร้อมระบบความบันเทิง ขนาด 10 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อบูลทูธ และ ลำโพง 8 ตำแหน่ง ช่วยในการขับกล่องตลอดการเดินทาง

จุดขายหลักรถรุ่นนี้อยู่ที่ระบบช่วยเหลือในการขับขี่ ต่างๆ มากมาย หลายรายการ ได้แก่

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ที่ความเร็วต่ำ
  • ระบบกล้อง 360 องศา
  • ระบบเบรกฉุกเฉิน บนทางตรงและทางแยก
  • ระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก
  • ระบบเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนทางด้านหน้า
  • ระบบเบรกฉุกเฉินที่ความเร็วต่ำ
  • ระบบเตือน เมื่อรถออกนอกเลน
  • ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่ในกลางเลน
  • ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน
  • ระบบช่วยเตือนรถเมื่อออกนอกเลน
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา
  • ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้อในการขับขี่

สำหรับ ความปลอดภัย พื้นฐาน ยังคงมีมาให้ครบ ทั้ง ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว , ระบบเบรกขณะเข้าโค้ง , ระบบลดความเสี่ยงในการพลิกคว่ำ 

ราคา 1,149,000 บาท

รุ่น Ultra   

เขยิบมาที่รุ่นท๊อป Haval H6 Hybrid Ultra ให้ออพชั่นที่มากกว่า สนนราคาเพิ่มขึ้น อีก 1 แสนบาท เป็นค่าตัว เราลองมาดูว่าคุ้มกันไหม

Haval H6 Hybrid  Ultra

ภายนอก ทาง GWM  เพิ่ม มาให้ สองอย่างได้แก่

  • พาโนรามิค ซันรูฟ
  • ล้ออัลลอยขอบ 19 สีเงิน พร้อมยางขนาด 225/55/R19

เมื่อก้าวเข้ามาในห้องโดยสาร ทาง ฮาวาล นำเสนอ การตอบแต่งใหม่ เปลี่ยนจากโทนดำ เป็นทูโทน เทาดำ  พร้อมการตบแต่งจากสีเงิน เป็นสี  rose Gold  การหุ้มเบาะ ยังเป็นหนังสังเคราะห์ เหมือนเดิม เบาะคนนั่ง เพิ่มปุ่มปรับเบาะด้านคนขับ มาให้

ภายใน  Haval H6 Hybrid  Ultra คอนโซลหน้า
ภายใน  Haval H6 Hybrid  Ultra

ระบบปรับอากาศ เพิ่มระบบ  ionizer  มาให้  หน้าจอเครื่องเสียงขยับ เป็น  12  นิ้ว  จากเดิมที่มีขนาดเพียง 10 นิ้วเท่านั้น

สิ่งที่เพิ่มหลักๆ ในรุ่น  Ultra  อยู่ที่ ระบบช่วยในการขับขี่ต่างๆ มีดังนี้

  • ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ  3 รูปแบบ
  • ระบบ ช่วยถอยหลังอัตโนมัติ
  • ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่ จากทางด้านข้าง
  • ระบบช่วยควบคุมรถอยู่ในเลนภาวะฉุกเฉิน
  • ระบบช่วยเตือน เมื่อเสีย่งต่อการถูกชนจากด้านหลัง
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาขณะถอยหลัง
  • ระบบช่วยเบรก เมื่อมีรถในมุมอับสายตา ขณะถอยหลัง
  • ระบบช่วยเตือน เมื่อเปิดประตูลงจากรถ

ทั้งหมด นี้ทำให้ ความสามารถ ของรุ่น  Ultra   มีมากกว่า รุ่นเริ่มต้น สนนราคาขาย อยู่ที่ 1,249,000 บาท   

Haval H6 Hybrid  สรุปรุ่นไหนคุ้ม

หลังจากเปิดราคามาหมาดๆ เมื่อวาน ต้องยอมรับว่า ราคาขายรถรุ่นนี้ ทำออกมาได้ดี ราคาไม่แพง และมีออพชั่นที่หลายคนมองหา เพียงตแต่ เรื่องการรับบริการ ในเวลานี้คงต้องกล่าวว่า รอดูกันต่อไปในอนาคต

Haval H6 Hybrid  สีน้ำเงิน

เบื้องต้นทางจากที่เราดูข้อมูล เอาแบบที่ได้ใช้กันจริงๆ รุ่น  Pro   ถือว่า เป็นรุ่นที่มีออพชั่นต่างๆ ให้ค่อนข้างเยอะ และคุ้มค่าที่สุด แม้ว่ามันจะขายฟังชั่นบางอย่าง ที่เป็นไฮไลท์ เช่นระบบถอยหลัง อัตโนมัติ  คุณก็ยังได้ความทันสมัย เหนือชั้นจากระบบความปลอดภัยอีกมากมาย ที่มีมากว่าจากค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นหลายๆ เจ้าที่มีในปัจจุบัน

ราคา 1,149,000 บาท เทียบแล้ว อยู่ใกล้เคียงกับ  Toyota  Corolla Cross  และ   Toyota C-HR   ทั้ง สอง รุ่นเป็นรถที่มีขนาดเล็กกว่า แม้จะเพียงเล็กน้อย ถ้าคนอยากได้รถที่ตอบโจทย์การโดยสาร  H6   ก็จะเป็นทางเลือก ที่ดีกว่าในทันที

ส่วนรุ่น  Ultra   เหมาะกับคนที่ชอบความทันสมัยในการขับขี่ ความล้ำสมัยสุดว้าว ของรถรุ่นนี้ ทำให้  Haval H6 Hybrid   น่าใช้ยิ่งขึ้น

สำหรับเรามองว่า 1 แสนบาที่เพิ่ม กับของเล่นที่ให้ก็ไม่ได้แพงมาก เท่าไร มีหลายรายการ ได้แก่
ซันรูฟ

  • ระบบช่วยถอยหลัง อัตโนมัติ
  • ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ
  • ระบบเลี่ยงเข้าใกล้รถใหญ่
  • ระบบช่วยเบรกในมุมอับสายตา จณะถอยหลัง

สิ่งที่ผมไม่ชอบในตัว   Ultra  คือการตบแต่ง สี  rose Gold   และ  ล้ออัลลอย 19 ที่ดูไม่มีลูกเล่นอะไรมาก ส่วนฟังชั่นที่กล่าวมาข้างต้น พูดตามจริง ถ้าคุณไม่ขับรถเฟอะฟะ ก็แทบไม่ได้ใช้

ดังนั้น จะซื้อรุ่นไหน คุณลองตัดสินใจอีกที แต่ถ้าแนะนำ เอาคุ้ม รุ่น  Pro   คือคำตอบ สุดท้าย ครับ  



แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments