All New MG 5 ผ่ารุ่นย่อย คันไหนคุ้มที่สุด

แบ่งปันเรื่องนี้

ในที่สุด ก็มาสักที สำหรับ All New MG 5 ใหม่ เจ้า b- Car ใหม่ ที่ออกมาวางจำหน่าย ล่าสุดจาก เอ็มจี รถรุ่นนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากลูกค้า ที่มองหารถใหม่ ในตลาดวันนี้ ใครที่มองอยู่ เรามาดูกันว่า รุ่นไหนคุ้มที่สุดสำหรับเรา

หมายเหตุ ภาพในบทความทั้งหมด เป็นรุ่น X

MG 5 C

มาเริ่มต้นกันที่ All New MG 5 รุ่น เริ่มต้น ที่เรียกว่า รุ่น C รุ่นเริ่มต้นของรถคันนี้พกหลายอย่างมานน่าสนใจกว่าที่คิด

อย่างแรกเป็นการออกแบบ ภายนอกตัวรถที่มาพร้อมทรวดทรง ที่เราเห็นกันไปตามสื่อต่างๆ ให้มาเหมือนกัน เป๊ะ ไฟหน้า LED มีมาให้ตั้งแต่ตัวเริ่มต้น รวมถึงไฟท้าย LED และ ไฟตัดหมอกหลัง ล้อเป็นล้อกระทะพร้อมฝาครอบขนาด 16 นิ้ว

ส่วนในห้องโดยสาร ให้เบาะนั่งผ้า มาพร้อมภายในสีดำ เรือนไมล์ปกติ ธรรมดาไม่อลังการ ด้วยหน้าจอ เน้นเพียงต่อการใช้งาน ยังดีให้ปุ่มสตาร์ท พร้อมกรองแอร์ สามารถสกัดฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างชะงักงัน ยังดีเครื่องเสียงจอ 10 นิ้วให้มาตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น พร้อม ลำโพง 4 จุด ตอบความสุนทรีย์ในการขับขี่

ทางด้านการขับขี่เป็นหน้าที่ของเครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร ให้กำลังขับสูงสุด 114 แรงม้า สูงสุด ที่ 6,000 รอบต่อนาที ทำแรงบิดสูงสุด 150 แรงม้า สูงสุด ที่ 4,500 รอบต่อนาที พร้อมระบบเกียร์ CVT 8 สปีด ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า และให้ ดิสก์เบรก 4 ล้อ ให้มาตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น

All New MG 5   รุ่น  X
หน้าจอเครื่องเสียง 10 นิ้ว มีมาให้ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น

เรื่องการอำนวยความสะดวก และปลอดภัยในการขับขี่ มาพร้อม เบรกมือไฟฟ้า ,Auto Vehicle Hold ระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน ,ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค พร้อมระบบกระจายแรงเบรก , ระบบป้องกันการลื่นไถล และล้อหมุนฟรี , ระบบ ช่วยออกตัวทางลาดชัน รวมถึงยังมี ระบบล็อคประตู อัตโนมัติ

ราคา 559,000 บาท

ภายนอก

  • ล้อกระทะพร้อมฝาครอบ 16 นิ้ว
  • ไฟหน้า LED
  • ไฟทา้ย LED พร้อม ไฟตัดหมอกหลัง

ภายใน

  • ภายในสีดำ
  • เบาะนั่งผ้า
  • เรือนไมล์ธรรมดา
  • เครื่องเสียงจอ 10 นิ้ว
  • ปุ่มสตาร์ท
  • ลำโพง 4 จุด

การขับขี่

  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 4 สูบ 114 แรงม้า
  • เกียร์ CVT 8 สปีด
  • ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า
  • ดิสก์เบรก 4 ล้อ

การอำนวยความสะดวกในการขับขี่

  • ระบบเบรก ABD พร้อมระบบกระจายแรงเบรก
  • ระบบควบคุมการทรงตัวพร้อมป้องการลื่นไถล
  • เบรกมือไฟฟ้า พร้อม Brake hold
  • ระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน
  • ระบบล็อค ประตู อัตโนมัติ

MG 5 D

มาถึงรุ่นกลาว ตัวรถภายนอก ปรับรายละเอียดเพิ่มเติม เปลี่ยนจากล้ออระทะ มาเป็นล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว โคมไฟหน้า มาพร้อม Daytime Running Light มาพร้อมกระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า เติมเข้ามาในรุ่นนี้ด้วย

ภายในถูกอัพเกรด เป็นเบาะนั่งหนังสังเคราะห์ ยังคงภายในสีดำ เหมือนเดิม ลำโพงถูกอัพมาเป็น 6 ตำแหน่ง และได้รับกล้องมองหลังมาด้วย

นอกนั้น ไม่มีอะไรแตกต่างจากรุ่นล่างมากนัก

ราคา 599,000 บาท

ภายนอก

  • ล้ออัลลอย 16 นิ้ว
  • Day Time Running Light
  • กระจกมองข้าง ปรับและพับ ไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวในตัว

ภายใน

  • ภายในสีดำ
  • เบาะหนังสังเคราะห์
  • เรือนไมล์ธรรมดา
  • ลำโพง 6 จุด
  • กล้องมองหลัง

MG 5 X

ทางด้านรุ่นท๊อปออพชั่น ทุกอย่าง มาในแบบจัดเต็ม เริ่มจาก ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว เข้ามาในรุ่นนี้ และ ให้ ซันรูฟมาด้วย

All New MG 5   รุ่น  X

ส่วนภายในสีดำ ถูกอัพเติม เป็น ทูโทน ดำแดง ให้ความน่าใช้งานมากขึ้น หนนี้เบาะนั่งคนขับ เปลี่ยนเป็น ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง อำนวยความสะดวกในการโดยสารมากขึ้น ตรงหน้าคนขับ เรือนไมล์ อัพเป็นจอดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว มาด้วย ช่วยเพิ่มความน่าใช้งานมากขึ้น

ทางด้านการขับขี่ ตัวช้วยในการขับขี่เพิ่มมากขึ้น ด้วย Cruise Control , และระบบความปลอดภัย อย่าง ระบบเตือนและป้องกัน การหลุดเลน,ระบบเตือนมุมอับสายตา , ระบบเตือน ในขณะถอยหลัง และ ระบบเตือนการชนทางด้านหลัง และได้รับกล้องมอง 360 องศา

และท้ายสุด รถรุ่นนี้ เป็นรุ่นเดียวที่มีระบบ ismart มาให้ ได้ใช้งาน ถ้าคุณชอบ ความทันสมัย ก็ต้องเลือกรถรุ่นนี้กัน

ราคา 689,000 บาท

ภายนอก

  • ล้อกอัลลอยขนาด 17 นิ้ว
  • ซันรูฟ

ภายใน

  • ภายในทูโทน
  • เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง
  • เรือนไมล์ดิจิตอล ขนาด 7 นิ้ว

การอำนวยความสะดวกในการขับขี่

  • Cruise Control
  • ระบบเตือนและป้องกัน การหลุดเลน
  • ระบบเตือนมุมอับสายตา
  • ระบบเตือนมุมอับสายตาในขณะถอยหลัง
  • ระบบเตือนการชนทางด้านหลัง
  • กล้องมอง 360 องศา

สรุปซื้อรุ่นไหนคุ้ม

ถ้ามาดูจากรถทั้ง 3 รุ่นย่อย แล้ว เราเชื่อว่า รุ่นที่น่าซื้อ มี 2 รุ่น คือ รุ่น D และ X เนื่องจากมีออพชั่นล้นคันพอสมควร

รุ่น D มีออพชั่นหลาย อย่างเหมือนรุ่น X จะขาดก็บางอย่าง เช่น หลังคาซันรูฟ , ล้อ 16 นิ้ว รวมถึงพวกตัวช่วยในการขับขี่ต่างๆ และกล้อง 360 องศา ส่วนภายในสีดำ พร้อมเบาะหนัง จัดเป็นรถที่เหมาะลงตัวกับการใช้งาน จะเรียกว่าคุ้มที่สุด ในรุ่นก็ว่าได้

ทางด้านรุ่น X ให้ออพชั่นต่างๆที่คบครัน มีความทันสมัย และตัวรถที่ดูจะเป็นรถคอมแพ็คคาร์เต็มตัว เมื่อคุรขับไปตามถนน ไม่ว่าจะล้อ 17 นิ้ว ภายในห้องโยสารที่มีความสวยงามมากกว่า รวมถึงไฮไลท์ระบบ ismart ถ้าคุณรับได้กับตัวรถ ที่ราคาแพงแบบก้าวกระโดดมาก ก็น่าจะจัดไปอย่าให้เสีย

ส่วนในรุ่น C ตัวเริ่มต้น ต้องยอมรับว่า คุณยังขาดออพชั่นหลายอย่าง เหมาะกับคนที่มีงบน้อย หน่อย

ส่วนคุณจะเลือกอะไรนั้น ต้องดู งบประมาณให้ดีครับ

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments