MG ควรเรียก แบรนด์อังกฤษ หรือ แบรนด์จีน ?

แบ่งปันเรื่องนี้

ตลอดช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่ใครหลายคนมักถกประเด็นกันอยู่เสมอเกี่ยวกับรถยนต์แบรนด์ “MG” นั้น กลับไม่ได้มีแค่เพียงเรื่องสมรรถนะของตัวรถ หรือความคุ้มค่า แต่ยังมีการพูดถึง สัญชาติแบรนด์ หรือประเทศที่มาของแบรนด์ด้วย ว่าแท้จริงแล้ว พวกเขาคือแบรนด์จากประเทศใดกันแน่ ?

เรื่องนี้คงต้องย้อนไปยาวนาน ยันรากเหง้า ที่แท้จริงความเป็นมาของแบรนด์ “MG” ที่ได้เริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1920 เมื่อ William Morris ชาวอังกฤษ (ชื่อเต็ม William Richard Morris) ได้ทำการเปิดดีลเลอร์ หรือตัวแทนจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ Morris (ซึ่งแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์รวมถึงรถมอเตอร์ไซค์ที่ตัว W.R. Morris เป็นคนก่อตั้งเองมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1901) ภายใต้ชื่อ “Morris Garage” ณ ถนนลองวอลล์ เมืองอ็อกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ

โดยที่หลังจากนั้นไม่นาน Cecil Kimber ก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Morris Garage ในฐานะผู้จัดการฝ่ายขาย และได้เลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการทั่วไปในปี ค.ศ. 1922 เป็นช่วงเวลาเดียวกันเองกับที่เขาได้เลือกนำรถของ Morris รุ่น Oxford มาดัดแปลง และปรับแต่งใหม่เป็นโมเดลเฉพาะดีลเลอร์ และใช้ชื่อรถโมเดลพิเศษนั้นว่า “Kimber Specials” ซึ่งมันก็สร้างกระแสตอบรับจากลูกค้าได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

จากการทำตลาดในลักษณะดังกล่าวที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จึงทำให้ต่อมาในวันที่ 1 พฤษภาคม ปี ค.ศ. 1924 ทาง Cecil Kimber และ William Morris ได้ตัดสินใจจดทะเบียนการค้า ชื่อแบรนด์ “MG” ซึ่งย่อมาจาก Morris Garage เป็นครั้งแรก พร้อมสัญลักษณ์หรือตราประจำเแบรนด์ที่ยังคงมีให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน นั่นคือ ตัวอักษร MG ที่ถูกล้อมรอบด้วยกรอบ 8 เหลี่ยม และมีการเปิดตัวรถยนต์ขายจริงภายใต้ชื่อแบรนด์ดังกล่าวเป็นครั้งแรกในปีเดียวกัน นั่นคือ MG 14/28 Super Sport

โดยหลังจากการก่อตั้งแบรนด์เมื่อปี ค.ศ. 1924 ทาง MG ก็ยังคงผลิตรถยนต์เพื่อการวางจำหน่ายทั้งในประเทศอังกฤษและใกล้เคียงมาอยู่เรื่อยๆ โดยเน้นไปที่การทำรถสปอร์ต หรือไม่ก็รถเพื่อการแข่งขัน เป็นหลัก ซึ่งพวกเขาก็มีรถที่น่าสนใจและโดดเด่นอยู่หลายคัน ทั้ง MG EX120 ตัวแข่งต้นแบบรุ่นปี ค.ศ. 1931 ที่เป็นรถยนต์พิกัด 750cc ที่สามารถทำความเร็วทะลุ 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้คันแรกของโลก

เช่นเดียวกันกับ MG EX181 ตัวแข่งต้นแบบรุ่นปี ค.ศ. 1957 ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1,489cc พ่วงระบบซุปเปอร์ชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 290 แรงม้า ที่ 7,000 รอบ/นาที ซึ่งแม้ว่าอาจจะไม่ใช่ตัวเลขที่สูงมากนัก แต่ด้วยรูปทรงของตัวรถ และการออกแบบในด้านชิ้นส่วนกลไกอื่นๆ จึงทำให้มันสามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากถึง 245.64 ไมล์/ชั่วโมง หรือ 395.31 กิโลเมตร/ชั่วโมง ณ ลานเกลือ บอนเนวิลล์ รัฐยูท่าห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมบันทึกสถิติโลก รถยนต์ที่เร็วที่สุดในช่วงเวลานั้นไปในทันที

MG ยังได้รับความสนใจจากนักแข่งหลายคนในยุคนั้น รวมถึง Ken Miles นักแข่งชาวอังกฤษ ที่ย้ายไปยังอเมริกา เขาได้พัฒนารถ Flying Shingle ขึ้นมาแข่งในสนามฝั่งอเมริกา จนมีชื่อเสียง จนในที่สุด Shelby ดึงเขาเข้าไปร่วม ในการพัฒนารถยนต์ Ford GT ตามเรื่อง Ford VS Ferrari นั่นเอง

นอกจากตัวแข่ง มากมาย พวกเขาก็ยังมีรถยนต์ตระกูล MGB รถโรดสเตอร์ขนาดเล็ก ที่ผลิตขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1962 และกลายเป็นรถสปอร์ตยอดนิยมแห่งยุคอย่างอย่างนานอีกด้วย เนื่องจากความกระทัดรัด และที่สำคัญคือคอนเซปท์ “ความเข้าถึงง่าย ด้วยราคาที่จับต้องได้” ของมันอันเป็นจุดขายสำคัญจนถึงปี ค.ศ. 1980 ก่อนที่ภายหลังจะเลิกทำตลาด และรถรุ่นนี้ เป็นแรงบันดาลใจ ให้ ค่ายมาสด้า พัฒนารถอย่าง Mazda MX-5 ออกมา ในยุค 90 มาจน ปัจุจบัน

ถ้ามองรถยนต์ เอ็มจี ในยุคนั้น ตามที่มีผู้คร่ำวอดในวงการยานยนต์รุ่นเก่า ได้ให้ข้อมูลกับเรา ว่า รถ MG ไม่เหมือนแบรนด์รถยนต์อังกฤษ รายอื่นๆ ที่อาจจะทำรถที่มีความหรูหรา สมรรนถะดีๆ เลิศๆ แต่พวกเขา ทำรถจ่ายตลาดธรรมดา ที่สามารถขับขี่ได้ดี อยู่ในกลุ่มเดียวกับ แบรนด์ Austin

แต่เมื่อเป็นรถสปอร์ต จะมีสมรรถนะในการขับขี่ดีขึ้น อย่างชัดเจน และมีราคาจัดจำหน่ายที่ไม่สูงนัก จึงได้รับความนิยมอย่างมาก จนลูกค้าชาวอังกฤษ

MG 5 Beijing Motor Show 2020

ไปสู่ทุนจีนเพื่อเอาตัวรอด


อย่างไรก็ดี แม้ MG จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในช่วงก่อนยุค 80 ทว่าหลังจากนั้นมา แบรนด์เริ่มประสบปัญหาในเรื่องยอดขายลดอย่างต่อเนื่อง มีการเปลี่ยนมือหลายครั้ง เพื่อ รักษาแบรนด์นี่ให้ได้ไปต่อในอัตสาหกรรมรถยนต์อังกฤษเอง

  • 1924–1930: Morris Garages Limited
  • 1930–1952: M.G. Car Company Limited
  • 1952–1967: British Motor Corporation
  • 1967–1968: British Motor Holdings
  • 1968–1990: British Leyland
  • 1990–1992: Austin Rover
  • 1992–2000: Rover Group
  • 2000–2006: MG Rover Group


จนสุดท้ายเมื่อปี ค.ศ. 2006 ทาง MG Rover บริษัทเจ้าของแบรนด์สัญชาติอังกฤษรายสุดท้าย ได้ตัดสินใจขาย MG ให้กับกลุ่มทุนจีน Nanjing Automobile (Group) Corporation ต่อมาในปี ค.ศ. 2007 พวกเขาก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ บริษัท SAIC Motor Corporation Limited ที่เรารู้จักในปัจจุบัน

ถึงในช่วงการเปลี่ยนถ่าย จะมีการปรับโครงสร้างในองค์กรครั้งใหญ่ แต่ปัจจุบัน ฝ่ายวิจัย ฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภันฑ์ ของรถยนต์แบรนด์ MG กลับยังคงตั้งอยู่ในประเทศอังกฤษเช่นเดิม นั่นก็คือ ตั้งอยู่ในเมือง ลองบริดจ์ เบอร์มิงแฮม แม้แต่ฝ่ายออกแบบเอง ก็ยังตั้งศูนย์อยู่ในกรุงลอนดอน ภายใต้ชื่อ SAIC Design Studio เพื่อให้การออกแบบและพัฒนาตัวรถยังคงเป็นไปตามรสนิยม คนอังกฤษ และมีความเป็นยุโรป แบบที่เคยเป็นมาในวันวาน

รถเอ็มจีรุ่นใหม่ จึงมีงานออกแบบที่ดูน่าสนใจขึ้น มีความเป็นยุโรปมากขึ้น แม้จะต้องยอมรับว่า ในการบริหารส่วนใหญ่ปัจจุบัน จะเป็นทางจีน เข้ามาดูแลก็ตาม

แบรนด์อื่นก็มี ที่ถ่ายไปสู่ กลุ่มทุนใหม่

จากข้อมูลในข้างต้น จะเห็นได้ว่าแท้จริงแล้ว ความเป็นมาของ MG ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากรถยนต์แบรนด์อื่นๆที่เรารู้จักกันดีเท่าไหร่นัก ที่มีการย้ายค่ายเบอร์เดิม เปลี่ยนฝั่งนายทุน ยกตัวอย่างเช่น

  • MINI กับ Rolls Royce ที่แต่เดิมก็เป็นแบรนด์ผู้ผลิตสัญชาติอังกฤษทั้งคู่ แต่ตอนนี้มีเจ้าของเป็น BMW สัญชาติเยอรมัน
  • Bugatti ผู้ผลิตไฮเปอร์คาร์สัญชาติฝรั่งเศส กับ Lamborghini ผู้ผลิตซุปเปอร์คาร์สัญชาติอิตาลี ที่ตอนนี้ต่างก็ถูกครอบครองโดย Volkswagen แบรนด์ผู้ผลิตสัญชาติเยอรมัน
  • Nissan แบรนด์รถสัญชาติญี่ปุ่น ที่คนไทยรู้จักกันดี ก็ยังมีเจ้าของ (ผู้ถือหุ้นใหญ่สุด) เป็น Renault ผู้ผลิตสัญชาติฝรั่งเศส
  • Volvo ที่ดั้งเดิมเป็นแบรนด์รถยนต์สัญชาติสวีเดน แต่ปัจจุบันก็ยังถูกครองครองโดย Geely แบรนด์ผู้ผลิตสัญชาติจีน
  • Royal Enfield แบรนด์รถมอเตอร์ไซค์อังกฤษ ตอนนี้ก็เป็นของกลุ่มทุนอินเดีย และยังผลิตที่อินเดียเป็นหลัก

ท้ายสุด ควรเรียก MG เป็น แบรนด์อังกฤษ หรือ แบรนด์จีน

จากทั้งหมดที่ไล่เรียงมา จะเห็นว่า กว่าเกือบทศวรรษ แบรนด์ MG คือแบรนด์ที่เกิดในประเทศอังกฤษ ทำตลาดในประเทศอังกฤษ และยุโรป ไปจนถึงประเทศสหรัฐอเมริกามายาวนาน และพึ่งเปลี่ยนมือครั้งใหญ่เมื่อปี 2006 นี่เอง โดยมีทาง SAIC ที่ตัดสินใจจับแบรนด์มาปั้นต่อ

โดยจากนี้ ท่านผู้อ่านจะเรียก MG ว่าเป็น แบรนด์อังกฤษ หรือ แบรนด์จีน เราคงไม่ตัดสินให้ เพราะเราอยากให้ทุกท่านลองตัดสินใจกันดูเอง ว่าเราควรจะเรียกมันว่าอย่างไร ในความจริงกว่า 80 ปี ในอังกฤษ ควรจะเรียกว่า แบรนด์สัญชาติอะไรดี

เพียงแต่ทั้งนี้ ก็ต้องไม่ลืมว่าสัญชาติของแบรนด์ จะอ้างอิงจากที่มา หรือบ้านเกิดแรกเริ่มของแบรนด์ ไม่ได้เกี่ยวกับว่าตอนนี้พวกเขาถูกถือครองโดยใครอยู่ดี

เพราะหากเป็นเช่นนั้น แล้วเหตุใด

ถึงไม่เรียก Bugatti, Lamborghini, MINI, Rolls Royce ว่าเป็นแบรนด์เยอรมัน ?
ไม่เรียก Nissan ว่าเป็นแบรนด์ฝรั่งเศส ?
หรือเรียก Volvo ว่าเป็นแบรนด์จีน ?

แล้วทำไมจู่ๆถึงเรียกรถ MG ที่มีบ้านเกิดในอังกฤษ ถึงถูกเรียกว่าเป็นแบรนด์สัญชาติจีน เพียงเจ้าเดียวล่ะ ?
ทั้งๆที่พวกเขาก็มีความเป็นมา ไม่ต่างจากทั้ง 6 แบรนด์ที่เราระบุไว้ในข้างต้น ?

ลองตัดสินใจกันดูครับ..

แบ่งปันเรื่องนี้

Comments

comments